“ถ้าคิดว่าน้ำเมล่อนปั่นหวานร้อยเปอร์เซ็นต์แก้วนี้ จะลบล้างคดีป่วนงานปฐมนิเทศเมื่อวานได้... เธอกำลังประเมินค่าความเสียหายต่ำไปมาก ภัทรนันท์”
น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นทันทีที่บานประตูกระจกฝ้าของห้องสภานักเรียนปิดลง
เจ้าของเสียงคือนายกรวีร์ หรือ ‘ท่านประธานกรณ์’ ผู้นั่งหลังตรงสง่างามอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ ปลอกแขนสีแดงสดประจำตำแหน่งสภานักเรียนติดอยู่อย่างประณีตไม่มีรอยยับแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ผิดกับแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำตรงมุมโต๊ะ... ที่สภาพกระดาษด้านในยับยู่ยี่ราวกับเพิ่งผ่านการขยำด้วยแรงอารมณ์มหาศาลมาหมาดๆ
“แหม คุณประธานขา ลดความดุลงสักหนึ่งขีด โลกจะสดใสขึ้นอีกสามร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะคะ”
ฉัน—น้ำปั่น คนเดิม เพิ่มเติมคือพกพาหน้ากากความหน้าด้านเบอร์ใหญ่ที่สุดในชีวิตมาด้วย—ค่อยๆ ใช้นิ้วดันแก้วน้ำปั่นสีเขียวพาสเทลที่มีหยดน้ำเกาะพราวไปข้างหน้า เลื่อนผ่านเอกสารงบประมาณกองโตไปหยุดอยู่ตรงหน้าร่างสูง
สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นสีเงินตวัดมองแก้วน้ำปั่น แววตานิ่งสนิทไม่ไหวติง แต่ทว่า... สันกรามที่ขบแน่นจนขึ้นรอยบุ๋มเล็กๆ นั่น มันฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างอยู่
อารมณ์อะไรน่ะเหรอ? ก็คงเป็นความหงุดหงิดที่ยัยตัวแสบอย่างฉันรอดพ้นจากการโดนหักคะแนนความประพฤติเมื่อวานมาได้น่ะสิ! แถมตอนเดินมาห้องสภาเมื่อกี้ ‘นายพายุ’ นักบาสเกตบอลสุดฮอตยังดันตะโกนทักทายฉันลั่นระเบียง พร้อมกับยื่นขนมปังเมล่อนให้ต่อหน้าต่อตาสารวัตรนักเรียนทั้งโขยงอีกต่างหาก
‘อย่าลืมกินนะยัยตัวเล็ก เดี๋ยวตอนเย็นไปเชียร์ฉันคัดตัวด้วย!’
เสียงตะโกนของพายุยังแว่วอยู่ในหู และฉันสาบานได้เลยว่า วินาทีนั้นฉันเห็นสายตาของประธานกรณ์ที่ยืนคุมแถวอยู่ไกลๆ ตวัดมองมาด้วยรังสีอำมหิตจนขนหัวลุกชันไปทั้งแถบ
“เอากลับไป” กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ ปลายนิ้วเรียวยาวดันแก้วน้ำออกห่างตัวราวกับมันเป็นขยะติดเชื้อ “ห้องสภานักเรียนไม่ใช่โรงอาหาร และฉันไม่รับสินบนจากคนที่เพิ่งทำลายภาพลักษณ์ของโรงเรียน”
“นี่ไม่ได้เรียกว่าสินบนค่ะ เขาเรียกว่า ‘เครื่องบรรณาการขอขมา’ ต่างหากล่ะ!” ฉันท้วงพลางก้าวประชิดโต๊ะ ท้าวแขนทั้งสองข้างลงไป ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดสะอ้านของสบู่กลิ่นมินต์จางๆ จากตัวเขา “เมื่อวานน้ำปั่นไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะคะ ใครจะไปรู้ล่ะว่าป้ายผ้าต้อนรับน้อง ม.4 มันจะหลุดมือตอนที่คุณประธานกำลังขึ้นกล่าวเปิดงานพอดี... แถมลมยังพัดมันไปคลุมหัวคุณประธานซะมิดอีก โถ... แต่มองในแง่ดี มันก็ทำให้ทุกคนรู้ว่าคุณประธานรูปหล่อของเรา แม้จะมีผ้าคลุมหัวเป็นผีตองเหลือง ก็ยังยืนนิ่งสง่าเหมือนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเลยนะคะ!”
