สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ•ตอนที่ 24

กำแพงน้ำแข็งกลับมาอีกครั้ง

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นในห้องพยาบาลที่เงียบเชียบ จนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับจังหวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ น้ำปั่นกะพริบตาปริบๆ มองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งคุกเข่าลงถอดรองเท้าผ้าใบให้เธอเมื่อครู่ แต่วินาทีต่อมา บรรยากาศรอบตัวเขาก็เปลี่ยนไปราวกับพลิฝ่ามือ อุณหภูมิในห้องที่เคยอุ่นจนเกือบจะร้อน กลับลดฮวบลงจนติดลบในชั่วพริบตา กรณ์ค่อยๆ ปล่อยข้อเท้าของเธอลงบนเตียงอย่างเบามือ แต่มันไร้ซึ่งความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ เป็นสัมผัสที่แห้งแล้งและห่างเหิน ราวกับเขากำลังจับต้องสิ่งของไร้ชีวิตที่เกะกะสายตา "เสร็จแล้วครับ" น้ำเสียงนั้น... เรียบเฉย เย็นชา ไร้คลื่นอารมณ์ และเป็นทางการเสียจนน้ำปั่นสะดุ้ง คำว่า 'ครับ' ที่หลุดออกมาจากปากเขามันช่างบาดลึกยิ่งกว่าแผลถลอกที่ข้อเท้าเสียอีก เพราะนับตั้งแต่ที่พวกเขาก้าวข้ามเส้นคำว่า 'คนรู้จัก' มาได้ กรณ์ไม่เคยใช้สรรพนามและน้ำเสียงห่างเหินแบบนี้กับเธอเลยสักครั้ง "พะ... พี่กรณ์คะ?" น้ำปั่นเอ่ยเรียกเสียงสั่น ลอบกลืนน้ำ้อนลงคออย่างยากลำบาก มือเล็กที่กำชายกระโปรงนักเรียนไว้แน่นจนยับยู่ยี่ "เป็นอะไรไปเหรอคะ เมื่อกี้... เมื่อกี้ทึ่ห้องซ้อมดนตรี..." "ผมไม่ได้เป็นอะไร" กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขายืดตัวตรง สง่างาม และเย็นชา ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงไปข้างหน้า ไม่ยอมก้มลงมาสบตากับเธอเลยแม้แต่น้อย "แล้วก็... ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ด้วย" ปัง! ประโยคตัดเยื่อใยนั้นทำเอาน้ำปั่นชาไปทั้งร่าง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอทำอะไรผิดงั้นเหรอ? เมื่อกี้เขายังแสดงอาการหึงหวงจนมือสั่นตอนถอดรองเท้าให้เธออยู่เลยไม่ใช่เหรอ ทำไม... ทำไมแค่พริบตาเดียว กำแพงน้ำแข็งที่เธอใช้เวลาเป็นเดือนๆ ในการทุบทำลาย มันถึงได้กลับมาตั้งตระหง่านและหนาเตอะยิ่งกว่าเดิมเล่า! "พี่กรณ์หยุดก่อนสิคะ!" น้ำปั่นฝืนความเจ็บที่ข้อเท้า ขยับตัวลงจากเตียงหมายจะคว้าชายเสื้อเขาไว้ แต่กรณ์กลับถอยหลังหลบราวกับเธอกำลังจะแพร่เชื้อโรคใส่ "ถอยไปหน่อยครับ น้ำปั่น" สรรพนามที่เปลี่ยนไปอีกครั้งพร้อมกับสายตาที่มองมาด้วยความว่างเปล่า มันช่างคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีด "อย่าทำตัวรุ่มร่ามแบบนี้ มันไม่น่าดู" เพล้ง! เหมือนมีกระจกใสใบใหญ่ตกลงมาแตกละเอียดในอก น้ำปั่นเบิกตากว้าง น้ำตาเจ้ากรรมพาลจะรื้นขึ้นมาคลอหน่วยที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความสับสน และความมึนงงตีรวนกันจนจุกอก คำว่า 'ไม่น่าดู' จากปากผู้ชายที่คอยตามดุ ตามว่า แต่ก็แอบเป็นห่วงเธอมาตลอด มันแทงทะลุหัวใจเธอจนกลกลวงโบ๋ "น้ำปั่น... น้ำปั่นทำอะไรผิดเหรอคะ?" เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ หยดน้ำตาใสๆ เม็ดแรกกลิ้งตกลงมาตามแก้มเนียนอย่างไม่อาจควบคุม "อยู่ๆ พี่ก็เปลี่ยนไป... พี่โกรธเรื่องพายุเหรอคะ? คือว่าเมื่อกี้พายุแค่..." "ผมไม่ได้สนใจเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอก" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงประกายบางอย่างที่วูบไหวในดวงตาเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะรีบปิดตายมันลงด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ตามเคย "เธอจะไปสนิทกับใคร ไปเดินเที่ยวกับใคร หรือจะให้ใครอุ้มเข้าตึก มันก็เรื่องของเธอ... ไม่เกี่ยวกับผม" โอ้โห... ประโยคนี้มันช่างเจ็บแสบและประชดประชันเสียจริง! น้ำปั่นเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธที่ปะปนกับความเสียใจเริ่มตีตื้นขึ้นมาแทนที่ความอ่อนแอ นี่เขายังติดใจเรื่องที่พายุอุ้มเธอลงมาจากตึกวิทยาศาสตร์เมื่อตอนบ่ายสินะ! ก็คนมันข้อเท้าแพลงเดินไม่ไหว แล้วพายุก็เข้ามาช่วยพอดี จะให้เธอนั่งรากงอกอยู่ตรงบันไดหรือยังไงเล่า นายประธานนักเรียนบ้าอำนาจ ปากแข็งยิ่งกว่าหินแกรนิต! "ถ้าไม่ได้สนใจ แล้วพี่ทำหน้ายักษ์ใส่ปั่นทำไมล่ะคะ!" น้ำปั่นหมดความอดทน พลังความดื้อรั้นที่อยู่ในสายเลือดพุ่งปรี๊ดขึ้นมา เธอเช็ดน้ำตาลวกๆ ด้วยหลังมือ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ดวงตากลมโตฉายแววตัดพ้ออย่างเปิดเผย "พี่กรณ์ใจร้าย! อยู่ๆ ก็ดีด้วย แล้วก็กลับมาใจร้ายใส่แบบนี้ ปั่นไม่ใช่ลูกบอลนะเว้ย... เอ๊ย! ไม่ใช่ตุ๊กตาไขลานที่จะได้มาสั่งให้หันซ้ายหันขวาตามใจชอบ!" กรณ์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาเอาเรื่องที่เริ่มกลับมาทวงบัลลังก์ แต่เขาก็ยังคงกอดอก ตีสีหน้าตายด้านใส่เธอต่อได้อย่างแนบเนียน "พูดจบหรือยังครับ ถ้าจบแล้วผมขอตัว ประธานนักเรียนมีงานต้องทำอีกเยอะ ไม่ได้ว่างมาเล่นเกมงอนง้อเด็กกะโปโลแถวนี้หรอก" พูดจบร่างสูงก็หันหลังให้ทันที ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ ทั้งสิ้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเดินออกไปจากห้องพยาบาลอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้น้ำปั่นยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องที่มีเพียงกลิ่นยาฆ่าเชื้อลอยอบอวล "ฮึ! ไอ้น้ำแข็งเดินได้! คนบ้า ปากแข็ง ใจร้ายที่สุด!" น้ำปั่นตะโกนไล่หลังพร้อมกับปาดน้ำตาป้อยๆ เธอทรุดตัวลงนั่งบนเตียงพยาบาลอีกครั้งอย่างคนหมดแรง ข้อเท้าที่เจ็บอยู่แปลบปلاسขึ้นมาอีกระลอก แต่ความเจ็บทางกายยังเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดหนึบๆ ที่กลางอกในเวลานี้ นี่เธอถอยหลังเข้าคลองไปร้อยก้าวเลยอย่างนั้นเหรอ? ความพยายามตลอดเทอมที่ผ่านมาในการละลายพฤติกรรมเจ้าชายน้ำแข็ง พังทลายลงมาไม่เป็นท่าภายในเวลาไม่ถึงห้านาที! แอ๊ด... เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง น้ำปั่นรีบหันขวับไปมองด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเขาอาจจะเปลี่ยนใจเดินกลับมาง้อ หรือลืมของบางอย่าง แต่ทว่า... ร่างสูงโปร่งที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่กรณ์ "อ้าว น้ำปั่น ทำไมทำหน้าเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวกแบบนั้นล่ะวะ" เจแปนเพื่อนสนิทตัวแสบเดินเข้ามาพร้อมกับถุงขนมเต็มสองมือ แต่พอเห็นสภาพเพื่อนสาวตาแดงก่ำ ใบหน้าทะเล้นก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที "เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรแกวะ บอกกูมาซิ เดี๋ยวพ่อจะเอาไม้หน้าสามไปฟาดหน้ามันให้!" น้ำปั่นเบะปากคว่ำ โผเข้าซบไหล่เพื่อนสนิทแล้วปล่อยโฮออกมาดังลั่น "ฮือออ... เจแปนแกรรร พี่กรณ์เขากลับโหมดเย็นชาใส่ฉันแล้วอ่ะ เขาใจร้ายกับฉันอีกแล้ว ฮือออ!" เจแปนลูบหลังปลอบเพื่อนสาวเบาๆ พรางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย "อ้าว ชะนี เมื่อเช้ากูยังเห็นมันยืนมองแกตาเป็นประกายตอนแกกินไอติมอยู่เลยไม่ใช่เหรอวะ อยู่ๆ ลมอะไรหอบมันไปเข้าสิงอีกเนี่ย" "ก็พายุ..." น้ำปั่นสะอื้นฮัก "พายุมันอุ้มฉันลงมาจากตึก แล้วพี่กรณ์มาเห็นพอดี..." เจแปนร้องอ๋อยาวเหยียดในลำคอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที "อ๋อ... กลิ่นส้มตำแถวนี้มันฉุนกึกจนหายใจไม่ออกนี่เอง หึงจนหน้ามืดตามัวล่ะสิไอ้ประธานหน้าตายคนนั้นน่ะ" "หึงอะไรเล่า เขาบอกว่าไม่ได้สนใจฉันสักนิด!" น้ำปั่นเถียงเสียงอู้อี้ "แถมยังไล่ฉันแถมพูดจาห่างเหินใส่ ประหนึ่งฉันเป็นอากาศธาตุที่น่ารำคาญอีกต่างหาก ฮือออ ปั่นไม่ง้อแล้วนะ เจแปน! รอบนี้ปั่นจะเลิกตื๊อจริง ๆ ด้วย!" "แหม คำนี้กูได้ยินมาสามรอบแล้วค่ะคุณภัทรนันท์" เจแปนกลอกตาเป็นวงกลมอย่างหมั่นไส้ "คนอย่างแกเนนะ จะเลิกตื๊อไอ้กรณ์ ข้ามศพกูไปก่อนเถอะ" "ฮึ่ย! รอบนี้เอาจริงนะเว้ย!" น้ำปั่นเงยหน้าขึ้นเช็ดน้ำตา เชิดจมูกขึ้นอย่างฮึดสู้ แม้ว่าขอบตาจะยังแดงแจ๋อยู่ก็ตาม "ในเมื่อเขาอยากเล่นเกมกำแพงน้ำแข็งนักใช่มั้ย งั้นคราวนี้แหละ... ฉันจะแต่งตั้งตัวเองเป็นค้อนปอนด์ยักษ์ ทุบกำแพงบ้านั่นให้แหลกเป็นผุยผงเลยคอยดู!" ขณะที่สองเพื่อนซี้กำลังวางแผนการรบครั้งใหม่เพื่อทวงคืนบัลลังก์หัวใจของประธานนักเรียนหน้านิ่ง บรรยากาศยามเย็นนอกหน้าต่างห้องพยาบาลก็เริ่มมืดครึ้มลง ท้องฟ้าสีส้มอมแดงถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดของรัตติกาล ณ อีกมุมหนึ่งของโรงเรียน... กรณ์ยืนกอดอกพิงเสาระเบียงทางเดินตึกอำนวยการเงียบๆ สายตาคมกราบมองลอดผ่านความมืดไปยังห้องพยาบาลที่ตั้งอยู่ตึกถัดไป มือหนาที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ภาพที่ไอ้หนุ่มนักกีฬาพายุอุ้มน้ำปั่นลอยละลิ่วในตอนบ่ายยังคงวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวของเขา เหมือนแผ่นเสียงตกร่องที่คอยกรีดแทะความอดทนของเขาให้พังทลายลงทีละน้อย ความหึงหวงที่พุ่งทะลุปรอททำให้เขาเผลอพูดจาทำร้ายจิตใจเธอออกไปแบบนั้น... ทั้งๆ ที่ข้างในใจตอนนี้มันกำลังร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุม "ปากแข็งชะมัดเลยนะมึง..." เสียงทุ้มต่ำของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากความมืดด้านหลัง ทำให้กรณ์ต้องตวัดสายตาคมกริบกลับไปมอง ร่างสูงของใครบางคนก้าวออกมาจากเงาเสา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับแฟ้มเอกสารลับในมือที่ถูกยื่นมาตรงหน้าเขา "ถ้ามึงยังมัวแต่ฟอร์มจัด ปล่อยให้ยัยตัวแสบหลุดมือไปจริงๆ ล่ะก็... ระวังจะไม่มีโอกาสได้พูดคำว่า 'หึง' ออกมาสักคำนะ, ประธานกรณ์" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังส่งกำลังใจให้ยัยตัวแสบของเราเสมอนะคะ เมล่อนโซดาจะรีบเสิร์ฟความฟิน (และดราม่ากรุบกริบ) ต่อในตอนหน้า ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%