"ส่วนเธอ... น้ำปั่น เย็นนี้หลังเลิกเรียน... อย่าเพิ่งหนีกลับบ้านเด็ดขาด ไม่งั้นเธอเจอดีแน่ค่ะ"
ประโยคคำสั่งอันเยือกเย็นและแฝงไปด้วยรังสีอำมหิตของนายกรวีร์ ประธานนักเรียนหนุ่มมาดนิ่ง ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเด็กสาวร่างบางราวกับเสียงระฆังเตือนภัยก่อนเข้าลานประหาร น้ำปั่นทรุดตัวลงนั่งแผ่หลาบนโซฟาห้องนอนสีพาสเทลของตัวเอง สภาพราวกับซากศพที่ไร้ซึ่งวิญญาณ โดยมีเจแปน เพื่อนสนิทตัวแสบกำลังนั่งเคี้ยวขนมกรุบกรอบเสียงดังกร้วมๆ อยู่ข้างๆ อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"แก... แกเข้าใจคำว่า 'เจอดีแน่' ของอีตานั่นไหมเจแปน" น้ำปั่นโอดครวญพลางคว้าหมอนอิงมาปิดหน้า "เขาไม่ได้บอกว่าจะเลี้ยงชาบู หรือจะพาไปกินบิงซูปลอบใจนะเว้ย สายตานั่นมัน... มันคือสายตาของฆาตกรโรคจิตที่พร้อมจะฝังกลบฉันไว้ใต้สนามฟุตบอลโรงเรียนชัดๆ!"
เจแปนกลืนขนมลงคออย่างใจเย็น ก่อนจะใช้ช้อนพลาสติกตักไอศกรีมรสวานิลลาเข้าปากแล้วหัวเราะคิกคักในลำคอ
"โอ้ย นามีร์ขา (ชื่อเล่นมโนที่เจแปนชอบเรียกน้ำปั่นเวลาจะเสี้ยม) แกจะกลัวอะไรกับอีตาประธานหน้าหุ่นยนต์นั่นล่ะคะ เขาก็แค่ขู่ให้แกกลัวเล่นๆ ตามฟอร์มคนฟอร์มจัดเท่านั้นแหละน่า หน้าตาอย่างกรณ์น่ะนะ เต็มที่ก็แค่สั่งให้แกไปนั่งคัดระเบียบโรงเรียนสามรอบ หรือไม่ก็กวาดใบไม้แห้งหลังตึกอำนวยการแค่นั้นแหละ"
"แค่สามรอบกับกวาดใบไม้เนี่ยนะ! แกไม่รู้หรอกว่าอีตานั่นน่ากลัวแค่ไหน สายตาพิฆาตแบบนั้น... ฉันสบตาแค่สามวินาที ขนตูดก็ลุกชันไปถึงโคนผมแล้วนะแก!" น้ำปั่นโวยวายพร้อมกับดิ้นเร่าๆ บนโซฟาด้วยความกลัวผสมความหงุดหงิดที่แผนการป่วนหัวใจเมื่อกลางวันดันพังไม่เป็นท่า เพราะดันมีไอ้หนุ่มนักกีฬาหน้าหล่ออย่าง 'พายุ' โผล่เข้ามาทำคะแนนแทรกกลางระหว่างเธอกับกรณ์พอดีเป๊ะ จนทำให้ประธานหนุ่มหน้ามึนตึงใส่และทิ้งระเบียบการลงโทษไว้ให้แบบนั้น
เจแปนหรี่ตามองเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ประกายตาซุกซนเป็นประกายราวกับปีศาจน้อยที่กำลังคิดแผนชั่วร้ายบางอย่าง
"งั้นแสดงว่า... แกไม่กล้าไปเผชิญหน้ากับเขาสินะคะ"
"ใครว่าฉันไม่กล้า! ฉันแค่อาจจะ... เอ่อ... ยังไม่พร้อมเผชิญหน้าในสภาพที่พลังชีวิตเหลือแค่สามเปอร์เซ็นต์ต่างหากเล่า!" น้ำปั่นแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความจำนนต่อหลักฐาน
"ดีมากค่ะ ถ้าแกไม่อยากไปเจอสายตานفซ้ำเติมและวาจาเชือดเฉือนของอีตาประธานหน้านิ่งคนนั้น... งั้นเรามาใช้ 'แผนขั้นเด็ดขาด' กันดีกว่า" เจแปนขยับตัวเข้าไปกระซิบกระซาบใกล้ๆ น้ำปั่น ดวงตาเป็นประกายวิบวับ
"แผนอะไรของแกอีกเนี่ยเจแปน ฟังจากน้ำเสียงแกแล้ว ฉันเริ่มรู้สึกว่าอายุขัยของตัวเองกำลังจะสั้นลงทุกที..."
