แสงไฟฉายที่ส่องกระทบเข้ากับร่างบนบันไดไม่ได้ทำให้ฉันกลัวผีสางเทียมในบ้านผีสิงแห่งนี้เลยแม้แต่น้อยค่ะ... เพราะเงาร่างสูงโปร่งที่ยืนกอดอกตีหน้ายักษ์อยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ผีไร้ญาติที่ไหน แต่เป็น 'คุณประธานนักเรียน' กรวีร์ คนที่ควรจะนั่งตรวจเอกสารสภานักเรียนอยู่ที่โรงเรียน หรือไม่ก็ควรจะนอนเคว้งอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆ ของตัวเองต่างหาก!
"นะ... น้ำปั่น" เจแปนที่ยืนเกาะชายเสื้อฉันอยู่สะดุ้งเฮือกจนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า "ฉันว่า... ผีตัวนี้งานดีเกินไปไหมวะ หน้าตาเหมือนประธานกรณ์ตอนกินยาผิดขนาดไม่มีผิดเลยแก"
"นั่นไม่ใช่ผี เจแปน" ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด "นั่นมัน... เจ้ากรรมนายเวรเวอร์ชันอัปเกรดต่างหากเล่า"
ให้ตายเถอะค่ะ! นี่พวกเราโดนสะกดรอยตามมาตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย ฉันกับพายุแค่แวะมาพิสูจน์ความกล้า (ตามคำท้าของเจแปนที่ดันปวดห้องน้ำแล้วหนีออกไปก่อน) ในบ้านผีสิงสุดฮิตท้ายสวนสนุก แต่ทำไมคุณชายระเบียบจัดอย่างกรณ์ถึงมายืนตีหน้าขรึมรอต้อนรับพวกเราด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแบบนี้ล่ะคะ
"สนุกมากไหมครับ" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันดังขึ้น ท่ามกลางความมืดสลัวและเสียงโหยหวนประกอบฉากของบ้านผีสิง กรณ์ค่อยๆ ก้าวเท้าลงมาจากบันไดทีละขั้น รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างน่าประหลาด "เที่ยวเพลินจนลืมเวลา... หรือว่าลืมไปแล้วว่าใครควรจะติวหนังสือให้ใครวันนี้?"
พายุที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันขยับตัวเล็กน้อย รอยยิ้มกวนๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากตามสไตล์นักกีฬาหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน พายุยกมือขึ้นกอดอกบ้าง ดวงตาคมกริบมองประธานนักเรียนรุ่นพี่ด้วยแววตาท้าทายที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้มิดชิด
"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็ประธานกรนี่เอง" พายุเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงลากยาวกวนประสาท "มากตรวจความปลอดภัยในบ้านผีสิงเหรอครับ? ขยันจังนะ... แต่ดูท่าทางแล้ว น่าจะมาผิดที่นะ เพราะผีที่นี่เขาไม่ได้หน้าบึ้งตึงแล้วก็ดุเหมือนประธานหรอกครับ น่ารักเป็นกันเองกว่าตั้งเยอะ"
ฉันแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าของกรณ์... โอ้โห คุณผู้อ่านคะ เส้นเลือดที่ขมับของประธานนักเรียนกระตุกยิกๆ เลยล่ะค่ะ! มือหนาทั้งสองข้างที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวบ่งบอกชัดเจนว่าความอดทนของเขาเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว
แต่ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะปะทุขึ้นไปมากกว่านี้ บรรยากาศรอบตัวก็วูบดับลง เสียงดนตรีประกอบแนวสยองขวัญดังกระหึ่มขึ้นพร้อมกับลมเย็นเฉียบที่พัดผ่านหลังคาสังกะสี เสียงกรีดร้องโหยหวนของเอฟเฟกต์อัตโนมัติทำงาน พร้อมๆ กับที่ตุ๊กตาผีเด็กโผล่พรวดออกมาจากช่องลับข้างผนัง!
