“คาลร์... คุณหมายความว่าอย่างไรคะที่บอกว่าจะมาเป็นที่ปรึกษาให้ชมรมของเราเป็นกรณีพิเศษ?”
น้ำเสียงของฉันกระด้างขึ้นโดยอัตโนมัติ พร้อมกับดวงตาที่หรี่แคบลงมองร่างสูงโปร่งในชุดนักเรียนรีดเรียบกริบ รอยยิ้มพิมพ์ใจที่ส่งมาให้ช่างบาดตาบาดใจเสียเหลือเกินสำหรับคนเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดนานสองเดือนเต็ม คาร์ล—รองประธานนักเรียนฝ่ายวินัยผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบจนน่าหมั่นไส้ กำลังใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนแฟ้มเอกสารสีดำในมือ ดวงตาเรียวรีใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด
“ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละค่ะคุณภัทรนันท์... งานโรงเรียนปีนี้ ชมรมของคุณได้โควตาจัดโซนบ้านผีสิงตึกเก่าหลังพละไม่ใช่หรือคะ? น่าเสียดายจังที่ระบบรักษาความปลอดภัยของตึกนั้นค่อนข้าง... มีปัญหา และในฐานะรองประธานฝ่ายวินัย ฉันคงต้องเข้ามา ‘ดูแล’ อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุหรือ... ความสัมพันธ์ลับๆ ที่ไม่เหมาะสมระหว่างเตรียมงานค่ะ”
ประโยคหลังเขาจงใจลากเสียงยาว พร้อมกับปรายตามองไปยังร่างสูงของกรณ์ที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ข้างกายฉัน บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน รังสีความเย็นชาและแรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวประธานนักเรียนหน้านิ่ง จนเจแปนที่ยืนอยู่ถัดไปต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ขอบใจสำหรับความหวังดีนะคะท่านรองฯ แต่ทางชมรมของเรามีบุคลากรเพียงพอ และคงไม่อยากกวนเวลางานอันมีค่าของคุณหรอกค่ะ” กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับจ้องเขม็งไปยังคู่กรณีราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“แหม, ประธานกรวีร์คะ อย่าเพิ่งใจร้อนไล่กันสิคะ ฉันแค่อยากทำหน้าที่เพื่อส่วนรวมเท่านั้นเอง... อีกอย่าง” คาร์ลโน้มตัวเข้ามาใกล้ฉันกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน “ฉันได้ยินมาว่าปีนี้มีเด็กพละคนหนึ่งแวะเวียนมาช่วยงานเธอถี่เหลือเกินนะน้ำปั่น ระวังหัวใจตัวเองให้ดีเถอะค่ะ เดี๋ยวจะเผลอใจให้คนง่ายๆ จนลืมว่าใครกันแน่ที่พยายามทำเพื่อเธอน่ะ”
ฉันเผลอชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อนึกถึงพายุ หนุ่มนักกีฬาสุดฮอตที่ช่วงนี้ขยันมาช่วยยกของที่ชมรมจนเกินเหตุ แม้ฉันจะพยายามตีตัวออกห่างเพราะกลัวเจ้าก้อนความหึงเงียบข้างๆ ระเบิด แต่สายตาของคาร์ลในตอนนี้กำลังบอกว่าเขารู้... และพร้อมจะใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือปั่นหัวเราทุกคนให้ปั่นป่วน
“เรื่องนั้นไม่ต้องรบกวนคุณหรอกค่ะคาร์ล!” ฉันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามฉีกยิ้มสู้กลบเกลื่อนความร้อนรนในใจ “ในเมื่อที่ประชุมอนุมัติให้ชมรมเราจัดบ้านผีสิงแล้ว พวกเราย่อมรับผิดชอบไหวค่ะ เจแปน! ฝ่ายอุปกรณ์พร้อมหรือยังคะ? เรามีงานต้องสะสางอีกเยอะ อย่าเสียเวลากับแขกไม่ได้รับเชิญเลยค่ะ”
เจแปนพยักหน้ารัวๆ รีบเข้ามาดึงแขนเสื้อฉันเพื่อดึงตัวออกจากรัศมีวงสนทนาที่คุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายสงครามประสาท แต่ก่อนที่เราจะทันได้ก้าวขาเดินหนี เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของกรณ์ก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“งั้นก็เชิญท่านรองฯ ตรวจสอบตามสบายนะคะ แต่ถ้าขัดขวางการทำงานของชมรม... ผมนี่แหละที่จะเป็นคนเชิญคุณออกไปด้วยตัวเอง”
