สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ•ตอนที่ 18

ปฏิบัติการทวงคืนรอยยิ้มจากท่านประธาน

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
“ฉันไม่ถอย!” เสียงทุ้มตวาดก้องออกมาจากลำคอของคนที่เคยเยือกเย็นที่สุดในโรงเรียน พร้อมกับที่ร่างสูงพุ่งเข้ามากอดฉันไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่ของฉันท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่หันมามองเป็นตาเดียว! กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ประจำตัวของประธานนักเรียนหน้านิ่งลอยปะทะจมูกท่ามกลางความโกลาหล เสียงซุบซิบดังระงมราวกับผึ้งแตกรัง ห้องโถงกลางตึกอำนวยการที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับกลายเป็นเวทีแสดงละครเวทีขนาดยักษ์ที่ฉันไม่เคยสมัครใจรับบทนางเอก หัวใจของฉันเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก สมองตื้อตันไปหมด ประธานกรวีร์... คนที่เคยตีสีหน้าไร้อารมณ์ใส่ฉันมาตลอดหลายเดือน กำลังกอดฉัน... กอดต่อหน้าสภานักเรียน ครูประจำชั้น และพวกเด็กเกเรปีสามที่ยืนอ้าปากค้างเป็นปลาทูแม่กลอง “กร... กรณ์คะ ปล่อยก่อน นี่มันกลางโถงทางเดินนะ!” ฉันพยายามกระซิบเสียงลอดไรฟัน พร้อมกับใช้มือดันแผงอกแข็งๆ ของเขาออกเบาๆ แต่มีหรือที่คนตัวโตกว่าจะสะเทือน เขากลับกระชับวงแขนแน่นขึ้นไปอีก จนใบหน้าของฉันแทบจะจมลงไปในเสื้อเชิร์ตสีขาวรีดเรียบของเขา “ไม่ปล่อย” น้ำเสียงของเขาอู้อี้อยู่ตรงซอกคอของฉัน แต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน “เธอทำให้ฉันประสาทกินมาทั้งสัปดาห์แล้วนะ น้ำปั่น... เธอจะรับผิดชอบยังไง” “ฉันไปทำอะไรให้ท่านประธานผู้แสนเพอร์เฟกต์กันคะเนี่ย ปล่อยเลยนะ เดี๋ยวภาพลักษณ์ท่านประธานที่สะสมมาสามปีจะพังหมด!” ฉันกัดฟันกระซิบพลเหลือบไปเห็นเจแปนที่ยืนเกาะเสาอยู่ไม่ไกล ยัยเพื่อนตัวดีกำลังยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปด้วยรอยยิ้มกว้างถึงใบหู แถมยังทำปากมุบมิบส่งซิกมาว่า *‘จัดไปเลยแก ท่านประธานคลั่งรักแล้วโว๊ย!’* คลั่งรักอะไรล่ะฟะ! ฉันกำลังจะหัวใจวายตายต่างหาก! ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ กรณ์ก็ยอมคลายอ้อมแขนออกช้าๆ เขายืดตัวตรง ปรับสีหน้ากลับมาเรียบเฉย เย็นชา และทรงอำนาจดังเดิมได้ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที ราวกับว่าเมื่อครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ใบหูที่แดงก่ำจนลามไปถึงต้นคอขาวๆ นั่น... ฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังเขินจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี “กลับห้องเรียนไปได้แล้วครับ ทุกคน” กรณ์กวาดสายตาคมกริบมองรอบตัว เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังนั้นทำให้กลุ่มมุงที่ยืนอออยู่แตกฮือแยกย้ายกันไปภายในพริบตาเดียว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงหัวเราะเยาะสักคน มีเพียงสายตาอิจฉาริษยาและอยากรู้อยากเห็นที่ยังมองตามหลังเราเป็นระยะ กรณ์หันกลับมามองฉันที่ยังยืนอึ้งค้างเติ่งอยู่กับที่ ดวงตาคู่คมมีความลังเลฉายชัดอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ “เย็นนี้... รอฉันที่โรงอาหารตึกสาม