“ภัทรนันท์.”
เสียงเรียกชื่อจริงเต็มยศกดต่ำลงอีกหนึ่งคีย์ ดวงตาเรียวรีหลังเลนส์แว่นหรี่ลง จ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉันอย่างเอาเรื่อง
“การประชดไม่ใช่การสำนึกผิด” กรณ์ถอดแว่นสายตาออก วางมันลงบนโต๊ะเบาๆ เผยให้เห็นดวงตาคู่คมชัดเจนที่แฝงไปด้วยความดุดันและ... ความหงุดหงิดที่ควบคุมไม่ได้ “และฉันไม่ได้โง่พอที่จะดูไม่ออก ว่าเป้าหมายของเธอไม่ใช่การมาขอโทษ แต่เป็นการหาเรื่องเข้ามาเพ่นพ่านในห้องนี้... เหมือนทุกๆ วัน”
ฉันแอบกลืนน้ำลายเอื๊อกลงคอเบาๆ
แหม... รู้ทันอีกแล้ว พ่อคุณเอ๊ย! ฉลาดเป็นกรดขนาดนี้ ชาติที่แล้วเกิดเป็นโคนันหรือยังไงกันนะ!
ใช่แล้ว... แผนการของฉันกับยัยเจแปน เพื่อนสาวตัวดีที่ตอนนี้คงกำลังแอบส่องกล้องส่องทางไกลอยู่บนตึกตรงข้าม คือ ‘ทฤษฎีตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก’ ในเมื่อกรณ์เป็นคนเข้าถึงยาก เย็นชาเป็นน้ำแข็ง ฉันก็ต้องทำตัวเป็นน้ำร้อนที่คอยราดรดใส่เขาทุกวัน ต่อให้เขาจะผลักไสไล่ส่งแค่ไหน หน้าด้านเท่านั้นคือผู้ชนะ!
“แหม รู้ใจกันขนาดนี้ ไม่คิดจะเปิดใจรับน้ำปั่นไปพิจารณาเป็นคนรู้ใจบ้างเหรอคะ?” ฉันส่งยิ้มหวานหยดย้อยระดับสิบกะรัตไปให้ ขยิบตาแถมไปหนึ่งที
กรณ์ถอนหายใจยาว แววตาเหนื่อยหน่ายปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากหยักสวยจะยกยิ้มขึ้นมา... แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ฉันรู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง รอยยิ้มของปีศาจชัดๆ!
เขาดึงลิ้นชักโต๊ะ หยิบกระดาษเอสี่สีขาวสะอาดตาออกมาหนึ่งแผ่น พร้อมกับปากกาหมึกซึมสีดำด้ามหรู ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่น่าสะพรึงกลัว
“ในเมื่อเธอว่างมากพอที่จะมาคอยตามตื๊อฉัน และยังมีเวลาเหลือเฟือไปยืนหัวเราะร่าเริงอยู่กับคนอื่นที่ระเบียงทางเดิน...”