กรณ์ก้าวขึ้นมาบังหน้าฉันไว้ครึ่งหนึ่ง แผ่นหลังกว้างที่เคยอบอุ่นในความทรงจำตอนนี้ดูแข็งแกร่งและน่าพึ่งพาเป็นที่สุด เขากวาดสายตามองคาร์ลด้วยความเยือกเย็น ก่อนจะคว้าข้อมือฉันแล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้เดินตามไปทางตึกเก่าหลังพละทันที โดยไม่รอฟังคำตอบรับจากอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหูฉันระหว่างที่เราเดินลัดเลาะมาตามทางเดินร่มครึ้มสู่ตึกเก่า กรณ์ยังคงจับข้อมือฉันไว้แน่น ฝ่ามือใหญ่ที่กอบกุมอยู่มีความชื้นเหงื่อเล็กน้อยบ่งบอกถึงอารมณ์ภายในที่ไม่ได้นิ่งสงบเหมือนสีหน้าของเจ้าตัวเลยแม้แต่น้อย
“ปล่อยก่อนก็ได้ค่ะกรณ์ มือฉันช้ำหมดแล้วนะคะเนี่ย” ฉันบ่นอุบอิบ พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่เขากลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม
“อย่าดื้อค่ะน้ำปั่น ช่วงนี้ยิ่งมีเรื่องวุ่นๆ ไหนจะไอ้รุ่นพี่ตัวแสบนั่น ไหนจะ... พายุอีกคน” ประธานหนุ่มหยุดเดินกะทันหันจนฉันเกือบพุ่งชนแผ่นหลังเขาเต็มแรง เขาหันกลับมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอึดอัดและตัดพ้อเล็กๆ “ทำไมช่วงนี้เธอถึงชอบทำให้ฉันต้องหึงจนแทบคลั่งอยู่เรื่อยเลยล่ะ?”
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนที่ขึ้นชื่อว่าปากแข็งที่สุดในโรงเรียนทำเอาหัวใจฉันกระตุกวูบ ความโกรธและหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวานล้ำที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ฉันกะพริบตาปริบๆ แสร้งทำเป็นไขسแดงกลบเกลื่อนรอยยิ้มกว้างที่หุบไม่ค่อยจะอยู่
“อุ๊ย! ประธานนักเรียนสุดหล่อของเรากำลังสารภาพว่าหึงฉันอยู่เหรอคะเนี่ย? ไหนบอกว่าสนใจแต่ระเบียบโรงเรียนไงล่ะคะ?”
“น้ำปั่น!” กรณ์ขมวดคิ้วมุ่น ปล่อยมือจากข้อมือฉันแล้วเปลี่ยนมาจับไหล่ทั้งสองข้างแทน ดวงตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉันราวกับจะค้นหาความจริง “ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะคะ... ถ้าเธอยังทำตัวสนิทสนมกับคนอื่นแบบนี้อีก ฉันอาจจะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วจับเธอมาขังไว้ในห้องประธานนักเรียนจริงๆ ด้วย”
น้ำเสียงจริงจังกับใบหน้าบึ้งตึงที่พยายามกักเก็บอารมณ์หึงหวงเอาไว้ ช่างเป็นภาพที่น่าเอ็นดูเสียจนฉันอดใจไม่ไหวที่จะแกล้งยั่วต่อ ฉันยกมือขึ้นกอดอกแล้วเอียงคอมองเขาอย่างท้าทาย
“อ๋อเหรอคะ? งั้นถ้าคืนนี้ตอนซ้อมบ้านผีสิงมืดๆ แล้วมีผีมากอดฉันเข้า... ประธานกรวีร์จะเข้ามาช่วย หรือจะยืนกอดอกหึงอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ล่ะคะ?”
กรณ์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่ายกับความกวนประสาทของฉัน ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น และมันมักจะมาพร้อมกับแผนการร้ายกาจบางอย่างในหัวเขา
“ถ้ามืดนัก... ฉันคงต้องเป็นคนเดินนำหน้าเธอตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ผีหน้าไหนกล้าเข้าใกล้ ‘แฟนของประธานนักเรียน’ คนนี้ยังไงล่ะค่ะ”
คำว่า ‘แฟน’ หลุดออกมาจากริมฝีปากเขาหน้าตาเฉย ทำเอาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนต้องยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองไว้ นี่เขา... แอบเนียนบอกสถานะเราแบบนี้เลยเหรอคะเนี่ย!
