“ปล่อยมือเธอก่อนดีกว่าไหมวะ ไอ้กรณ์”
เสียงทุ้มยียวนของพายุกรีดผ่านสายลมที่เริ่มกรรโชกแรง ทว่าแทนที่ประธานนักเรียนหนุ่มจะยอมปล่อย เขากลับยิ่งบดกระชับข้อมือเล็กของน้ำปั่นแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวโพลน แววตาคมกริบดุจใบมีดโกนตวัดมองไอ้หนุ่มนักกีฬาตรงหน้าด้วยรังสีอำมหิตที่แทบจะแช่แข็งป่าทั้งผืน
“คนของสภานักเรียน อยู่ในความดูแลของฉัน” กรณ์ตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิทจนน่ากลัว แต่สันกรามที่ขบแน่นจนขึ้นรอยนูนฟ้องชัดว่าความอดทนของเขากำลังจะขาดผึง “นายไม่มีหน้าที่มายุ่ง”
“คนของสภานักเรียน หรือคนของหัวใจล่ะวะ ถึงได้หวงก้างขนาดนี้?”
เปรี้ยง!
ยังไม่ทันที่กรณ์จะได้ซัดหมัดใส่หน้ากวนประสาทของพายุ สายฟ้าก็ฟาดเปรี้ยงลงบนยอดไม้ไกลๆ ลมพายุหมุนคว้างพัดพาเอาม่านฝนห่าใหญ่ถล่มลงมาอย่างบ้าคลั่งโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ละอองน้ำสาดซัดจนลืมตาแทบไม่ขึ้น เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องกลบเสียงตะโกนของครูฝึกและเพื่อนร่วมค่ายจนสิ้นเชิง
“ว้าย! พี่กรณ์!” น้ำปั่นกรีดร้องเมื่อพื้นดินลูกรังใต้ฝ่าเท้าลื่นไถล ร่างบางเซถลาจนเกือบกลิ้งตกไหล่ทาง
กรณ์ไม่เสียเวลาหันไปมองพายุอีกต่อไป เขารวบเอวบางของยัยตัวแสบเข้าแนบอกในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณสั่งให้เขาก้าวพาร่างของเธอฝ่าดงไม้หนาทึบเพื่อหลบกระแสน้ำป่าที่เริ่มไหลบ่าตัดขาดเส้นทางหลัก แรงดึงดูดและสภาพอากาศบีบให้ทั้งคู่ต้องถอยร่นเข้าไปในโพรงหินธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านเถาวัลย์หนาทึบ
ซ่า!
เสียงฝนตกกระทบผืนดินภายนอกดังกึกก้อง แต่ภายในถ้ำหินปูนแห่งนี้กลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของคนสองคนที่เปียกโชกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“แฮ่ก... เกือบไปแล้วไหมล่ะ เกือบได้ไปรายงานตัวกับท่านยมบาลก่อนสอบปลายภาคซะแล้ว” น้ำปั่นทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นหิน เธอปาดหยดน้ำออกจากใบหน้า ลมหายใจยังติดขัด แต่ปากเจ้ากรรมก็ยังไม่วายทำงานตามสันดานเดิม “แต่ว่านะคุณประธาน... กอดเมื่อกี้แน่นมากเลยนะคะ หัวใจเต้นแรงขนาดนั้น กลัวผีหรือว่ากลัวเสียปั่นไปกันแน่เอ่ย?”
เธอยังอุตส่าห์ฉีกยิ้มทะเล้น ส่งสายตาวิบวับล้อเลียนทั้งที่ริมฝีปากเริ่มซีดเผือดเพราะความเย็นจัด
กรณ์ยืนพิงผนังถ้ำ ดวงตาคู่คมจ้องมองยัยตัวดีนิ่งๆ แววตาดำขลับที่มืดมิดยิ่งกว่าราตรีกาลข้างนอกนั้นไม่มีร่องรอยของความขบขันเลยแม้แต่น้อย เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้ เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนน้ำปั่นต้องหดคอหนีโดยอัตโนมัติ
“ภัทรนันท์” น้ำเสียงเขาเย็นเยียบ ทว่าแฝงความดุดันที่ทำเอาคนฟังสะท้าน “เธอคิดว่าเรื่องเมื่อกี้มันน่าตลกเหรอ?”
