"ถอยออกไปค่ะพายุ น้ำปั่นไม่ว่าง... แล้วก็ไม่มีธุระอะไรจะต้องคุยกับคนมารยาททรามแบบนี้ด้วย"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เย็นเยียบจนติดลบยิ่งกว่าขั้วโลกเหนือดังขึ้นตัดหน้าฉัน ก่อนที่ร่างสูงโปรดของประธานนักเรียนหน้านิ่งจะก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับพายุอย่างพอดิบพอดี กรณ์ไม่ได้แม้แต่จะเหลือบสายตาแลพายุผู้ชายที่ยืนหน้าเสียด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจร่างกายฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรวดเร็ว ราวกับกำลังสแกนหาบาดแผลหรือร่องรอยความเสียหายจากสถานการณ์ระอุเมื่อครู่
บรรยากาศรอบตัวของกรณ์ในวินาทีนี้แผ่รังสีอำมหิตออกมารุนแรงเสียจนโต๊ะรอบข้างถึงกับเงียบกริบลงทันตาเห็น รัศมีตึงเครียดแผ่ขยายวงกว้างจนเจแปนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยังต้องรีบกลืนน้ำลายลงคอแล้วขยับตัวถอยหลังเว้นระยะห่างอย่างรู้รักษาตัวรอด
"อ้าว... ประธานกรวีร์ มือปราบความเรียบร้อยแห่งโรงเรียน ประจำปีนี้เองเหรอครับ?" พายุหัวเราะในลำคอ พยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความหน้าแตก แม้ว่าสันกรามของอีกฝ่ายจะเริ่มขบเข้าหากันจนนูนเด่น "ผมก็แค่มารelateกับรุ่นน้องเขาเฉยๆ ไม่เห็นจะต้องทำหน้าเป็นยักษ์เป็นมารใส่กันขนาดนี้เลยมั้งครับ หรือว่า..."
พายุจงใจลาก2พยางค์หลังให้ยาวขึ้น พร้อมกับส่งยิ้มกวนประสาทมาให้ฉันสลับกับกรณ์ "หวงก้าง?"
คำว่า 'หวงก้าง' ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางเสียงซุบซิบของนักเรียนหลายคนที่เริ่มหันมามุงดูเหตุการณ์ระทึกขวัญตรงหน้า ฉันสะดุ้งเฮือก รีบเงยหน้าขึ้นมองคนข้างตัวที่ยืนนิ่งเป็นหินทึบ กรณ์ยังคงนิ่งสนิท สีหน้าของเขาเรียบเฉยราดด้วยน้ำแข็งไร้ความรู้สึก ทว่ากล้ามเนื้อสันหลังและไหล่กว้างที่เกร็งตึงขึ้นทีละน้อย กลับฟ้องชัดเจนว่าความอดทนของประธานหน้านิ่งคนนี้กำลังเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว
"คนที่มีมารยาท... เขาจะไม่ยืนค้ำหัวแล้วบังคับให้คนอื่นรับของที่ไม่ต้องการค่ะพายุ" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขาม ประโยคธรรมดาที่ไม่ได้ตะโกน แต่กลับทรงพลังจนพายุถึงกับหุบยิ้มฉับ "และถ้าสมองส่วนหน้าของคุณยังทำงานได้ดีพอ ก็ควรจะแยกแยะออกนะคะว่าการคุกคามพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น มันไม่ใช่เรื่องที่น่าชื่นชมเลยสักนิด"
"นี่นาย..." พายุหน้าดำคร่ำเครียด กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン
"ส่วนเรื่องที่คุณบอกว่าผมหวงก้างหรือเปล่า..." กรณ์ปรายตามองพายุด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากเพียงเสี้ยววินาทีจนแทบมองไม่เห็น "อันนั้นคุณคงต้องไปถามเอาเองค่ะ... ว่าระหว่าง *'คนรู้จัก'* กับ *'คนที่ผมกำลังจีบอยู่'* สถานะไหนมันสมควรจะโดนไล่ตะเพิดมากกว่ากัน"
*กริ๊ง!*
เสียงช้อนส้อมของใครบางคนในโรงอาหารร่วงกระทบจานดังลั่น แต่ฉันไม่ได้ยินมันแล้ว สมองของฉันขาวโพลน หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมาด้านนอก กรณ์... กรณ์พูดว่าอะไรนะ? เขาบอกว่ากำลัง... จีบฉันอย่างนั้นเหรอ? นี่ฉันหูฝาดไปเองหรือว่าโลกใบนี้กำลังจะแตกสลายกันแน่เนี่ย!
พายุอึ้งค้างไปสนิท ดวงเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเสียหน้า "หอะ! เล่นมุกอะไรของนายวะ... ไปดีกว่า เสียเวลาชะมัด" ว่าแล้วเจ้าตัวก็สะบัดหน้าหนี เดินกระแทกเท้าหายลับไปฝั่งประตูทางออกโรงอาหารท่าtyaงสายตานับร้อยคู่ที่มองตามอย่างซุบซิบ
ทว่า... พายุไปแล้ว แต่ปัญหาใหญ่กว่ากำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าฉันนี่สิคะ!
