"ถอยไปเลยนะพายุ! บอกแล้วไงว่าตรงนี้คืออาณาเขตส่วนตัวของว่าที่หวานใจท่านประธานนักเรียน ห้ามล้ำเส้นเด็ดขาด!"
เสียงแหลมปรี๊ดของเจแปนดังสะท้านไปทั่วห้องกรรมการนักเรียน จนแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเกือบจะสั่นสะเทือนตาม แรงกระแทกจากการวางกระเป๋าเป้ใบโตลงบนเก้าอี้ของฉันเองค่ะที่ทำเอาบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกนี้ยิ่งระอุขึ้นไปอีก
ฉัน—น้ำปั่น ภัทรนันท์ สาวน้อยผู้มีพลังงานบวกเกินร้อยและสกิลการตื๊อระดับศาสตราจารย์ กำลังยืนหอบแฮกอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของใครบางคน ประโยคกระซิบชวนใจละลายจากเมื่อวานซืนที่บอกว่า *'มันจะขาดใจตายหรือไงคะ, ยัยตัวแสบ?'* ยังคงวนเวียนตีลังกาอยู่ในหัวจนสลัดไม่ออก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ แค่เพียงนึกถึงกลิ่นโคโลญจ์จางๆ ที่เจืออยู่ข้างใบหูของเขาในตอนนั้น
และดูเหมือนว่าเป้าหมายของเราในวันนี้ จะยังคงรักษาคอนเซปต์ 'รูปปั้นหินอ่อนติดแอร์' ได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเคย
กรณ์ (กรวีร์) ประธานนักเรียนสุดเนี๊ยบผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากปกนิยายแจ่มใส กำลังก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสารในมือราวกับว่าโลกใบนี้มีแค่เขากับหมึกปากกา สีหน้าของเขาเรียบสนยสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น... ชิ! ให้มันได้อย่างนี้สิพ่อคุณหน้านิ่ง เมื่อคืนฉันนอนพลิกไปพลิกมาจนตีสามเพราะคำพูดประโยคเดียวของเขา แต่เจ้าตัวกลับมานั่งทำหน้าตายเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ตรงนี้เนี่ยนะ!
"นี่ค่ะท่านประธาน น้ำปั่นคนสวยผู้พ่วงตำแหน่งทาสรักเอ้ย... ผู้ช่วยกิตติมศักดิ์ นำกาแฟและขนมปังปิ้งมาเสิร์ฟแล้วค่า" ฉันฉีกยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ จงใจวางถาดแก้วลงบนมุมโต๊ะของเขาอย่างระมัดระวัง... ไม่สิ อันที่จริงตั้งใจจะให้มันเฉียดใกล้หัวใจของเขาต่างหากล่ะคะ
กรณ์ยังคงนิ่งเงียบ ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงจรดลงบนกระดาษอย่างมั่นคง ราวกับว่าร่างบางที่ยืนส่งยิ้มหวานหยดอยู่ตรงนี้เป็นเพียงธาตุอากาศที่ไม่มีตัวตน
"ถ้าไม่มีอะไรจะพูด อย่างน้อยก็ช่วยเงยหน้าขึ้นมามองความพยายามของฉันหน่อยสิคะ... หรือว่ากลัวคะ?" ฉันแกล้งเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ จงใจโน้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าของเราอยู่ในระดับเดียวกัน
"กลัวอะไรของเธอ, น้ำปั่น" ในที่สุดริมฝีปากหยักสวยนั่นก็ขยับ เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยออกมาโดยที่ดวงตาสคมกริบยังคงจดจ้องอยู่กับกองเอกสาร
"ก็กลัวว่าจะเผลอใจตกหลุมรักความน่ารักของฉันไงล่ะคะ" ฉันหัวเราะคิกคักในลำคอ ชอบใจนักที่ได้เห็นคิ้วเข้มของคนตรงหน้ากระตุกเข้าหากันเล็กน้อย แม้เขาจะยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาก็ตามทีเถอะ
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับเสียงเปิดหน้ากระดาษของกรณ์ เจแปนที่ยืนคุมเชิงอยู่แถวประตูส่งสัญญาณมือเป็นเชิงว่า *'ลุยเลยแก จัดหนักให้เขารู้สำนึก!'* ฉันพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจใช้แผนไม้ตายก้นกระเป๋า... แผน 'บุกประชิดตัว' ที่ไม่เคยพลาดสักครั้ง
ฉันก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเขาให้มากขึ้นอีกนิด มือเรียวเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟเพื่อจะเลื่อนเข้าไปใกล้เขาอีกหน่อย ทว่า...
*พรึ่บ! อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น!*
ปลายรองเท้าผ้าใบของฉันดันไปสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้ที่ยื่นออกมาโดยไม่คาดคิด น้ำหนักตัวที่ทุ่มเทไปข้างหน้าเสียศูนย์ทันที ร่างกายของฉันเซถลาไปข้างหน้าราวกับใบไม้หลุดจากขั้ว
"ว้าย!/เฮ้ย!"
เสียงอุทานด้วยความตกใจดังประสานกันขึ้นในห้อง เจแปนอ้าปากค้างจนแทบกลืนกำปั้นตัวเองลงไปได้ ส่วนฉันทำได้เพียงหลับตาปี๋เตรียมตัวรับแรงกระแทกกับพื้นห้องเย็นเฉียบ แต่ทว่า... แรงกระแทกที่คาดคิดกลับไม่เกิดขึ้น!