หืม? คนอื่นที่ระเบียงทางเดิน? ประโยคนี้มันฟังดูแปลกๆ นะ... ฉันแอบเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองท่าทางของคนหน้านิ่งที่กำลังตวัดปากกาลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว เส้นเลือดบนหลังมือของเขาปูดโปนขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกถึงแรงกดที่มากเกินความจำเป็น
เขาหึงเหรอ? ...บ้าหน่า น้ำปั่น อย่าเพิ่งเข้าข้างตัวเอง คนอย่างท่านประธานเนี่ยนะจะหึง! เขาคงแค่รำคาญที่เด็กนักเรียนทำตัวไร้ระเบียบมากกว่า
“ฉันมีข้อเสนอ” กรณ์เลื่อนกระดาษแผ่นนั้นมาตรงหน้าฉัน “ถ้าเธอทำตามกฎ 3 ข้อนี้ไม่ได้ภายในหนึ่งเดือน เธอต้องย้ายตัวเองออกไปให้พ้นสายตาฉัน เลิกเดินตาม เลิกโผล่หน้ามาให้เห็น และห้ามเหยียบเข้ามาในห้องสภานักเรียนนี้อีกตลอดชีวิต ม.ปลาย”
ฉันก้มลงมองตัวหนังสือลายมือหวัดแต่เป็นระเบียบสวยงามบนกระดาษ หัวใจเต้นผิดจังหวะไปนิดหนึ่งเมื่ออ่านเนื้อหาข้างใน
*กฎเหล็ก 3 ข้อ เพื่อสวัสดิภาพของสภานักเรียน:*
*ข้อ 1: ห้ามเข้าใกล้ประธานนักเรียนในระยะ 2 เมตร เว้นแต่จะมีธุระเรื่องงานเอกสารที่ได้รับอนุมัติแล้วเท่านั้น (และห้ามแตะต้องตัวเด็ดขาด)*
*ข้อ 2: รับผิดชอบจัดระเบียบและคัดแยกเอกสารย้อนหลัง 5 ปี ในห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดินให้เสร็จสิ้นภายใน 3 สัปดาห์ โดยห้ามมีข้อผิดพลาดแม้แต่จุดเดียว*
*ข้อ 3: ห้ามไปป้วนเปี้ยน แอบดู หรือส่งเสียงเชียร์ที่โรงยิมฝั่งชมรมกีฬาบาสเกตบอลในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนโดยเด็ดขาด*
ฉันอ่านทวนข้อที่สามซ้ำไปซ้ำมาถึงสามรอบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกรณ์ที่กำลังยกมือกอดอก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีเหนือกว่า
“เดี๋ยวนะคะคุณประธาน...” ฉันชี้ปลายนิ้วไปที่ข้อสุดท้าย “ข้อหนึ่งกับข้อสอง น้ำปั่นพอเข้าใจได้ว่าคุณอยากกำจัดความรำคาญกับใช้แรงงานทาส แต่ข้อสามเนี่ย... มันเกี่ยวอะไรกับสวัสดิภาพของสภานักเรียนไม่ทราบคะ? โรงยิมเป็นพื้นที่ส่วนรวม แล้วทำไมต้องระบุเจาะจงว่าชมรมบาสเกตบอลด้วยล่ะ?”
แววตาคมกริบของกรณ์ไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ใบหูขาวสะอาดของเขาเริ่มขึ้นสีชมพูระเรื่ออย่างผิดสังเกต แต่ใบหน้าหล่อเหลานั้นยังคงฉาบความนิ่งสนิทไว้ได้อย่างไร้ที่ติ
“เพราะเสียงกรี๊ดไร้สาระของพวกเธอ มันรบกวนสมาธิการทำงานของสภานักเรียนที่อยู่ตึกตรงข้าม” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนแทบจะจับพิรุธไม่ได้ “และพฤติกรรมเกาะขอบสนาม ส่งน้ำ ส่งผ้าเช็ดหน้าให้ผู้ชาย มันขัดต่อภาพลักษณ์ความสงบเรียบร้อยของโรงเรียน”
“จริงเหรอคะ?” ฉันหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เริ่มผุดขึ้นที่มุมปาก “ไม่ใช่ว่า... มีใครแถวนี้กำลัง ‘ตาร้อน’ เพราะเห็นว่ามีคนอื่นเอาขนมปังเมล่อนมาให้น้ำปั่นหรอกนะคะ?”
กึก!
ปากกาในมือของกรณ์ถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะทันที เสียงดังจนฉันสะดุ้งเบาๆ แต่ยังคงยืนหยัดรักษาฟอร์มไว้
“อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ภัทรนันท์” กรณ์โน้มตัวข้ามโต๊ะมาข้างหน้า ระยะห่างระหว่างเราลดลงเหลือไม่ถึงคืบ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาจนฉันแทบลืมหายใจ สัมผัสได้ถึงไอร้อนและแรงกดดันมหาศาล “คนอย่างฉัน... ไม่มีเวลาว่างพอจะไปสนใจเรื่องไร้สาระพรรค์นั้นหรอก”
“งั้นก็ดีค่ะ!” ฉันคว้าปากกาบนโต๊ะขึ้นมา ควงมันหนึ่งรอบอย่างท้าทาย “กฎงี่เง่าพวกนี้ น้ำปั่นรับคำท้า! คิดว่างานแค่นี้จะทำให้คนอย่างน้ำปั่นยอมแพ้แล้วถอยทัพเหรอคะ? ฝันไปเถอะค่ะท่านประธาน!”