"แผน... แกล้งป่วยค่ะ!" เจแปนประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ราวกับเพิ่งคิดค้นสูตรเคมีที่จะเปลี่ยนโลกได้
น้ำปั่นอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน รีบยกมือขึ้นโบกปฏิเสธพัลวัน "เฮ้ยๆๆ เดี๋ยวๆ แกจะบ้าเหรอ เจแปน! แกล้งป่วยเนี่ยนะ? มันโบราณยิ่งกว่าละครหลังข่าวภาคค่ำช่องเจ็ดอีกนะเว้ย! อีตาประธานสมองเพชรระดับท็อปของโรงเรียนน่ะเหรอจะเชื่อ? เขาจับโป๊ะได้ฉันโดนจับไปประหารชีวิตที่เสาธงแน่ๆ!"
"โหย นามีร์ขา สมองแกนี่มันทึบยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กซะอีกนะเนี่ย" เจแปนถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความระอา ก่อนจะเริ่มอธิบายแผนการฉบับมโนแต่ดูท่าทางน่าสนุกไม่น้อย "ฟังฉันให้ดีๆ นะคะคุณภัทรนันท์... ถ้าแกหนีหายเข้ากลีบเมฆ ไม่ไปตามนัดของเขา อีตาประธานขี้เก๊กนั่นจะต้องหงุดหงิดจนต่อมระเบียบแตกแน่ๆ แต่ถ้าแกส่งข่าวไปบอกเขา... หรือให้ฉันช่วยโทรไปรายงานตัวด้วยเสียงสั่นเครือกระเสือกกระสนว่า 'ฮัลโหล... กรณ์เหรอ... ตอนนี้ปั่น... ปั่นไข้ขึ้นสูงสามสิบเก้าองศา หายใจรวยริ่น... เพ้อหาแต่ชื่อกรณ์ตลอดเวลาเลยค่ะ...' แกคิดว่าคนอย่างประธานนักเรียนผู้รักความยุติธรรมและแสนจะรับผิดชอบต่อส่วนรวม จะนั่งนิ่งดูดายอยู่ได้เหรอคะ?"
น้ำปั่นนิ่งอึ้ง สมองประมวลผลตามคำพูดของเพื่อนสนิท ภาพใบหน้าหล่อเหลาแต่ไร้รอยยิ้มของกรณ์ลอยเข้ามาในหัว
คนอย่างกรณ์เนี่ยนะ... จะเป็นห่วงเธอ?
แค่คิดก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวแล้ว! ผู้ชายอะไร หน้านิ่งเป็นหินแกรนิต เย็นชาอย่างกับหลุดออกมาจากตู้แช่แข็ง แถมเวลาพูดแต่ละทีนี่แทบจะเอามีดกรีดหัวใจเล่น แต่... ถึงอย่างนั้น... ในแววตาคู่คมเข้มคู่นั้น เวลาที่เขาเผลอมองเธอตอนเผลอ มันมักจะมีความห่วงใยซ่อนอยู่ลึกๆ เสมอ (หรือเธอเข้าข้างตัวเองไปเองฟะ?)
"มันจะเวิร์กเหรอแก... เกิดเขาจับได้ว่าฉันตบตา เขาสั่งพักการเรียนฉันขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไงเล่า" น้ำปั่นยังคงมีความกังวลฉายชัดอยู่บนใบหน้า
"โหย แกนี่มันป๊อดสิ้นดี!" เจแปนผลักหน้าผากเพื่อนเบาๆ อย่างหมั่นไส้ "เชื่อฉันเถอะค่ะ กองเชียร์ระดับพรีเมียมอย่างฉันวิเคราะห์มาอย่างดีแล้ว ผู้ชายหน้านิ่ง ปากแข็ง ฟอร์มจัด ระเบียบจัดแบบนั้นน่ะ... แพ้ทางคนอ่อนแอที่สุด ยิ่งแกทำเสียงกระซิบกระซาบ ทำเป็นนอนซมอยู่บนเตียง เปิดแอร์เย็นฉ่ำ เอาผ้าชุบน้ำโปะหัวนะ รับรองว่าอีตาประธานมาดเนี๊ยบคนนั้น ต้องรีบวิ่งแจ้นมาดูอาการถึงบ้านแกภายในครึ่งชั่วโมงแน่นอน คอยดูสิ!"
คำพูดของเจแปนมีพลังอำนาจบางอย่างที่ทำให้น้ำปั่นเริ่มคล้อยตาม... หรือเพราะลึกๆ แล้ว เธอก็แอบอยากรู้เหมือนกันว่า... ผู้ชายคนนั้นจะแคร์เธอบ้างไหม?