แทนที่จะร่วงลงไปกองกับพื้น อ้อมแขนแกร่งและอบอุ่นคู่หนึ่งกลับคว้าหมับเข้าที่เอวบางของฉันไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงเหวี่ยงจากการสะดุดทำให้ร่างทั้งร่างของฉันพุ่งชนเข้ากับแผ่นอกกว้างของกรณ์อย่างจัง จนแก้วกาแฟในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น
*ตึง!*
กรณ์เซถลาถอยหลังไปตามแรงปะทะจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลังโต๊ะทำงาน ร่างของฉันทับอยู่บนตัวเขาโดยสมบูรณ์ ใบหน้าของเราอยู่ห่างกันเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น!
ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มของฉันที่ตอนนี้กำลังร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ดวงตาคมกริบของกรณ์ก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
เราสบตากัน... ท่ามกลางความเงียบงันที่ราวกับโลกหยุดหมุน
ดวงตาสีดำสนิทของกรณ์คู่นั้นสะท้อนเงาของฉันชัดเจน มันวิบวับและไหวระริกราวกับผิวน้ำยามต้องลมพายุ ความเย็นชาทั้งหมดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงประกายความตกตะลึงและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด
หัวใจของฉันเต้นโครมครามดังยิ่งกว่ากลองเพลในวัด มันเต้นแรงจนกลัวว่าคนใต้ร่างจะได้ยินเสียงรัวเร็วนั้น แต่ทว่า... เมื่อก้มลงมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้แค่ลมหายใจกั้น ฉันกลับสังเกตเห็นสิ่งอื่นที่ทำให้ลมหายใจสะดุด
ริมฝีปากหยักได้รูปของกรณ์เม้มเข้าหากันแน่น สันจมูกโด่งคมเฉียบเกือบจะสัมผัสโดนปลายจมูกของฉันอยู่รอมร่อ และที่สำคัญที่สุด... ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น ตอนนี้กลับขึ้นสีแดงเรื่อตรงพวงแก้มอย่างเห็นได้ชัด!
ท่านประธานนักเรียนผู้เยือกเย็นและระเบียบจัดคนนั้น... กำลังหน้าแดงเห่อเพราะอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างนั้นเหรอคะเนี่ย?
"เอ่อ... ท่านประธานคะ..." ฉันกระซิบเสียงสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว ความกล้าหาญทั้งร้อยแปดประการที่เคยมีระเหิดหายไปในอากาศ เหลือเพียงความเขินอายที่พุ่งทะยานจนสมองขาวโพลน
กรณ์ไม่ตอบ เขาไม่ได้ผลักฉันออกอย่างที่ควรจะเป็น แต่มือแกร่งที่โอบรอบเอวบางของฉันไว้กลับกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมคลาคล่ำไปด้วยอารมณ์บางอย่างที่ยากจะคาดเดา ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดและถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความหวานปนความตึงเครียดอันตราย
ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของเราลดลงเหลือเพียงไม่ถึงเซนติเมตร... ปลายจมูกชนกันเบาๆ จนความรู้สึกซาบซ่านแล่นริ้วไปทั่วร่าง
นี่เรา... กำลังจะจูบกันจริงๆ งั้นเหรอคะเนี่ย?!
ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังจะหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับบานประตูห้องที่ถูกผลักเปิดออกผางโดยฝีมือของใครบางคน
"พี่กรณ์ครับ! แย่แล้วครับ! มีเด็กห้องอื่นมาโวยวายหาเรื่องไอ้พายุที่สนามฟุตบอล... เอ้ย! ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะความหวานนะครับพี่!"
เสียงตะโกนลั่นของรุ่นน้อง ม.ปลายปีหนึ่งคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมากลางคัน พร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงประตูห้อง ก่อนจะรีบหลับตาปี๋และหันหลังให้อย่างรู้ความ
ฉันสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต รีบดีดตัวผละออกจากอ้อมอกของกรณ์ทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ส่วนกรณ์... เขายังคงยืนค้างอยู่ในท่าเดิม แววตาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยประกายวิบวับไหวระริก แปรเปลี่ยนกลับมาเป็นความเย็นชาและเรียบเฉยอย่างรวดเร็วราวกับเล่นละครสลับฉาก
ชายหนุ่มค่อยๆ ยืดตัวขึ้นจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่อย่างใจเย็น ทว่าแววตาคมกริบที่ตวัดกลับมามองฉันนั้น กลับไม่ได้ซ่อนความหงุดหงิดที่ระอุอยู่ภายในไว้เลยแม้แต่น้อย
"ออกไปซะ... ทั้งคู่เลย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
ฉันก้มหน้างุด คว้าแก้วกาแฟที่เกือบคว่ำมากอดไว้แนบอก หัวใจยังคงเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก ขณะที่กำลังจะก้าวเดินตามหลังเจแปนและรุ่นน้องคนนั้นออกไปจากห้อง กรณ์ก็เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมาไล่หลังด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาฉันต้องหยุดชะงักฝีเท้าทันที
"ส่วนเธอ... น้ำปั่น เย็นนี้หลังเลิกเรียน... อย่าเพิ่งหนีกลับบ้านเด็ดขาด ไม่งั้นเธอเจอดีแน่ค่ะ"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาดื่มด่ำความฟินและเอาใจช่วยยัยตัวแสบของเราในตอนนี้นะคะ
สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ•ตอนที่ 5
อุบัติเหตุตักศิลา ทำไมใจเต้นแรงวะ!
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!