โรงอาหารทั้งโรงอาหารตกอยู่ในความเงียบงวดชั่วขณะ กรณ์หันขวับกลับมามองฉัน ใบหน้าหล่อเหลายังคงบึ้งตึง ดวงตาคมปลาบดุจมีดโกนกวาดมองฉันอีกครั้งด้วยความไม่สบอารมณ์ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่าย
"นั่งลงค่ะภัทรนันท์ ยืนทำหน้าเอ๋ออะไรอยู่ได้"
เขาสั่งเสียงดุ แต่ไม่รอให้ฉันได้อ้าปากเถียง กรณ์ก็ทรุดตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ว่างข้างๆ ฉันหน้าตาเฉย! แถมยังดึงถุงพลาสติกบรรจุกล่องข้าวและขนมเบเกอรี่ราคาแพงจากร้านชื่อดังหน้าโรงเรียนวางกระแทกปังลงบนโต๊ะอาหาร จนน้ำปั่นที่ตั้งอยู่ข้างๆ ถึงกับกระฉอกออกมาเล็กน้อย
"เอ่อ... ประธานคะ คือว่า..." ฉันกะพริบตาปริบๆ สมองยังคงประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์เมื่อครู่ "เมื่อกี้... ประธานพูดว่าอะไรนะคะ?"
"ฉันไม่ได้หูหนวกและไม่ได้พูดซ้ำรอบสองค่ะ" กรณ์ตอบกลับทันควันโดยไม่ยอมสบตา ใบหน้าหล่อเหลาเบือนหนีไปมองทางอื่น ทว่า... ใบหูข้างที่หันมาทางฉันกลับแดงแจ๋ราวกับลูกมะเขือเทศสุก ท่าทางแข็งทื่อพยายามทำเป็นขรึมนั้นช่างขัดกับความจริงในใจเสียเหลือเกิน จนฉันแอบหลุดยิ้มออกมาไม่ได้
"แหม... ประธานคะ หน้าแดงใหญ่แล้วนะคะ เขินอะไรเหรอคะเนี่ย หรือที่พูดเมื่อกี้คือเรื่องจริง?" เจแปนที่เพิ่งได้สติรีบยื่นหน้าเข้ามาแซวทันที พร้อมกับทำมือทำไม้ประกอบท่าทางล้อเลียนอย่างสนุกสนาน
กรณ์หันขวับไปถลึงตาใส่เจแปนด้วยสายตาพิฆาต "ถ้าไม่อยากให้ฉันหักคะแนนความประพฤติเธอข้อหาสอดรู้เรื่องชาวบ้าน เจแปน... เก็บปากแล้วไปซื้อน้ำมาให้ฉันแก้วหนึ่งค่ะ เอาหวานน้อย"
"ย่ะ! ประธานเผด็จการ!" เจแปนค้อนขวับสะบัดหน้าหนี แต่ก็ยอมลุกเดินเลี่ยงไปแต่โดยดี เพราะรู้ดีว่าเวลานี้คุณประธานสุดโหดกำลังอารมณ์บ่จอยขั้นสุดและพร้อมจะพ่นพิษใส่ทุกคนที่ขวางทาง
เมื่อเหลือกันแค่สองคน กรณ์ก็จัดการแกะกล่องพลาสติกตรงหน้าออก เผยให้เห็นข้าวหน้าเนื้อฉ่ำๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลาย และข้างๆ กันคือพุดดิ้งรสนมสดละมุนลิ้นที่ฉันบ่นอุบอับไว้ตั้งแต่เมื่อวานซืนว่าอยากกิน เขายื่นช้อนสลักลายเรียบหรูใส่มือฉันหน้าตาเฉย
"กินข้าวค่ะ" เขาพูดเสียงห้วน
"อ้าว... แล้วอันนี้..." ฉันก้มมองกล่องข้าวสลับกับใบหน้าบึ้งตึงของเขา "ซื้อมาให้ฉันเหรอคะ? ไหนบอกว่ารำคาญฉันไงคะ ไหนบอกว่าฉันน่ารำคาญชอบตามตื๊ออยู่เรื่อย ทำไมอยู่ดีๆ ถึง..."
"หยุดพูดแล้วตักเข้าปากไปค่ะ" กรณ์ขัดขึ้นเสียงแข็ง คราวนี้เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันจนระยะห่างลดลงเหลือแค่คืบเดียว ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน สื่อความหมายบางอย่างที่หนักแน่นและจริงจังจนหัวใจฉันกระตุกวูบ "ฉันไม่ได้บอกว่าเธอรำคาญ... ฉันแค่รำคาญพวกแมลงวันที่ชอบบินวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เธอต่างหาก"
"..."
