"ถ้าฉันเห็นเธอเข้าใกล้พายุอีกแม้แต่ก้าวเดียว เธอเตรียมตัวรับผลที่ตามมาได้เลย น้ำปั่น!"
เสียงทุ้มต่ำที่กร้าวระคายหูยังคงก้องอยู่ในหัวของฉันราวกับแผ่นเสียงตกร่อง กรณ์... นายประธานนักเรียนจอมเผด็จการคนนั้นน่ะเหรอ? คนที่หน้านิ่งราวกับแช่แข็งมาจากขั้วโลกเหนือ แต่ตอนนี้กลับแสดงท่าทีคุกคามจนฉันแทบหายใจไม่ทัน
"โอ๊ย! เจแปน แกจะลากฉันมาที่ซุ้มผีสิงทำไมเนี่ย! คนเยอะจะตาย!" ฉันโวยวาย พลางดึงแขนตัวเองออกจากเกลียวมือของเพื่อนสาวตัวดีที่ตอนนี้กำลังหน้าตาตื่น
"ก็คนมันเยอะนั่นแหละดี! นายกรณ์นั่นกำลังตามล่าแกอยู่ย่ะ เห็นไหมว่าสายตาเขาเหมือนนักล่าที่กำลังเจอเหยื่อ! ถ้าขืนแกยังเดินลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงลานกิจกรรมกลางแจ้งแบบเมื่อกี้ มีหวังโดนลากเข้าห้องสภานักเรียนไปอบรมเรื่อง 'มารยาทการเป็นแฟน' (ที่เขามโนเอง) แน่นอน!" เจแปนตอบกลับด้วยเสียงหอบ พลางกวาดสายตาไปรอบงานโรงเรียนที่เต็มไปด้วยสีสัน เสียงดนตรี และฝูงชนที่เบียดเสียด
ฉันเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะ 'ความสนุก' ต่างหากล่ะ! ใครจะไปยอมให้คนเย็นชาอย่างนั้นมาบงการชีวิตกันคะ? ยิ่งเขาหวง ยิ่งเขาหึง ฉันก็ยิ่งอยากแกล้ง... นี่แหละคือคติประจำใจของ 'น้ำปั่น' ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อความเย็นชา!
ท่ามกลางงานโรงเรียนที่เต็มไปด้วยผู้คนในชุดคอสเพลย์หลากหลายรูปแบบ ฉันเร่งฝีเท้าแทรกตัวผ่านฝูงชนที่กำลังมุงดูซุ้มเกมปาโป่ง สายตาของฉันสอดส่ายหา 'ใครบางคน' ที่น่าจะมาพร้อมกับกลิ่นอายความกดอากาศต่ำ—ใช่ค่ะ กรณ์นั่นแหละ
"น้ำปั่น! ตรงนั้น!" เจแปนร้องลั่นเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งในชุดนักเรียนรีดเนี้ยบกริบที่เดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยมาดนิ่งสนิท แต่ดวงตาคู่นั้น... มันช่างดุดันเสียเหลือเกิน
กรณ์ไม่ได้วิ่ง เขาก้าวเดินด้วยจังหวะที่มั่นคงและรวดเร็ว ราวกับเสือที่กำลังไล่ต้อนเหยื่อให้จนมุม สายตาของเขาไม่ได้มองใครเลยนอกจากแผ่นหลังของฉัน!
"เฮ้ย! นั่นประธานนักเรียนนี่นา มาทำไมแถวนี้?" เสียงนักเรียนแถวนั้นเริ่มซุบซิบ แต่กรณ์หาได้สนใจไม่ เขาพุ่งตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วที่ทำเอาคนรอบข้างต้องเบี่ยงหลบโดยอัตโนมัติ
"แยกกันตรงนี้แหละเจแปน! เดี๋ยวฉันล่อเขาไปทางซุ้มดนตรีเอง!" ฉันตะโกนบอกเพื่อนก่อนจะหมุนตัววิ่งแยกออกไปทางซุ้มอาหารหลังอาคารเรียน เสียงฝีเท้าของกรณ์ดังตามมาติดๆ มันเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอจนน่าขนลุก
ฉันวิ่งเลี้ยวซ้ายผ่านซุ้มขายน้ำหวาน แล้วหักมุมเข้าหลังเวทีจัดกิจกรรมที่ค่อนข้างเงียบเชียบ ทันทีที่ฉันหลบเข้ามุมมืดหลังฉากผ้าใบ เสียงฝีเท้าที่เคยไล่ตามมาก็หยุดกึก... ความเงียบเข้าปกคลุมจนฉันได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
"คิดว่าวิ่งหนีแล้วจะรอดเหรอ น้ำปั่น?"
