สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ•ตอนที่ 16

ข่าวลือหนาหู หรือหนูจะโดนหมั่นไส้

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
“กรณ์... น้ำปั่น... เข้ามาพบฉันเดี๋ยวนี้ ทั้งสองคน!” เสียงประกาศิตของอาจารย์วิภาดาหัวหน้าฝ่ายปกครองผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเฉียบขาดดังทะลุบานประตูไม้สักเข้ามา ทำเอาบรรยากาศในห้องสภานักเรียนที่เคยเงียบเชียบราukป่าช้าสะดุ้งเฮือกขึ้นพร้อมกัน น้ำปั่น (ภัทรนันท์) กลืนน้ำลายลงคออึกลึก มือเรียวที่กำลังถือแฟ้มเอกสารสั่นน้อยๆ แต่ใบหน้าทะเล้นเป็นเอกลักษณ์ยังคงฝืนยزمยิ้มแห้งๆ ส่งให้เพื่อนสนิทอย่างเจแปนที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่ตรงมุมห้อง ส่วนคู่กรณีอย่าง กรณ์ (กรวีร์) ประธานนักเรียนหนุ่มมาᷤดขรึม ยังคงนั่งนิ่งสนิทอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไร้ระลอกคลื่นความรู้สึก ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารในมือต่อราวกับโลกใบนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจ... ยกเว้นก็แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน นั่นแหละที่ฟ้องว่าพ่อคุณกำลังหัวเสียขั้นสุด “เชิญค่ะคุณภัทรนันท์ และคุณกรวีร์” อาจารย์วิภาดากวักมือเรียกเสียงเข้ม เมื่อทั้งสองก้าวเข้าไปยืนประจันหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ อาจารย์ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอตบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลปึกหนาลงบนโต๊ะเสียงดัง *ปัง!* จนน้ำปั่นสะดุ้งโหยง “รู้ไหมคะว่านี่มันเรื่องอะไร?” สายตาดุดันมองกราดจากหน้าสวยใสของน้ำปั่นไปยังใบหน้านิ่งสนิทของกรณ์ น้ำปั่นกระพริบตาปริบๆ สมองอันชาญฉลาดเริ่มประมวลผลย้อนหลัง เอกสารในแฟ้มนั่น... รูปถ่าย พาดหัวข่าวในเพจเม้าท์มอยของโรงเรียน และคอมเมนต์นับร้อยที่เต็มไปด้วยถ้อยคำรุนแรง *‘เด็กเส้นหน้าด้าน เกาะท่านประธานดังเพื่อเอาเกรด’* *‘ยัยนี่มันนางนกต่อ เข้าหาคนรวยเพื่อผลประโยชน์ชัดๆ’* *‘สงสารกรณ์ โดนผู้หญิงหน้าเงินเกาะแกะไม่เลิก’* “เอ่อ... คือว่า...” น้ำปั่นอ้าปากเตรียมแก้ตัว แต่ถูกสายตาคมกริบของอาจารย์ยกมือเบรกไว้ก่อน “ฉันไม่คิดเลยนะคะว่านักเรียนระดับแนวหน้าของโรงเรียนเรา โดยเฉพาะประธานนักเรียนที่เป็นหน้าเป็นตา จะปล่อยให้เกิดเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงแบบนี้ขึ้นได้ โรงเรียนของเรามีกฎระเบียบชัดเจนเรื่องความประพฤติ และการใช้โซเชียลมีเดียในทางที่ผิด!” อาจารย์วิภาดาทอดถอนใจยาว “ตอนนี้ข่าวลือหนาหูไปทั่วว่าเธอ, น้ำปั่น, เข้าหาคุณกรณ์เพราะหวังผลประโยชน์เรื่องโควตาศึกษาต่อ และการทำโปรเจกต์ใหญ่ของสภา... มันจริงไหมคะ?” คำถามนั้นหนักหน่วงพอจะทำให้ใครหลายคนน้ำตาตกใน แต่น้ำปั่นไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมง่ายๆ หรอกค่ะ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวบหนึ่งริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น “ไม่จริงค่ะ!” น้ำปั่นตอบเสียงดังฟังชัด ไม่มีอาการสั่นเครือแม้แต่น้อย “น้ำปั่นเข้าหากรณ์... เอ๊ย... ประธานนักเรียน... เพราะ... เพราะความจริงใจค่ะ!” *พรึบ!