"กรี๊ดดด! ผีหลอกกก!"
พายุแกล้งอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจ (ที่ดูยังไงก็รู้ว่าแกล้งร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ!) ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของนักกีฬาบาสเกตบอลจะพุ่งเข้ามาคว้าหมับเข้าที่แขนของฉันเต็มแรง ดึงรั้งให้ฉันเซถลาไปซบกับไหล่หนาของเขาตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดจอมปลอม!
"เฮ้ย! ปั่น เจ A... เจ็บแขน ช่วยด้วย!" พายุแกล้งทำเสียงสั่นระรัว ทั้งๆ ที่มุมปากกำลังกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์จนฉันอยากจะยกเท้าขึ้นไปประทับรอยรองเท้าผ้าใบไว้บนหน้าสักทีสองที
ไอ้บ้านี่! ฉวยโอกาสชัดๆ!
ฉันยังไม่ทันได้สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของพายุ ร่างสูงสง่าของกรณ์ก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวราวกับเสือชีตาร์ที่เห็นเหยื่อ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนอีกข้างของฉันกระชากอย่างแรงจนแรงเหวี่ยงดึงฉันหลุดจากอ้อมแขนของพายุไปปะทะเข้ากับอกแกร่งของกรณ์แทน!
แรงปะทะนั้นทำเอาลมหายใจของฉันสะดุดกึก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ลอยเข้าจมูก ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่ากลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของนั้น... คือแววตาของกรณ์ในความมืดค่ะ ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ราวกับมีเปลวไฟแผดเผาอยู่ข้างใน
"ปล่อย!" กรณ์ตวัดสายตากลับไปมองพายุด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนน่ากลัว "ถ้าไม่อยากแขนหักคานี้ ก็อย่าเอามือสกปรกมาแตะต้องคนของฉัน!"
พายุหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบมองมือของกรณ์ที่ยังคงจับแขนฉันไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก "คนของฉัน? ประธานพูดแบบนี้ น้ำปั่นเขาเสียหายนะครับ... อีกอย่าง น้องเขาเดินมากับผม จะให้ปล่อยได้ยังไง"
"นาย..." กรณ์ก้าวประชิดตัวพายุ รัศมีกดดันแผ่ซ่านจนฉันต้องรีบยกมือขึ้นดันอกเสื้อของเขาไว้ก่อนที่สองคนนี้จะวางมวยกันจริงๆ ในดงผีปลอม
"พอเลยนะทั้งสองคน!" ฉันแหวเสียงหลง พยายามแกะมือปลาหมึกของกรณ์ที่บีบต้นแขนฉันจนระบมไปหมด "นี่มันบ้านผีสิงนะ ไม่ใช่สนามรบ! ประธานกรณ์ค่ะ ปล่อยแขนฉันก่อน มันเจ็บนะ!"