หลังจากเถียงกันอยู่เกือบสิบนาที ในที่สุดแผนการ 'ลวงโลก' ฉบับเร่งรัดก็เริ่มต้นขึ้น
น้ำปั่นถูกจับให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่มๆ จัดแต่งทรงผมให้ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยแบบคนป่วยไข้ขึ้นสูง (ทั้งที่จริงเพิ่งกินชาไข่มุกหวานร้อยเปอร์เซ็นต์ไปเมื่อกี้) เจแปนจัดการหยิบผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาแปะไว้บนหน้าผากเนียนมน พร้อมกับแต่งหน้าแต่งตาด้วยแป้งฝุ่นบางๆ ให้ดูซีดเซียวราวกับคนขาดสารอาหาร
"เอาล่ะ... พร้อมนะ นามีร์" เจแปนทำหน้าเคร่งขรึมราวกับผู้กำกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดกำลังจะสั่งแอ็กชัน "เดี๋ยวฉันจะจัดการโทรศัพท์ไปหานายประธานจอมเฮี้ยบเอง แกมีหน้าที่นอนซม ส่งเสียงแหบแห้ง แล้วก็บีบน้ำตาซักหยดสองหยดเรียกเรตติ้ง เข้าใจไหมคะ?"
น้ำปั่นพยักหน้ารับหงึกหงัก หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นผสมความหวาดเสียว ไม่รู้ว่านี่คือแผนการพิชิตใจผู้ชาย หรือกำลังเดินเข้าสู่ทางตันของชีวิตกันแน่
เจแปนสูดหายใจเข้าลึกๆ กดโทรออกไปยังเบอร์ส่วนตัวของกรณ์ที่ได้มาจากสมุดปกขาวของสภานักเรียน เสียงรอสายดังขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็กดรับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบตามสไตล์เดิม
( "ฮัลโหล... ภัทรนันท์ ทำไมยังไม่มารายงานตัวที่ห้องสภานักเรียน ผมเตือนคุณแล้วนะ..." ) เสียงของกรณ์ดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ น้ำปั่นถึงกับสะดุ้งโหยง
เจแปนรีบส่งซิกให้น้ำปั่นทำสัญญาณมือ แล้วเธอก็กรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใกล้จะขาดใจตายเต็มทน
"ฮ...ฮัลโหลค่ะคุณประธาน... ฮือออ..."
( "...เจแปนเหรอ? แล้วเสียงน้ำปั่นไปไหน ทำไมเธอถึงถือโทรศัพท์น้ำปั่น?" ) ปลายสายเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นความสงสัยระคนตึงเครียดทันที ความเยือกเย็นเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอนเล็กน้อย
"คือว่า... ฮึก... ตอนนี้ปั่น... ปั่นแย่แล้วค่ะกรณ์!" เจแปนแกล้งทำเสียงสะอื้นไห้ฟูมฟายจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง "หลังจากเลิกเรียน... ปั่นกลับมาถึงบ้านก็ไข้ขึ้นสูงปรี๊ด ตัวร้อนจี๋เหมือนเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เพ้อหาแต่ชื่อกรณ์...กรณ์...ตลอดเวลาเลยค่ะ ฮือออ ตอนนี้แกหายใจรวยริน จะไม่ไหวอยู่แล้วนะคะคุณประธาน! ถ้า... ถ้าแกเป็นอะไรไป กรณ์ต้องรับผิดชอบนะฮือออ..."
( "..." )
ปลายสายเงียบกริบไปชั่วขณะ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจากเสียงลมหายใจที่เริ่มหนักหน่วงขึ้นเล็กน้อย
น้ำปั่นที่นอนเอาหูแนบฟังอยู่ข้างๆ ใจเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอส่งสายตาเป็นคำถามไปยังเจแปนว่า *'เขาเชื่อไหมวะแก? เขาจะด่ากลับมาไหม?'* เจแปนทำปากมุบมิบตอบกลับว่า *'รอดูก่อน นิ่งแบบนี้แสดงว่าช็อก!'*
ผ่านไปเกือบสิบวินาทีที่ยาวนานราศศตวรรษ เสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดันและเยือกเย็น ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บอาการร้อนรนไว้อย่างสุดความสามารถ แต่กลับหลุดรอดความสั่นพร่าออกมาให้ได้ยิน
( "...ส่งโลเคชันบ้านมาให้ผมเดี๋ยวนี้" )
ทว่า... ก่อนที่เจแปนจะได้อ้าปากพูดอะไรต่อ เสียงเคาะประตูกระจกห้องนอนของน้ำปั่นที่อยู่ชั้นสอง ก็ดังขึ้น 'ก๊อกๆๆ' เบาๆ สามครั้งติด พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงระเบียงห้อง... นอกกระจกใส!
น้ำปั่นเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า หันขวับไปมองที่ระเบียงทันที
ร่างสูงของประธานนักเรียนหนุ่ม... กรณ์ กรวีร์ ในชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนที่กระดุมเม็ดบนถูกปลดออกเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงแต่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการวิ่งกระหืดกระหอบมาไกล กำลังยืนจ้องมองเข้ามาในห้องด้วยสายตาที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ ในมือข้างหนึ่งยังถือโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอยังคงสว่างคาอยู่!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนฟินครั้งนี้นะคะ
เมล่อนโซดา
สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ•ตอนที่ 6
แผนเสริมทัพจากเจแปน
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!