* เสียงพลิกกระดาษในมือของกรณ์ดังขึ้นขัดจังหวะ ดวงตาสีนิลคู่คมเงยขึ้นสบตาน้ำปั่นนิ่งสนิท รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที แต่ลึกๆ ในแววตานั้น... น้ำปั่นแอบเห็นประกายบางอย่างไหววูบ มันรวดเร็วเสียจนเธอจับต้นชนปลายไม่ถูก “ความจริงใจเหรอคะ? แต่หลักฐานในนี้บอกว่าเธอไปไหนมาไหนกับคุณกรณ์ตลอดเวลา ทั้งที่ปกติคุณกรณ์ไม่เคยสนิทสนมกับใครเป็นพิเศษแบบนี้ แถมยังมีข่าวว่าเธอแอบได้สิทธิพิเศษหลายอย่างจากตำแหน่งของเขาด้วย” อาจารย์วิภาดายื่นรูปถ่ายใบหนึ่งออกมา มันคือภาพตอนที่กรณ์กำลังโน้มตัวลงมาผูกเชือกรองเท้าให้เธอที่สนามฟุตบอลเมื่อสัปดาห์ก่อน (ซึ่งวันนั้นเธอแกล้งทำเป็นสะดุดล้มเพื่อตื๊อเขาต่างหากเล่า!) “รูปนี้มัน...” น้ำปั่นอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปชั่วขณะ จะอธิบายยังไงดีล่ะทีนี้ ว่าวันนั้นเธอแค่อยากแกล้งเขาเล่นเฉลี่ยความหมั่นไส้ แต่ดันโดนคนหน้านิ่งนี่ดักทางแล้วก้มลงผูกให้เองต่างหาก! “อาจารย์คะ” เสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่ทรงพลังดังขึ้น ขัดจังหวะการสอบสวนที่กำลังตึงเครียด กรณ์ค่อยๆ ยืนขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดนักเรียนรีดเรียบก้าวเข้ามาขวางระหว่างอาจารย์กับน้ำปั่นไว้ครึ่งตัว การกระทำนั้นปกป้องโดยสัญชาตญาณอย่างชัดเจน แม้ใบหน้าของเขาจะยังคงไร้รอยยิ้มก็ตาม “เรื่องข่าวลือทั้งหมด... ผมเป็นคนอนุญาตให้เธอเข้ามาใกล้ชิดเองครับ” คำพูดนั้นทำเอาทุกคนในห้อง รวมถึงตัวน้ำปั่นเองถึงกับอ้าปากค้าง หันขวับไปมองหน้าประธานนักเรียนหนุ่มเป็นตาเดียว อาจารย์วิภาดาขมวดคิ้วมุ่น “คุณกรณ์หมายความว่ายังไงคะ?” “หมายความว่า... ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในขอบเขตที่ผมยอมรับ และไม่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างที่เพจไร้สาระพวกนั้นกล่าวหา” กรณ์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบหันกลับมามองน้ำปั่นแวบหนึ่ง สายตาคู่นั้นดุ ดัน และ... มีความหึงหวงเจืออยู่อย่างเงียบเชียบจนน่ากลัว “ส่วนเรื่องข่าวลือและความเสียหาย เดี๋ยวผมจะจัดการเคลียร์ให้เรียบร้อยด้วยตัวเองครับ อาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วง” น้ำปั่นยืนนิ่งอึ้ง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน ประโยคเมื่อกี้... มันคือการปกป้องเธอใช่ไหมคะ? คนหน้านิ่ง ปากแข็งอย่างกรณ์เนี่ยนะ จะยอมออกตัวปกป้องเธอต่อหน้าฝ่ายปกครอง! “ถ้าคุณกรณ์ยืนยันแบบนั้น... งั้นฉันจะให้เวลาพวกคุณจัดการเรื่องนี้ให้จบภายในสัปดาห์นี้ ถ้ายังมีข่าวเสียหายหลุดออกมาอีก ฉันจะพิจารณาโทษทัณฑ์ตามระเบียบโรงเรียน ออกไปได้ค่ะ!” สิ้นเสียงอนุญาต น้ำปั่นก็แทบจะถอนหายใจออกมาเป็นเฮือกใหญ่ เธอรีบโค้งตัวลาอาจารย์แล้วเดินตามหลังร่างสูงของประธานนักเรียนออกมาจากห้องปกครองทันที บรรยากาศบริเวณทางเดินเงียบสงบเนื่องจากเป็นเวลาเรียน น้ำปั่นเดินตามหลังกรณ์ที่ก้าวขายาวๆ ด้วยความเร็ว แผ่นหลังกว้างนั้นดูเคร่งเครียดจนเธอไม่กล้าส่งเสียงแซวเหมือนทุกที “นี่... กรณ์” น้ำปั่นตัดสินใจเรียกเบาๆ เมื่อเดินพ้นมุมตึกที่ลับตาคน กรณ์หยุดเดินกะทันหัน จนน้ำปั่นเกือบพุ่งชนแผ่นหลังเขาเต็มแรง ร่างสูงหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาสีนิลจ้องมองเธอนิ่งนานราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “สนุกมากไหม?” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมา “หะ... หา? อะไรสนุกเหรอคะ?” น้ำปั่นกะพริบตาปริบๆ ทำหน้าใสซื่อ “การทำตัวให้ตกเป็นเป้าสายตา การเที่ยวไปสนิทกับคนอื่นไปทั่ว จนมีข่าวเสียหายแบบนี้... มันสนุกมากใช่ไหมภัทรนันท์!” กรณ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละก้าว จนน้ำปั่นต้องถอยหลังไปชนกับผนังปูนเย็นเฉียบ ร่างสูงใช้แขนแกร่งข้างหนึ่งยันกำแพงกั้นเธอไว้ กักตัวเธอให้อยู่ในอ้อมแขนกลายๆ น้ำปั่นใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะกลัว... แต่เพราะกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก กับระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปต่างหาก! “กะ... ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าพวกแฟนคลับโรคจิตนั่นจะเอารูปฉันไปปล่อยข่าวเสียๆ หายๆ แถมวันนั้นนายก็เป็นคนก้มลงมาผูกเชือกรองเท้าให้ฉันเองนะ จะมาโทษฉันฝ่ายเดียวได้ยังไงเล่า!” น้ำปั่นเถียงกลับเสียงอุบอิบ แก้มเนียนเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกต้อนจนมุม “ฉันไม่ได้โทษเธอเรื่องผูกเชือกรองเท้า...” กรณ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับข้างแก้ม น้ำปั่นแทบหยุดหายใจ “แต่ฉันหงุดหงิด... ที่เห็นเธอไปเดินยิ้มระรื่นอยู่กับไอ้พายุสนามฟุตบอลนั่นต่างหาก!” *อุ๊بส์!* น้ำปั่นเบิกตากว้าง ประโยคเมื่อครู่หลุดออกมาจากปากประธานนักเรียนผู้แสนเยือกเย็นคนนี้นะเหรอคะเนี่ย! นี่พ่อคุณ... กำลังหึงเธออยู่เหรอคะเนี่ย! “อ๋อ...” น้ำปั่นแกล้งลากเสียงยาว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที ลืมความกลัวไปหมดสิ้น “ที่แท้ก็หึงนี่เอง ถึงได้รีบพุ่งตัวไปช่วยในห้องปกครองเมื่อกี้ นึกว่าน้ำปั่นจะไม่มีความหมายซะอีกน้า...” “ใครหึง?” กรณ์รีบปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาเบือนหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆ “ฉันแค่ไม่อยากให้ชื่อเสียงของสภานักเรียนต้องมามัวหมองเพราะเรื่องไร้สาระของเธอต่างหาก อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยน้ำปั่น” “ปากแข็งจังนะคะระวังเถอะ...” น้ำปั่นหัวคิกคักอย่างอารมณ์ดี ยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อเขาเบาๆ “คนปากแข็งแบบนี้ระวังจะโดนน้ำปั่นตื๊อจนใจอ่อนไม่รู้ตัวนะ!” กรณ์หันขวับกลับมามอง ทำท่าจะเอ่ยปากดุเธอต่อ แต่ทว่า... *พรึบ!* จู่ๆ ไฟบริเวณทางเดินก็ดับลงพรึบพร้อมกันทุกดวง ความมืดโรยตัวปกคลุมตึกเรียนเก่าฝั่งตะวันตกในพริบตาเดียว บรรยากาศเงียบสงบจนน่าขนลุก เสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านหน้าต่างกระจกบานเกล็ดดังน่ากลัว น้ำปั่นสะดุ้งสุดตัว คว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อสูทของกรณ์โดยอัตโนมัติ “กรี๊ด! ไฟดับเหรอเนี่ย! น่ากลัวจัง...” “เงียบก่อน” กรณ์เอ็ดเบาๆ มือใหญ่อีกข้างเอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธอเตลิดไปไหน ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในความมืด แต่แล้ว... ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง น้ำปั่นก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเธอเห็นเงาร่างใครบางคนกำลังยืนขวางทางเดินอยู่ตรงหัวมุมบันได... เงาร่างนั้นสวมฮู้ดสีดำสนิท และในมือ... มีวัตถุบางอย่างสะท้อนแสงไฟฉุกเฉินวาววับ! “กรณ์... ระวัง!” ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนฟินของน้ำปั่นและตากล้องหน้านิ่งคนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ เมล่อนโซดาจะเสิร์ฟความฟินให้จุกใจแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%