“เอ่อ... ปั่นก็แค่...”
“ถ้าฉันคว้าเธอไว้ไม่ทัน ถ้าเธอตกลงไปในร่องเขานั่น เธอคิดว่ามันคุ้มไหมกับการที่มายืนส่งยิ้มระรื่นให้ไอ้พายุมันกลางป่าน่ะ!”
กรณ์ตะคอกเสียงต่ำ ความนิ่งขรึมที่เป็นดั่งเกราะกำบังพังทลายลงในพริบตา แววตาของเขาไหวระริกด้วยความกลัวที่ไม่อาจซ่อนมิด—ความกลัวว่าจะสูญเสียเธอไปจริงๆ และเหนือสิ่งอื่นใดคือไฟหึงหวงที่แผดเผาอยู่ในอกตั้งแต่วินาทีที่เห็นไอ้หมอนั่นยื่นมือมาแตะต้องตัวเธอ
น้ำปั่นชะงักกึก รอยยิ้มขี้เล่นค่อยๆ เลือนหายไป เธอไม่เคยเห็นกรณ์โกรธจัดขนาดนี้มาก่อน มือหนาของเขาสั่นระริกขณะที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ตรงหน้าเธอ
“พี่กรณ์...” เธอครางเสียงแผ่ว ไม่กล้าสบตาคมคู่นั้นตรงๆ
กรณ์หลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขาถอดเสื้อแจ็กเก็ตตัวนอกที่แม้จะชื้นฝนแต่ด้านในยังคงอุ่นอยู่ออก แล้วสะบัดคลุมลงบนไหล่บางของน้ำปั่นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าเธอ ดึงชายเสื้อมาห่อหุ้มร่างเล็กที่เริ่มสั่นเทิ้มเอาไว้อย่างมิดชิด
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” เขาสั่งเสียงห้วน แต่การกระทำกลับอ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ มืออุ่นจัดของเขากอบกุมมือที่เย็นเฉียบของเธอไว้ บีบเบาๆ เพื่อถ่ายเทอุณหภูมิ “นั่งอยู่นี่ ห้ามขยับ”
“แล้วพี่ไม่หนาวเหรอคะ...” น้ำปั่นกระซิบถาม มองเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาที่เปียกแนบไปกับกล้ามเนื้อแผ่นอกและลำแขนแกร่ง
“ฉันเป็นผู้ชาย ไม่ได้บอบบางจนจะเป็นลมเพราะฝนแค่นี้เหมือนใครบางคน” ปากบอกอย่างนั้น แต่เขากลับก้มลงตรวจดูข้อเท้าของเธออย่างละเอียด ปลายนิ้วสัมผัสแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเธอจะแตกหัก “เจ็บตรงไหนอีกไหม?”
“ไม่... ไม่เจ็บค่ะ แค่หนาวเฉยๆ”
กรณ์ถอนหายใจยาว เขาลุกขึ้นไปเก็บกิ่งไม้แห้งที่หลงเหลืออยู่ลึกเข้าไปในซอกถ้ำ จัดการก่อกองไฟเล็กๆ ด้วยไฟแช็กที่พกติดตัวสำหรับกิจกรรมเดินป่า เปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้น ขับไล่ความมืดมิดและไอเย็นยะเยือกให้ออกไปทีละน้อย กลิ่นควันไม้จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นไอดินหลังฝน อบอวลไปทั่วบริเวณ
ภายนอกถ้ำ พายุฝนเริ่มสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์ ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มเปิดกว้าง เผยให้เห็นหมู่ดาวระยิบระยับพร่างพราวเต็มผืนฟ้าราตรี แสงจันทร์นวลตาสาดส่องลงมากระทบปากถ้ำ ราวกับโลกทั้งใบถูกตัดขาดเหลือเพียงพวกเขาสองคน
น้ำปั่นนั่งกอดเข่า มือกำเสื้อแจ็กเก็ตของกรณ์แน่น กลิ่นน้ำหอมประจำตัวผสมกลิ่นสบู่สะอาดๆ ของเขายังคงติดอยู่บนเนื้อผ้า มันทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ ตลอดเวลาที่เธอตามตื๊อ ตามกวนประสาท ตามหยอดมุกเสี่ยวใส่เขาทุกวัน เธอคิดเสมอว่าตัวเองเป็นฝ่ายรุกคืบเข้าหาเขาข้างเดียว... แต่สายตาของกรณ์ในค่ำคืนนี้ มันกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกต้อนให้จนมุมด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา
“พี่กรณ์คะ...”