ฉันตวัดลายเซ็นต์ของตัวเองลงบนมุมขวาล่างของกระดาษสัญญาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
“แต่ถ้าหนึ่งเดือนนี้น้ำปั่นทำได้ตามกฎครบทุกข้อ... คุณประธานต้องยอมไปเดตกับน้ำปั่นหนึ่งวัน ตกลงไหมคะ?”
กรณ์มองลายเซ็นต์ตัวกลมๆ ดุ๊กดิ๊กของฉัน สลับกับใบหน้าของฉันที่เชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ริมฝีปากบางของเขาเหยียดตรง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
“ตกลง... ถ้าเธอทำได้นะ”
“เตรียมตัวเคลียร์คิววันเสาร์ไว้ได้เลยค่ะสุดที่รัก!” ฉันหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี หันหลังเตรียมจะเดินออกจากห้องด้วยชัยชนะก้าวแรก แต่ในจังหวะที่มือของฉันกำลังจะแตะโดนกลอนประตูไม้บานหนานั่นเอง...
โครม!
ประตูห้องสภานักเรียนถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจากภายนอกจนชนผนังเสียงดังสนั่น!
ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มในชุดนักกีฬาบาสเกตบอลชุ่มเหงื่อก้าวพรวดเข้ามาในห้อง ผ้าขนหนูผืนเล็กพาดอยู่บนบ่ากว้าง ผมเผ้าที่เปียกชื้นลู่ลงปรกหน้าผาก แต่ไม่อาจบดบังรอยยิ้มทะเล้นและดวงตาพราวระยับของ ‘พายุ’ ได้เลยแม้แต่น้อย
“อยู่นี่เอง ยัยตัวแสบ!” พายุไม่พูดเปล่า เขาสาวเท้าเข้ามาคว้าข้อมือของฉันไว้อย่างถือวิสาสะ ก่อนจะดึงฉันเข้าไปยืนเคียงข้างเขาอย่างแนบชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่พลันเงียบกริบลงในพริบตา
“พายุ? นายเข้ามาได้ยังไงเนี่ย ที่นี่ห้องสภานะ!” ฉันเบิกตากว้าง พยายามจะดึงมือออก แต่แรงของนักกีฬาหนุ่มนั้นมีมากเกินไป
พายุไม่ได้ตอบฉัน แต่เขากลับเงยหน้าขึ้น สบสายตากับประธานนักเรียนที่บัดนี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บรรยากาศรอบตัวกรณ์เย็นเยียบจนเหมือนอุณหภูมิดิ่งลงแตะจุดเยือกแข็งในเสี้ยววินาที
“โทษทีนะท่านประธาน พอดีผมมารับตัว ‘ผู้จัดการทีมคนใหม่’ ของชมรมบาสน่ะ” พายุกระตุกยิ้มมุมปาก ยกชูกระดาษใบสมัครสีชมพูที่มีลายเซ็นต์ของอาจารย์ที่ปรึกษาขึ้นมาโบกไปมาตรงหน้ากรณ์อย่างท้าทาย “น้ำปั่นเขาตกลงรับตำแหน่งนี้แล้ว... และนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังเลิกเรียนทุกวัน เธอต้องอยู่กับผมที่โรงยิมจนถึงค่ำ!”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสภานักเรียนจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ดวงตาของกรณ์ที่มองตรงมายังมือของพายุที่จับข้อมือฉันอยู่ ฉายแวววาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกพรึบขึ้นมาอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก!
***
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ยัยน้ำปั่นตัวแสบนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ•ตอนที่ 2
กฎเหล็ก 3 ข้อของท่านประธานหน้านิ่ง
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!