"ส่วนขนมพวกนี้..." เขาชำเลืองมองกล่องพุดดิ้งด้วยหางตา "ร้านนี้มันทางผ่านบ้านฉันพอดี แล้วบังเอิญว่าแม่ฉันซื้อมาเกิน ฉันก็เลย... เอามาทิ้งถังขยะแถวนี้ เผื่อว่าจะมีใครบางคนแถวนี้ตาถั่วเก็บไปกินก็แค่นั้นแหละค่ะ"
ปัดโถ่! ปากแข็งเป็นบ้าเลยค่ะคุณประธานขา ทางผ่านบ้านบ้าอะไรคะ ร้านนั้นมันอยู่คนละฝั่งเมืองกับบ้านเขาเลยนะยะ! แล้วไหนจะแม่ซื้อมาเกินอีก ข้ออ้างเด็กอนุบาลชัดๆ แต่เพราะความซึนเดระที่พุ่งทะลุปรอทนี่แหละค่ะที่ทำให้ฉันยิ่งเอ็นดูเขาจนแทบจะละลายคาเก้าอี้อยู่แล้ว
"อ๋อ... ทางผ่านเหรอคะ?" ฉันแกล้งลากเสียงยาว ยิ้มกริ่มจนตาหยี แสร้งทำเป็นโน้มตัวเข้าไปใกล้เขาจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยเข้าจมูก "งั้นแปลว่า... ที่ประธานยอมลงทุนอ้อมโลกมาซื้อของโปรดให้ฉันเนี่ย เพราะเป็นห่วงกลัวว่าฉันจะอดตายใช่ไหมล่ะคะ? หรือว่า... กลัวว่าฉันจะไปใจอ่อนรับขนมของคนอื่นแทน?"
กรณ์ชะงักไปนิด ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงลามไปถึงลำคออย่างปิดไม่มิด เขาเม้มริมฝีปากแน่น เบนสายตาหนีไปมองวิวนอกหน้าต่างโรงอาหารแทนการสบตาตรงๆ
"เพ้อเจ้อค่ะภัทรนันท์ รีบๆ กินซะ ไม่งั้นฉันจะแย่งกินคืนแล้ว"
"ฮั่นแน่! ปากแข็งแบบนี้ระวังจะโดนน้ำปั่นปล้ำจูบกลางโรงอาหารจริงๆ นะคะคุณประธาน" ฉันหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ตักข้าวคำโตเข้าปาก ความหวานละมุนของเนื้อและซอสกระจายไปทั่วลิ้น แต่มันยังไม่หวานเท่าความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านอยู่ในอกตอนนี้เลยสักนิด
บรรยากาศรอบตัวเราเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความอบอุ่นชวนอมยิ้ม นักเรียนรอบข้างที่เคยส่งเสียงดังเริ่มหันมาสนใจอาหารตรงหน้า แต่ก็ยังมีสายตาอีกหลายคู่ที่ลอบมองมาที่เราเป็นระยะด้วยความหมั่นไส้และอิจฉา
ฉันก้มหน้าตักข้าวเข้าปากไปเรื่อยๆ โดยมีสายตาดุๆ แต่แอบมองเป็นระยะของกรณ์คอยคุมเชิงอยู่ข้างๆ มันเป็นช่วงเวลาที่แสนจะธรรมดาในโรงอาหารโรงเรียน แต่กลับเป็นโมเมนต์ที่ทำให้ใจฉันพองโตจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นฟองโซดาซ่าๆ
ทว่า... ความสุขมักจะอยู่กับเราได้ไม่นานนักหรอค่ะ
เมื่อจู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็หยุดลงตรงหน้าโต๊ะของเรา พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาบังแสงไฟจากหลอดไฟเบื้องบนจนมืดครึ้ม
ฉันชะงักมือที่กำลังจะตักพุดดิ้งเข้าปาก กรณ์เงยหน้าขึ้นด้วยความรำคาญใจ คาดว่าคงคิดว่าเป็นพายุดื้อด้านกลับมาหาเรื่องอีกรอบ แต่ทันทีที่ดวงตาคมกริบของประธานหน้านิ่งปะทะเข้ากับใบหน้าของผู้มาใหม่ สีหน้าของกรณ์ก็เปลี่ยนจากความหงุดหงิดกลายเป็นความตกตะลึงพรึงเพริดทันที
รอยยิ้มเยือกเย็นที่คุ้นเคย แว่นตากรอบทองที่สะท้อนแสงไฟวิบวับ และแฟ้มเอกสารสภานักเรียนในมือ...
"อ้าว... ประธานกรวีร์ครับ ดูเหมือนว่าเราจะมีเรื่อง 'ด่วน' ที่ต้องเคลียร์กันยาวๆ เลยนะครับ... เกี่ยวกับงบประมาณกิจกรรมที่หายไปครึ่งล้าน"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มพิฆาตของ **'คาร์ล'** รองประธานนักเรียนฝ่ายวินัยตัวแสบ ที่เพิ่งกลับจากการไปดูงานต่างจังหวัดนานสองเดือน... และนั่นคือจุดเริ่มต้นของมหันตภัยครั้งใหญ่ที่กำลังจะทำให้ชีวิตรักสีชมพูของฉันพังไม่เป็นท่าในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า!
สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ•ตอนที่ 19
หวานจนมดขึ้นโรงอาหาร
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!