กรณ์ก้มลงมองฉัน สายตาที่เคยดุดันเมื่อครู่ฉายแวววับด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ หึงหวง และ... น้อยใจ? แต่ความนิ่งเงียบสไตล์คนปากแข็งทำให้เขาเลือกที่จะไม่พูดอะไรนอกจากออกแรงดึงฉันให้เดินตามหลังเขาจ้ำอ้าวออกไปจากจุดนั้นทันทีโดยไม่สนองตอบคำทักท้วงใดๆ ทั้งสิ้น
"ตามมา!" กรณ์เอสั่งเสียงลอดไรฟัน
"อ้าวเฮ้ย ประธาน จะลากน้องเขาไปไหนวะ!" เสียงพายุตะโกนไล่หลังมา แต่กรณ์ไม่ได้หันกลับไปมองเลยแม้แต่น้อย เขาลากฉันเดินลัดเลาะผ่านซอกมุมมืดของบ้านผีสิงด้วยความเร็วสูงจนฉันต้องซอยเท้าถี่ๆ เพื่อไม่ให้สะดุดล้ม
หัวใจของฉันเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะกลัวผีสางหรอกค่ะ... แต่เป็นเพราะจังหวะการก้าวเดินที่หนักหน่วงและแรงบีบที่ข้อมือ ซึ่งกำลังบอกฉันอย่างชัดเจนว่า 'บทลงโทษ' หลังจากนี้ คงจะไม่ใช่แค่การยืนฟังบ่นยาวๆ แน่ๆ
ในที่สุด กรณ์ก็ลากฉันทะลุออกมาทางประตูฉุกเฉินด้านหลังของบ้านผีสิง ซึ่งเป็นพื้นที่รกร้างลับตาคน แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าริมทางส่องกระทบลงมาเห็นใบหน้าบึ้งตึงของเขาได้ชัดเจน เขาดันตัวฉันจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังปูนเย็นเฉียบ ก่อนจะใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างกั้นขวางทางหนีไว้ทุกด้าน กักขังฉันให้อยู่ในอาณัติของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"โอ๊ย! เจ็บนะกรณ์ นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย ลากออกมาทำไม" ฉันโวยวายพร้อมกับลูบแขนตัวเองปอยๆ
กรณ์ไม่ตอบ เขาก้มหน้าลงมาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากฉันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม แววตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉันราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง
"สนุกมากไหม... ไปเที่ยวกับมัน สองต่อสอง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ช้าๆ ชัดๆ ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองที่เก็บกดไว้ "ฉันบอกนายว่ายังไง ห้ามไปไหนกับมันไม่ใช่เหรอ น้ำปั่น?"
"นี่! ฉันไม่ใช่เด็กอนุบาลนะ จะได้ต้องมารายงานทุกฝีก้าวว่าไปไหนกับใคร" ฉันเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวกับความใกล้ชิดนี้ก็ตามที "อีกอย่าง เจแปนก็ไปด้วย... แค่เจแปนดันปวดท้องเข้าห้องน้ำเฉยๆ หรอกน่า"
"แต่ตอนที่ฉันเห็น... ฉันเห็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ กำลังยืนหัวเราะต่อกระซิกกับไอ้นักกีฬาบาสบ้านั่น แล้วก็นัวเนียกันในบ้านผีสิง!" กรณ์เสียงดังขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยความโกรธ (และหึงจนหน้ามืดตามัว) "นายกล้าดียังไงเอาตัวไปให้มันกอดวะ น้ำปั่น!"
ฉันอึ้งไปชั่ววินาทีเมื่อได้ยินประโยคนั้น... เดี๋ยวนะคะ นี่เขา... หึงฉันเหรอ? หึงจนสติหลุดตามมาถึงในนี้เลยเนี่ยนะ?
ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมากลางอกอย่างห้ามไม่อยู่ ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหมั่นไส้ในความปากไม่ตรงกับใจของคนตรงหน้า ฉันหรี่ตามองเขา ยิ้มมุมปากนิดๆ แล้วตัดสินใจใช้ 'สกปรกไม้ตาย' ประจำตัว
"อ๋อ... หึงเหรอคะ?" ฉันเอียงคอถามเสียงหวานหยด ยื่นมือเรียวเล็กออกไปจิ้มเบาๆ ที่อกแกร่งของเขา "อุ๊ย ตายแล้ว ประธานนักเรียนผู้เคร่งครัดและเย็นชา กำลังหึงเด็กแสบอย่างฉันอยู่เหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลยนะคะเนี่ย"
กรณ์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโดนจับไต๋ได้ สีหน้าของเขาฉายแววตื่นตระหนกชั่วพริบตา ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามเดิมแล้วปัดมือฉันออกทันที
"ใครหึงนาย อย่าหลงตัวเองน่า น้ำปั่น" กรณ์เบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตา "ฉันแค่... ทำหน้าที่ประธานนักเรียน คอยตักเตือนเด็กในความปกครองที่ทำตัวประพฤติผิดกฎระเบียบของโรงเรียน นอกเวลานามสกุลนักเรียนก็จริง แต่ความประพฤติมันคาบเกี่ยวชื่อเสียงโรงเรียนรู้
ฉันหัวเราะคิกคักออกมาเบื้องหน้าท่าทีฟอร์มจัดของเขา "ปากแข็งจริงนะพ่อคุณ... หน้าแดงถึงใบหูขนาดนั้น ยังจะมาปากแข็งอีกเหรอคะ ประธานกรคนเก่ง"
ว่าแล้วฉันก็ขยับตัวจะมุดลอดแขนเขาเพื่อหนีออกไป แต่ทว่า... กรณ์กลับไวกว่า เขายกแขนขึ้นขวางไว้อีกครั้ง พร้อมกับก้มลงมาประชิดตัวจนหน้าผากของเราเกือบจะชนกัน
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งในความเงียบ... บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง
"คิดจะหนีเหรอ..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก กรณ์จ้องมองฉันด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แววตาโกรธเกรี้ยวแบบเมื่อครู่ แต่มันคือแววตาของความปรารถนาบางอย่างที่ทำให้หัวใจฉันเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ในเมื่อนายทำให้ฉันสติหลุดมาถึงนี่ได้... นายก็ต้องรับผิดชอบ"
"ระ... รับผิดชอบอะไรเล่า ปล่อยนะ นายจะทำ—"
คำพูดของฉันถูกกลืนหายลับไปทันที เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนของกรณ์ทาบทับลงมาปิดริมฝีปากของฉันอย่างรวดเร็วและหนักแน่น!
โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุน กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและดื้อรั้นของเขาหลอมรวมเข้ากับความตกใจของฉัน ดวงตาของฉันเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่น้อย นอกจากสัมผัสอุ่นนุ่มที่ริมฝีปากและการโอบกอดที่แนบแน่นจนแทบหลอมละลาย
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ฉันกำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้น กรณ์ก็ผละริมฝีปากออกช้าๆ ลมหายใจหอบถี่ของเขารดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาคมกริบมองริมฝีปากฉันที่บวมเจ่อเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ
"นี่คือบทลงโทษข้อหาที่ไปอ่อยผู้ชายคนอื่นต่อหน้าฉัน..." กรณ์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู "และจำไว้... ว่าหลังจากนี้ นายไม่มีสิทธิ์ไปไหนกับมันอีกเข้าใจไหม น้ำปั่น"
หัวใจฉันเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หน้าชาดิกด้วยความเขินอายจนต้องก้มหน้าหลบสายตา... แต่ทว่า ในจังหวะที่หัวใจกำลังพองโตด้วยความหวานชื่นอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบก็สาดส่องเข้ามาจากมุมตึกด้านหลัง!
"เฮ้ย! ประธานกรณ์! น้ำปั่น! อยู่แถวนี้หรือเปล่าวะ!"
เสียงตะโกนเรียกของพายุที่ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศหวานชื่น ทำให้กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดทันที แต่ทว่า... สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของฉันเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาทีต่อมา ไม่ใช่เสียงเรียกของพายุหรอกค่ะ...
แต่เป็นเงาร่างของใครอีกคน ที่ก้าวออกมาจากมุมมืดพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนใบหน้า... รอยยิ้มของคนที่ไม่สมควรจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้เด็ดขาด!
"อ้าว... ประธานนักเรียนกับเด็กเกเรแอบมาสวีทกันลับตาคนแบบนี้... น่าสนุกจังเลยนะคะ ฉันขอร่วมวงด้วยคนสิคะ"
——————————————————————————
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาตื๊ดและฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ! ❤️ (เมล่อนโซดา)
สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ•ตอนที่ 21
ผีไม่น่ากลัวเท่าคนขี้หึง
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!