สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ•ตอนที่ 3

ตื๊อวันแรก ยื่นข้าวกล่องสะท้านโลกันตร์

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
"บอกแล้วไงคะว่าฉันไม่ได้ทำด้วยซ้ำ! ยัยเจแปนต่างหากที่เป็นคนโรยผงโรตีเด็กนั่นลงไปจนหน้าตาข้าวกล่องมันออกมาสภาพเหมือนกองขยะกัมมันตภาพรังสีแบบนี้!" เสียงแหลมใสแต่ทรงพลังของฉัน—ภัทรนันท์ หรือที่ใครๆ ในโรงเรียนเรียกกันว่า 'น้ำปั่นจอมตื๊อ'—ดังลั่นห้องเรียนมัธยมปลายปีที่ห้า ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่หันมามองเป็นตาเดียว โดยเฉพาะสายตาคู่คมกริบของประธานนักเรียนสุดเนี๊ยบอย่าง 'กรณ์' ที่กำลังยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่างด้วยใบหน้าเรียบตึงราวกับรูปปั้นหินอ่อน ฉันสะบัดกล่องพลาสติกใสในมือซ้ายเบาๆ เพื่อโชว์ผลงานชิ้นเอก (ที่เจแปนยืนยันนอนยันว่าเป็นศิลปะแนวแอ็บสแตรกต์) ข้าวสวยสีขาวอมม่วงอ่อนๆ จากการหุงพลาดไปโดนสีผสมอาหารของแม่ ถูกปั้นเป็นรูปหัวใจเบี้ยวๆ ที่ดูคล้ายก้อนอึหมามากกว่าความรัก ส่วนรอบๆ โรยด้วยผงไมโลผสมผงโรตีบอยที่จับตัวเป็นก้อนแข็งเป๊กราวกับหินปูน "นี่คือข้ออ้างของคนที่พยายามจะฆาตกรรมกระเพาะอาหารของฉันทางอ้อมสินะครับ" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท เย็นชา และบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ดวงตาคมปลาทูทอดมองกล่องข้าวประหลาดนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางสนามฟุตบอลราวกับมันเป็นสิ่งปฏิกูลที่ไม่อยากแม้แต่จะปรายตาแล ให้ตายเถอะค่ะ! นี่มันวันแรกของการปฏิบัติการ 'ตื๊อครองโลก' ตามแผนยุทธศาสตร์สามสิบวันที่ฉันกับยัยเจแปนช่วยกันร่างขึ้นมาตอนตีสองนะยะ! ทำไมตาประธานหน้านิ่งนี่ถึงใจร้ายใจดำขนาดนี้ ถึงหน้าตาข้าวกล่องมันจะดูเหมือนผ่านสงครามโลกครั้งที่สามมาก็เถอะ แต่วิญญาณแม่ครัวหัวป่าก์ของฉันใส่ความตั้งใจลงไปเต็มร้อยเลยนะคะ! "พี่กรณ์คะ! อย่าเพิ่งใจร้ายใส่กันแบบนี้สิคะ ลองชิมสักคำก่อนเถอะค่ะ เผื่อว่าข้างในมันอาจจะอร่อยจนน้ำตาไหลก็ได้นะ!" ฉันก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเขา รอยยิ้มหวานหยดถูกงัดออกมาใช้แบบเต็มพิกัด ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ อย่างน่าเอ็นดู (ที่ซ้อมหน้ากระจกมาแล้วไม่ต่ำกว่าสบรอบ) กรณ์ขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ สีหน้าของเขายังคงนิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ แต่ถ้าสังเกตให้ดี—และฉันสังเกตมันมาเป็นปีๆ—สันกรามคมสันที่ขยับเข้าหากันเล็กน้อยกับปลายนิ้วที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว นั่นแหละค่ะ สัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงว่าผู้ชายคนนี้กำลัง 'ประหม่า' หรือไม่ก็ 'รำคาญจนอยากจะบีบคอฉันให้ตายคามือ' "ถอยไป ยัยตัวแสบ" กรณ์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบเหลือบมองกล่องข้าวในมือฉันอีกครั้ง คราวนี้มีประกายบางอย่างไหววูบในดวงตาคู่นั้น—ประกายของความกลัว... กลัวว่าถ้าเผลอกินเข้าไปจริงๆ ชีวิตวัยรุ่นอันสดใสของเขาอาจจะจบลงบนเตียงผู้ป่วยโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง "ไม่ถอยค่ะ! จนกว่าพี่จะรับกล่องนี้ไป!" ฉันยื่นกล่องข้าวประหลาดเข้าไปใกล้ปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขาอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของข้าวผสมไมโลเตะจมูกจนกรณ์ต้องหลับตาลงอย่างอดกลั้น บรรยากาศรอบตัวเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ เสียงซุบซิบของเพื่อนร่วมห้องเงียบลงสนิท ทุกคนต่างลุ้นระทึกว่าประธานนักเรียนผู้รักความสะอาดและระเบียบวินัยขั้นสุด จะระเบิดอารมณ์ใส่น้ำปั่นจอมตื้อคนนี้ยังไง เจแปนที่แอบหลบมุมอยู่หลังตู้เก็บของทำไม้ทำมือส่งสัญญาณเตือนให้ฉันถอยทัพ แต่บอกเลยว่าพจนานุกรมของ 'น้ำปั่น' ไม่มีคำว่าถอยค่ะ! มีแต่คำว่า 'ด้านได้อายอด' เท่านั้น! "น้ำปั่น..." กรณ์เรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงจนน่ากลัว