“ใครเป็นแฟนคุณกันคะ! อย่ามามั่วซ้ำสองนะ!” ฉันโวยวายกลบเกลื่อนอาการเขินที่ลามเลียไปถึงใบหู แต่กรณ์กลับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ความตึงเครียดจากเหตุการณ์เมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงบรรยากาศหวานอมเปรี้ยวที่อบอวลอยู่รอบตัวเราท่ามกลางเงาไม้ครึ้มของตึกเก่า
พวกเราเดินเข้ามาข้างในตัวตึกที่ถูกจัดเตรียมให้เป็นโซนบ้านผีสิง กลิ่นอับชื้นของฝุ่นและไม้เก่าผสมผสานกับความมืดสลัวทำให้บรรยากาศดูวังเวงขึ้นมาถนัดตา เจแปนและเพื่อนๆ ในชมรมกำลังช่วยกันกางผ้าใบสีดำและติดตั้งโครงสร้างจำลองห้องลับอยู่ไกลๆ เสียงตอกตะปูและเสียงพูดคุยดังแว่วมาเป็นระยะ
“ระวังทางด้วยค่ะ ตรงนี้พื้นมันไม่ค่อยเสมอกัน” กรณ์เอื้อมมือมาคว้ามือฉันไปกุมไว้อีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ นิ้วเรียวประสานเข้ากับมือฉันแน่นราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยแล้วฉันจะหายลับไปกับความมืด
“รู้แล้วน่า ฉันไม่ใช่เด็กๆ สักหน่อย” ถึงจะปากแข็งแบบนั้น แต่ฉันก็ยอมปล่อยให้เขาจูงมือเดินนำผ่านโถงทางเดินยาวที่มืดสนิท แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องให้เห็นโครงกระดูกพลาสติกและหยากไย่ปลอมที่ถูกแขวนประดับไว้ตามผนัง
ทันใดนั้นเอง... บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน อุณหภูมิลดฮวบลงจนขนลุกซู่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ไม่ใช่ของพวกเราดังแว่วมาจากชั้นสองของตึก—ชั้นที่ควรจะปิดตายและไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปเด็ดขาดในตอนนี้!
“กรณ์... ได้ยินเสียงอะไรไหมคะ?” ฉันกระตุกมือเขาเบาๆ พร้อมกับขยับเข้าไปแนบชิดแผ่นหลังกว้างโดยอัตโนมัติ
กรณ์หยุดเดินทันที เขาส่องไฟฉายขึ้นไปบนบันไดวนเบื้องหน้า ใบหน้าที่เคยผ่อนคลายเมื่อครู่กลับมาตึงเครียดและจริงจังขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสนใจมองขึ้นไปในความมืดมิดเบื้องบนที่ไร้ซึ่งแสงไฟ
“รออยู่ตรงนี้นะคะ อย่าไปไหนเด็ดขาด” เขาเอ่ยเสียงกระซิบเบาๆ แต่เด็ดขาด ก่อนจะค่อยๆ แกะมือฉันออกช้าๆ เพื่อก้าวขึ้นไปบนบันไดขั้นแรก
“เดี๋ยวสิคะกรณ์! มันอันตรายนะ!” ฉันรั้งชายเสื้อเขาไว้ด้วยความใจหายวาบ ลางสังหรณ์บางอย่างกำลังร้องเตือนว่าสิ่งที่อยู่ข้างบนนั้น... อาจไม่ใช่แค่ลมพัดหรือแมวป่วนอย่างแน่นอน
กรณ์หันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจให้ฉัน เพื่อลดความหวatระแวงในใจ
“ไม่ต้องกลัวค่ะ... ต่อให้มีผีหรือวิญญาณร้ายตนไหนโผล่มา ผมก็ไม่มีวันยอมให้มันแตะต้องตัวภัทรนันท์ของผมเด็ดขาด”
พูดจบ เขาก็สะบัดไฟฉายส่องขึ้นไปบนชั้นสอง ทันใดนั้น แสงไฟสีขาวสว่างวาบก็กระทบเข้ากับร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่ตรง1ร่งบันได—ร่างของคนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้... และรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้านั้น ก็ทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบลงทันที!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความสั่นประสาทและหัวใจพองโตไปพร้อมกันนะคะ!
สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ•ตอนที่ 20
งานโรงเรียนใกล้เข้ามา ความวุ่นวายบังเกิด
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!