“อะไรอีก?” กรณ์นั่งลงข้างๆ เธอ เว้นระยะห่างเพียงแค่คืบเดียว ทอดสายตามองเปลวไฟที่กำลังเริงระบำ
“ทำไมถึงต้องโกรธขนาดนั้นด้วยล่ะคะ... เรื่องพายุ” น้ำปั่นเอ่ยถามเบาๆ หัวใจเต้นระทึก “ปกติพี่กรณ์ไม่เคยสนใจเลยนี่นาว่าปั่นจะคุยกับใคร จะไปไหน หรือว่าจริงๆ แล้ว... พี่กรณ์แอบชอบปั่นเข้าแล้วใช่ไหมคะ?”
คำถามเดิมๆ ที่เธอเคยใช้หยอกล้อเขาเป็นร้อยครั้ง แต่ในค่ำคืนนี้ น้ำเสียงของเธอกลับไร้แววล้อเล่น มันจริงจังจนกรณ์ต้องชะงัก
บรรยากาศในถ้ำตกอยู่ในความเงียบงัน ได้ยินเพียงเสียงประทุของฟืนไม้และเสียงจิ้งหรีดเรไรจากพงหญ้าด้านนอก
กรณ์ค่อยๆ หันหน้ามามองเธอ แสงไฟสีส้มสลัวสะท้อนในแววตาคมกริบ คราวนี้ไม่มีแววเย็นชา ไม่มีเกราะกำบัง มีเพียงความอ่อนไหวและความสับสนที่เอ่อล้นออกมาจนปิดไม่มิด
“ถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะ...”
น้ำปั่นตาโต หัวใจแทบจะหยุดเต้น “คะ... อะไรนะคะ?”
กรณ์เลื่อนมือขึ้นมา สัมผัสแก้มนุ่มที่เย็นชืดของเธออย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วโป้งไล้รอยเปื้อนดินบนแก้มใสช้าๆ สัมผัสที่แนบชิดทำเอาลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนน้ำปั่นได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ ของเขา
“เธอคิดว่าฉันเป็นท่อนไม้หรือไง ภัทรนันท์” กรณ์เอ่ยเสียงพร่า ความในใจที่กักขังไว้มาเนิ่นนานพรั่งพรูออกมาทีละคำ “เธอคิดว่าที่ฉันยอมให้เธอมาป้วนเปี้ยน ยอมให้เธอมาวุ่นวายในชีวิตทุกวัน... มันเป็นเพราะฉันรำคาญจริงๆ งั้นเหรอ?”
“พี่... พี่กรณ์...”
“ฉันทนเห็นเธอไปยิ้มให้คนอื่นไม่ได้ ยิ่งเป็นไอ้หมอนั่น ฉันยิ่ง...” กรณ์เว้นจังหวะ ลำคอแห้งผาก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเว้าวอนอย่างที่ไม่เคยมีใครในโรงเรียนเคยเห็นมาก่อน เขากำลังจะพูดมันออกไป คำสามคำที่ยัยตัวแสบพยายามตื๊อขอมาตลอดหลายเดือน “น้ำปั่น... ความจริงแล้วฉันน่ะ...”
กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กำลังจะเปิดปากสารภาพความในใจทั้งหมด
ฟุ่บ...
สัมผัสนุ่มและหนักทิ้งตัวลงบนลาดไหล่กว้างของเขาอย่างจัง!
กรณ์ชะงักค้าง กะพริบตาปริบๆ เมื่อพบว่าศีรษะทุยของน้ำปั่นเอียงซบลงมาแนบสนิทกับไหล่ของเขา แพขนตายาวทาบทับลงบนพวงแก้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอพร้อมกับเสียงกรนฟี้ๆ แผ่วเบาที่หลุดออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้ม
ยัยตัวแสบ... หลับปุ๋ยไปแล้ว! ด้วยความเหนื่อยล้าจากการหนีฝนและเดินป่ามาทั้งวัน บวกกับความอบอุ่นของกองไฟและเสื้อแจ็กเก็ต เธอจึงตัดภาพเข้าสู่ห้วงนิทราไปหน้าตาเฉยในวินาทีที่สำคัญที่สุดในชีวิต!
“...”
กรณ์อ้าปากค้าง นิ่งงันไปเกือบนาที ก่อนที่รอยยิ้มขำขันระคนเอ็นดูและเหนื่อยใจจะค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะบึ้งตึงอยู่เสมอ
“ยัยตัวแสบเอ๊ย...” เขาพึมพำเบาๆ ส่ายหัวให้กัับความเปิ่นที่ไม่ถูกเวล่ำเวลา มือหนาเลื่อนไปประคองศีรษะของเธอให้หนุนไหล่เขาได้ถนัดขึ้น ดึงเสื้อแจ็กเก็ตขึ้นมาคลุมตัวเธอให้มิดชิดกว่าเดิม “เก่งแต่วิ่งตาม แต่พอฉันจะยอมให้จับได้ ดันมาชิงหลับใส่กันซะงั้น”
เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูเล็กของคนที่กำลังหลับไม่รู้เรื่อง ฝังจมูกโด่งลงบนกลุ่มผมหอมกรุ่นของเธอเบาๆ อย่างหักห้ามใจไม่อยู่
“ฝันดีนะ ยัยตัววุ่นวายของฉัน...”
ทว่า... ความสงบสุขและอบอุ่นหัวใจดำรงอยู่ได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น
แกรก!
เสียงเหยียบกิ่งไม้แห้งดังขึ้นที่บริเวณหน้าปากถ้ำ แสงไฟฉายแรงสูงสาดวาบเข้ามาในความมืดจนกรณ์ต้องหรี่ตาลง ทว่าร่างที่ก้าวพ้นม่านเถาวัลย์เข้ามากลับไม่ใช่ครูฝึก ไม่ใช่หน่วยกู้ภัย และไม่ใช่พายุ...
แต่เป็นร่างของหญิงสาวในชุดเครื่องแบบนักเรียนเปียกโชก ใบหน้าที่ซีดเซียวเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ดวงตาคู่นั้นจ้องมองภาพที่กรณ์กำลังโอบกอดน้ำปั่นแนบอกด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชน
“สมกับเป็นประธานนักเรียนผู้ทรงเกียรติจริงๆ นะคะ...” เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยกรีดขึ้นเบาๆ พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือของเธอที่ลดระดับลงหลังจากบันทึกภาพทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว “ถ้าภาพหลุดอันอบอุ่นนี้ถูกส่งเข้ากลุ่มบอร์ดโรงเรียนคืนนี้... เก้าอี้ประธานนักเรียนกับอนาคตทุนเรียนต่อต่างประเทศของพี่กรณ์ คงจะจบลงอย่างสวยงามน่าดูเลยล่ะค่ะ!”
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเอาใจช่วยยัยตัวแสบกับพี่กรณ์นะคะ เมล่อนโซดาขอฝากตอนต่อไปด้วยนะคะ!
สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ•ตอนที่ 14
ค่ำคืนใต้แสงดาว กับความในใจที่หลุดปาก
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!