น้ำเสียงกดต่ำดังขึ้นจากทางด้านหลัง เล่นเอาฉันสะดุ้งสุดตัว มือใหญ่ของใครบางคนคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของฉันก่อนจะดึงให้หันกลับไปเผชิญหน้า
"กรณ์! นี่นาย... นายจะทำอะไร?" ฉันแกล้งทำเป็นใจสั่น ทั้งที่จริงๆ แล้วในใจมันกำลังพองโตด้วยความสะใจ
กรณ์ยืนอยู่ตรงหน้า ห่างจากฉันเพียงคืบ ลมหายใจของเขาเริ่มหอบเล็กน้อยจากการวิ่งไล่กวด เส้นผมที่เคยเซตมาอย่างเป็นระเบียบกลับมีบางปอยตกลงมาปรกหน้าผาก ยิ่งทำให้เขาดู... ดุและมีเสน่ห์จนฉันแทบจะลืมหายใจ
"หึ... เมื่อกี้ยังกล้าหัวเราะเยาะฉันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ ตอนที่อยู่กับพายุ?" เขาถาม เสียงของเขาต่ำพร่า มือที่จับข้อมือฉันเปลี่ยนมาเป็นกดไหล่ฉันให้ติดกับผนังห้องหลังเวที "ทำไมตอนนี้ถึงต้องวิ่งหนีล่ะ?"
"ใครวิ่งหนี? ฉันแค่... เปลี่ยนที่ออกกำลังกายเฉยๆ ค่ะ" ฉันเชิดหน้าตอบ พยายามสบตาที่เหมือนจะแผดเผาฉันให้มอดไหม้ของเขา
"โกหก" เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนฉันรู้สึกถึงไออุ่นจากร่างกายของเขา "เธอทำให้ฉันเสียสมาธิมาทั้งวัน แล้วยังจะมาทำตัวห่างเหินกับฉันแบบนี้อีกงั้นเหรอ?"
"ก็ใครใช้ให้นายทำหน้ายักษ์ใส่ฉันก่อนล่ะคะ! ถ้าไม่อยากให้ฉันห่าง ก็ทำตัวน่ารักสิ!"
"น่ารักเหรอ?" กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในตาฉัน "เธออยากเห็นความน่ารักของฉันมากใช่ไหม... งั้นก็ต้องแลกด้วยอะไรบางอย่างนะ"
เขายื่นมือมาทัดปอยผมที่ข้างใบหูฉัน แผ่วเบาจนใจฉันเต้นรำไปมาเหมือนคนบ้า ท่ามกลางเสียงดนตรีแว่วมาจากลานกิจกรรมภายนอก โลกทั้งใบเหมือนจะหยุดหมุนเหลือเพียงแค่เราสองคน
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้กว่าเดิม เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูในกระเป๋ากางเกงของเขาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศจนป่นปี้ กรณ์ชะงัก สายตาเขาเปลี่ยนจากความหลงใหลเป็นความรำคาญทันทีที่เหลือบมองหน้าจอ
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพียงครู่เดียว ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนจากความหึงหวงเป็นความเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาหันมามองฉันด้วยสายตาที่สับสน ราวกับกำลังตัดสินใจเรื่องคอขาดบาดตาย
"น้ำปั่น... ฟังนะ อย่าออกไปจากตรงนี้จนกว่าฉันจะกลับมา" เขาพูดเสียงเครียดพลางเก็บโทรศัพท์ "มีเรื่องบางอย่างที่เธอ... และฉัน ต้องจัดการโดยเร็วที่สุด"
เขารีบหมุนตัวจะเดินออกไป แต่ฉันคว้าชายเสื้อนักเรียนเขาไว้ทัน "เรื่องอะไร? เดี๋ยวสิกรณ์! ไหนบอกว่าจะลงโทษฉันไง!"
กรณ์หยุดกึก เขาหันกลับมามองฉัน สายตาเขาสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะพูดประโยคที่ทำเอาฉันหน้าชาไปทั้งแถบ
"พายุไม่ได้มาที่งานโรงเรียนคนเดียว... คนที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของพี่ชายเธอ ก็อยู่ในงานนี้ด้วย"
เขาสะบัดมือฉันออกเบาๆ แล้ววิ่งออกไป ทิ้งให้ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังเวที ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อความจริงที่ฉันพยายามลืม กลับมาปรากฏตัวอยู่ห่างจากฉันเพียงไม่กี่ก้าวในงานโรงเรียนที่ควรจะมีความสุขแห่งนี้!
เมล่อนโซดาหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนของเรื่องและคอยลุ้นไปพร้อมๆ กันในตอนหน้านะคะ!
สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ•ตอนที่ 26
วิ่งสิครับรออะไร! ไล่ล่าหัวใจยัยตัวแสบ
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!