ห้ามหนีกลับก่อนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะเดินไปลากเธอถึงห้องเรียน” พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ฉันยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ให้ตายเถอะ... นี่มันวันโลกาวินาศหรือยังไงกัน! ตลอดช่วงบ่ายของการเรียนคาบสุดท้าย สมาธิของฉันกระเจิดกระเจิงไปไกลลิบลิ่ว จนคุณครูสอนเคมีต้องเรียกชื่อซ้ำๆ ถึงสามรอบ เจแปนที่นั่งโต๊ะข้างๆ เอาแต่ส่งกระดาษโน้ตแอบแซวไม่หยุดหย่อน *‘แหมๆ รุกหนักแบบนี้ ระวังจะตกหลุมพรางผู้ชายหน้านิ่งเข้านะแก’* ฉันขยำกระดาษโน้ตเป็นก้อนกลมแล้วปาใส่หัวยัยเพื่อนตัวแสบทันทีด้วยความหมั่นไส้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... ภาพอ้อมกอดเมื่อเช้ายังคงวนเวียนอยู่ในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ทันทีที่เสียงกริ่งบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น เจแปนก็รีบเก็บกระเป๋าแล้วสะกิดยิกๆ “ไปสิแก ท่านประธานสุดหล่อรออยู่ ช้าเดี๋ยวโดนคาบไปกินนะยะ” “กินอะไรเล่า ฉันไม่ได้พิศวาสเขาซะหน่อย” ฉันแหวใส่เบาๆ แต่ขาสองข้างกลับเดินตรงไปยังโรงอาหารตึกสามตามคำสั่งอย่างซื่อสัตย์... ให้ตายสิ ฉันกลายเป็นทาสแมว เอ้ย! ทาสประธานตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย โรงอาหารตึกสามในยามเย็นค่อนข้างเงียบสงบเนื่องจากเลยเวลาอาหารมานานแล้ว มีเพียงแสงแดดสีส้มอ่อนที่สาดส่องผ่านกระจกใสกระทบกับพื้นผิวโต๊ะไม้ และที่โต๊ะริมสุด... ร่างสูงโปรดในชุดนักเรียนรีดเรียบกำลังนั่งรออยู่ แต่เดี๋ยวก่อนนะ... ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาฉันต้องขยี้ตาตัวเองแรงๆ สามทีติด! ท่านประธานผู้รักระเบียบและรักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจ... กำลังนั่งอยู่หน้าเตาปิ้งย่างเกาหลีพกพา ควันโขมงโฉงเฉงลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ กลิ่นเนยและเบคอนหอมฟุ้งตลบอบอวลไปหมด มือเรียวยาวที่ปกติมักจะถือปากกาตรวจเอกสารสภานักเรียน ตอนนี้กลับกำลังถือตะีบพลิกหมูสามชั้นบนกระทะด้วยความทุลักทุเล ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงเล็กน้อยเนื่องจากความร้อนและควันไฟที่ตีเข้าหน้า ฉันอ้าปากค้าง ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว “กรณ์... นี่นายทำอะไรเนี่ย?” กรณ์เงยหน้าขึ้นมองฉัน ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดนิดๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นอย่างประหลาด เขาวางตะเกียบลงแล้วผายมือไปยังเก้าอี้ตรงข้าม “นั่งลงสิ ฉันรู้ว่าช่วงนี้เธอน้ำหนักลดไปตั้งสองกิโลเพราะเครียดเรื่องสภากับเรื่องที่ฉันเคยทำตัวแย่ๆ ใส่... วันนี้ฉันจะไถ่โทษ” ฉันทรุดตัวลงนั่งอย่างงงงวย มองหน้าคนที่กำลังบริการปิ้งหมูใส่จานให้ฉันด้วยความรู้สึกประหลาดล้ำ “นาย... เป็นไข้หรือเปล่าเนี่ย ให้ฉันเรียกห้องพยาบาลไหม หรือว่าเอเลี่ยนสลับร่างนายไปแล้ว?” “เลิกพูดมากแล้วกินซะ” กรณ์ส่งตะเกียบมาให้ฉัน น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมมากจนฉันเกือบจะสำลักน้ำลายตัวเอง “เธอบอกไม่ใช่เหรอว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก... ในเมื่อเธอเหนื่อยมามากพอแล้ว งั้นเปลี่ยนให้ฉันเป็นฝ่ายตื๊อเธอบ้าง... จะเป็นไรไป” ตึง! ประโยคนั้นเหมือนมีค้อนยักษ์มาทุบเข้าที่กลางอก หัวใจของฉันเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ยัยน้ำปั่น ตั้งสติหน่อยสนี่ นายเย็นชาคนนี้กำลังใช้วิธีรomantic แบบมึนๆ โจมตีเธออยู่นะ! “นี่นาย... ไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่าเนี่ย จู่ๆ ก็ทำตัวแบบนี้ ฉันตั้งรับไม่ทันนะ” ฉันแกล้งทำเป็นบ่นอุบอิบเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง “ไม่ได้กินอะไรผิดสำแดง แค่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองโง่มากแค่ไหนที่ปล่อยให้ผู้หญิงปากดีคนนี้ต้องวิ่งไล่ตามอยู่ฝ่ายเดียวตั้งนาน” กรณ์สบตาฉันนิ่ง แววตาคู่นั้นลึกล้ำและจริงจังจนฉันไม่กล้าหลบสายตา บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงเสียงหัวใจของเราสองคนที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน มื้อเย็นวันนั้นดำเนินไปพร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ฉันไม่ได้สัมผัสมานาน ความอึดอัดระHหว่างเราหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในหัวใจทีละน้อย ฉันเริ่มรู้สึกแล้วว่า... การเป็นฝ่ายถูกตื๊อมันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่หรอกนะ แต่ความสุขมักจะอยู่กับเราได้ไม่นานนัก... เมื่อเราเดินออกจากโรงอาหารเพื่อจะแยกย้ายกันกลับบ้าน แสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมถนนหน้าโรงเรียนก็สาดส่องกระทบกับร่างของใครบางคนที่ยืนพิงรั้วรออยู่ก่อนแล้ว ร่างสูงโปรดในชุดกีฬาของโรงเรียนคู่แข่ง พร้อมกับรอยยิ้มกวนๆ ที่ส่งมาให้ฉันโดยเฉพาะ “อ้าวน้ำปั่น ทางนี้! ฉันรอนานจนรากจะงอกแล้วนะเนี่ย” พายุ... หนุ่มนักกีฬาสุดฮอตที่หายหน้าหายตาไปหลายวัน ก้าวเข้ามาหาเราด้วยท่าทีสนิทสนมเกินเหตุ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือมาถือวิสาสะขยี้ผมฉันเบาๆ ต่อหน้าต่อตาประธานนักเรียนที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ข้างๆ “พอดีฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอหน่อยว่ะน้ำปั่น... เรื่องที่เราคุยกันคราวก่อน ที่เธอบอกว่าสนใจจะไปงานบอลล์กับฉันน่ะ ตกลงว่าเย็นวันเสาร์นี้ว่างใช่ไหม?” คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางหัวฉันเปรี้ยงใหญ่! ฉันอ้าปากค้าง หันขวับไปมองหน้าพายุด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนจะรีบเหลือบไปมองกรณ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ช้าๆ... บรรยากาศรอบตัวของประธานหน้านิ่งในตอนนี้ ดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งติดลบยิ่งกว่าขั้วโลกเหนือ รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงจนพายุที่ยืนอยู่ยังต้องชะงัก กรณ์ไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่ดวงตาคู่คมที่จ้องมองมาที่ฉันและพายุดุจใบมีดโกนอาบยาพิษ กำลังกรีดร้องคำว่า *‘เธอตายแน่!’* ดังลั่นอยู่ในหัวของฉัน ...................................................................... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่คอยสนับสนุนและเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ รักเสมอกนะคะ เมล่อนโซดาค่ะ
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%