เขาลืมตาขึ้นจ้องมองฉันตรงๆ ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้มันใกล้เกินไป ใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่ลอยมาจากปกเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวเป็นกลองเพลโดยไม่รู้สาเหตุ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่อากาศในห้องก็เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ตายจริง... ทำไมเวลาผู้ชายคนนี้ทำหน้าดุๆ แบบนี้แล้วมันถึงได้ดูมีเสน่ห์จนใจเจ็บขนาดนี้นะคะเนี่ย! "คะ? ว่าไงคะพี่กรณ์ เปลี่ยนใจจะรับข้าวกล่องแห่งความรักกล่องนี้แล้วใช่ไหมล่ะคะ" ฉันพยายามกลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการส่งยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ กรณ์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เป็นการถอนหายใจที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายระคนปลงตก เขายื่นมือหนาออกมา—ไม่ใช่เพื่อรับกล่องข้าวอย่างที่ฉันภาวนา—แต่ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาอ้อมมาเคาะที่หน้าผากฉันเบาๆ หนึ่งที "เพ้อเจ้อ" คำพูดสั้นๆ ห้วนๆ แค่นั้นแหละค่ะ ทำเอาฉันยืนอึ้งค้างกลางอากาศ กรณ์ไม่รอให้ฉันได้ตั้งสติ เขาก้าวสวนทางฉันเดินออกไปจากห้องเรียนทันที แผ่นหลังกว้างในชุดนักเรียนรีดเรียบเป๊ะทิ้งระยะห่างออกไปทุกที ท่ามกลางเสียงถอนหายใจโล่งอกของคนทั้งห้อง "แหม... เกือบไปแล้วไหมล่ะแก เกือบได้ส่งเพื่อนรักเข้าห้องฉุกเฉินล้างท้องแล้ว" เจแปนวิ่งปรี่เข้ามาตบไหล่ฉันปุๆ สีหน้าโล่งอกโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด ฉันก้มมองกล่องข้าวในมือที่ยังคงส่งกลิ่นไมโลตีขึ้นจมูก ริมฝีปากบางเบะลงเล็กน้อยด้วยความขัดใจ แต่ไม่นานนัก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง... เมินสนิทเหรอคะ? ฝันไปเถอะค่ะ กรวีร์! เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นแหละ! ในขณะที่ฉันกำลังฮึดสู้และวางแผนแก้เกมในหัว สมองกำลังประมวลผลว่าจะใช้กลยุทธ์ไหนต่อในวันพรุ่งนี้ จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็หยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูกระจกของห้องเรียน เงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนทาบทับลงมาบังแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาพอดี ฉันเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย คิดว่ากรณ์อาจจะลืมของแล้วเดินกลับมา แต่ทว่า... คนที่ยืนยันรอยยิ้มกวนประสาทอยู่ตรงนั้น กลับไม่ใช่ประธานนักเรียนหน้านิ่งคนเดิม "อ้าว น้ำปั่น... ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเหรอครับเนี่ย สนใจไปกินข้าวกับผมแทนไหม พอดีผมเพิ่งซื้อสเต็กเนื้อนำเข้าจากร้านดังมา..." เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มละลายใจสาวของ 'พายุ' หนุ่มนักบาสเกตบอลสุดฮอตประจำโรงเรียน คู่แข่งหัวใจตัวฉกาจที่มักจะโผล่มาในเวลาที่ไม่ควรโผล่มาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่สนใจสายตาใคร มือหนาถือถุงอาหารราคาแพงลิบลิ่ว และที่สำคัญ... สายตาพราวเสน่ห์คู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่ฉันด้วยความสนใจใคร่รู้แบบเปิดเผย แย่แล้วค่ะ... ทำไมตระกูลความวุ่นวายถึงได้ขยันมาพร้อมเพรียงกันขนาดนี้ในวันแรกของการตื๊อวะเนี่ย! และที่สำคัญที่สุด... หางตาของฉันเหลือบไปเห็นเงาร่างของกรณ์ที่เดินย้อนกลับมาหยิบสมุดที่ลืมไว้ที่โต๊ะพอดี เขาชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นพเวลายืนประชิดตัวฉัน พร้อมกับกล่องข้าวประหลาดในมือ ดวงตาคมกริบคู่นั้นหรี่แคบลง รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนคนรอบข้างต้องถอยกรูด—และต่อมความหึงเงียบของประธานนักเรียนมาดนิ่งคนนี้ ก็เริ่มทำงานอย่างเต็มระบบในเสี้ยววินาทีนั้นเอง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและร่วมลบความเงียบเหงาไปกับ "เมล่อนโซดา" นะคะ
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%