"ถ้าคิดจะสารภาพรักก็น่าจะเลือกเวลาให้มันเข้าท่ากว่านี้นะคะ รุ่นพี่พายุ... หรือว่าความกล้าของพี่มันมีจำกัด ถึงได้ต้องมาแอบซุ่มดักรอเด็กตาดำๆ ในมุมมืดแบบนี้?"
น้ำเสียงติดจะประชดประชันเล็กน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบในยามวิกาล บริเวณสวนหย่อมหลังอาคารเรียนที่ควรจะร้างผู้คน แต่เวลานี้กลับอัดแน่นไปด้วยอารมณ์คุกรุ่นที่แทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ
น้ำปั่นสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น สลับมองใบหน้าคมคายของพายุที่ยืนยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ตรงหน้า กับแผ่นหลังกว้างของกรณ์ที่ยืนนิ่งสนิท ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
ความมืดสลัวของเงาไม้ใหญ่ไม่ได้ช่วยอำพรางบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้เลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันยิ่งทำให้ทุกอย่างดูบีบคั้นและชวนให้หายใจไม่ออก เมล่อนโซดารับรู้ได้เลยค่ะว่า รี้ดเดอร์ทุกคนคงกำลังจิกหมอนด้วยความลุ้นระทึกไม่แพ้กัน
"พี่ไม่ได้มาแอบซุ่มสักหน่อย น้ำปั่น..." พายุเอ่ยเสียงนุ่ม ทอดสายตาเจ้าชู้ใส่รุ่นน้องสาวอย่างไม่เกรงใจ บรรยากาศรอบตัวเขากับน้ำปั่นดูสนิทสนมเกินกว่าปกติ มือหนาเอื้อมไปหมายจะแตะปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนของหญิงสาว "พี่แค่รอเวลา... รอเวลาที่จะพูดความจริงในสิ่งที่อัดอั้นมานานต่างหาก งานโรงเรียนพรุ่งนี้... พี่อยากให้ปั่นไปเดินกับพี่นะ"
กึก!
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว กรณ์ไม่ได้หันกลับมามองพวกเขาทั้งคู่ แต่สันกรามคมชัดที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน และไหล่หนาที่เกร็งตึงบ่งบอกความรู้สึกภายในได้เป็นอย่างดี ประธานนักเรียนผู้เยือกเย็นและรักษากฎระเบียบเสมอ... ตอนนี้กำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังเดือดพล่านอยู่ภายใต้ท่าทีหน้านิ่งสนิทนั้น
"คะ... ⁻คือว่า..." น้ำปั่นละล่ำละลักด้วยความทำตัวไม่ถูก มือเรียวรีบปัดมือของพายุออกเบาๆ แล้วถอยก้นขวิดไปยืนห่างจากรุ่นนักกีฬาคนเก่งทันที "รุ่นพี่พายุคะ อย่ามาพูดจาล้อเล่นแบบนี้สิคะ น้ำปั่นตกใจหมดแล้ว... แล้วก็... เรื่องงานโรงเรียนอะไรนั่น น้ำปั่นมีหน้าที่ต้องดูแลซุ้มกับคณะกรรมการนักเรียนค่ะ คงไม่ได้ไปเดินเล่นกับใครหรอกนะคะ"
ปฏิเสธเสียงแข็งขนาดนี้ แต่มันไม่ทันเสียแล้วค่ะ...
พายุหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างคนมั่นใจในตัวเองสูง เขาแกล้งทำเป็นมองข้ามอาการปฏิเสธนั้น แล้วหันไปปรายตามองแผ่นหลังของประธานนักเรียนที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก
"อ้าว นึกว่าตกลงกันเรียบร้อยแล้วเสียอีก เห็นก่อนหน้านี้... มีคนพยายามจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อจีบเด็กปั้นของพี่ขนาดนั้นนี่นะ" พายุจงใจเน้นเสียงคำว่า 'จีบ' ให้ดังชัดเจนในความเงียบ "แต่ก็นะ... ความพยายามบางทีมันก็สูญเปล่า ถ้ารสนิมมันเกิดจากเนื้อใน... ว่าไหมครับท่านประธาน"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนชนวนระเบิดเวลาที่ถูกจุดขึ้น
กรณ์หยุดนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ร่างสูงสง่าจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับทั้งคู่ ช้าๆ ทว่าเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้มองพายุเลยแม้แต่น้อย... เขากลับจดจ้องตรงมาที่ดวงตากลมโตของน้ำปั่นนิ่งสนิท สายตาคู่นั้นว่างเปล่า เยชาชา ไร้ร่องรอยของความขี้เล่น หรือแม้แต่ความหึงหวงที่น้ำปั่นคุ้นเคย
มันคือสายตาของคนที่กำลังผิดหวัง... และรู้สึกว่าตัวเอง 'โง่' สิ้นดี
"รุ่นพี่พายุพูดถูก..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยจนน่ากลัว "ผมมันก็แค่คนโง่คนหนึ่ง ที่เสียเวลาเอาแต่วิ่งตามตื๊อคนที่เขา... มีคนจองตัวไว้รออยู่แล้วตั้งแต่แรก"
"พี่กรณ์!?" น้ำปั่นอุทานเสียงหลง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกหนับหน่วงตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อเห็นแววตาคู่นั้น "พี่กำลังพูดอะไรคะ? น้ำปั่นกับรุ่นพี่พายุไม่ได้มีอะไรกันสักหน่อยนะ! ฟังน้ำปั่นก่อนสิคะ!"
"ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ..." กรณ์ยกมือขึ้นเป็นเชิงปฏิเสธ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวยอย่างน่าเจ็บปวด "ผมไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวคุณอยู่แล้วนี่ภัทรนันท์ คุณจะไปกับใคร จะรับคำสารภาพรักจากใคร มันก็เรื่องของคุณ... เลิกทำเหมือนเห็นใจผมสักที มันน่าสมเพช"
คำว่า 'น่าสมเพช' หลุดออกมาจากริมฝีปากของคนที่เธอเคยคิดว่าเขาใจดีที่สุดในโลก... แม้เขาจะปากร้ายและชอบทำหน้าดุใส่ แต่นั่นเป็นครั้งแรกที่น้ำปั่นสัมผัสได้ถึงความเย็นชาที่แท้จริงจากผู้ชายคนนี้
หมอนี่... เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว! เข้าใจผิดแบบมหันต์เลยด้วย!
เมล่อนโซดานั่งกุมขมับแทนยัยน้องน้ำปั่นเลยค่ะตอนนี้ ความปากแข็งของพระเอกเรานี่มันน่าตีให้ก้นลายจริงๆ ซะให้เข็ด!
"รุ่นพี่พายุ! ทั้งหมดนี่ฝีมือพี่ใช่ไหมคะ!" น้ำปั่นหันขวับไปแหวใส่ต้นเหตุด้วยความโกรธจัด ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ความคับแค้นใจพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนเสียงสั่น "พี่จงใจมาพูดจาพล่อยๆ แบบนี้เพื่อให้พี่กรณ์เข้าใจผิดใช่ไหมคะ นิสัยแย่ที่สุดเลย!"
พายุยักไหล่อย่างไม่ยี่หล่า เขายกมือขึ้นยอมรับหน้าตาเฉย "อ้าว ก็พี่พูดความจริงนี่นา... อีกอย่าง คนที่เขาไม่อยากฟัง ต่อให้เธออธิบายจนน้ำลายแตกคอ เขาก็ไม่เชื่อหรอกน้ำปั่น ดูท่าทางท่านประธานคนเก่งของเราสิ... เขาเดินหนีไปโน่นแล้วมั้ง"
พายุดึงแขนน้ำปั่นเบาๆ เพื่อจะดึงเข้าหาตัว แต่น้ำปั่นสะบัดออกอย่างแรงด้วยความรังเกียจ
"อย่ามาถูกตัวฉันนะ!" น้ำปั่นตะคอกลั่น ก่อนจะหันไปมองหาเป้าหมายที่เพิ่งหมุนตัวเดินหนีหายไปในความมืด "พี่กรณ์! รอเดี๋ยวนี้นะคะ! บอกให้หยุดไงเล่า!"
เท้าเล็กๆ ออกวิ่งตามแผ่นหลังกว้างที่ก้าวฉับๆ ไม่คิดชีวิต ความมืดของสวนหย่อมและทางเดินรอบอาคารเรียนไม่ได้อยู่ในสายตาเธอเลยแม้แต่น้อย สมองตื้อตันไปหมด มีเพียงความกลัวเดียวที่กัดกินหัวใจ... กลัวว่าคนหน้านิ่งคนนั้นจะเข้าใจผิดและเดินออกจากชีวิตเธอไปจริงๆ
แต่ทว่า... ความซวยมักมาเยือนในเวลาที่ไม่คาดคิดเสมอ
กึก! ฟึ่บ!
เพราะความรีบร้อนและมัวแต่มองแผ่นหลังของกรณ์ที่เดินลับตาไป ทำให้น้ำปั่นไม่ทันสังเกตขั้นบันไดหินอ่อนที่เชื่อมต่อระหว่างตึกอำนวยการกับสนามฟุตบอล เท้าเล็กสะดุดเข้ากับขอบปูนอย่างจัง ร่างบางเสียการทรงตัวล้มคว่ำลงไปกระแทกกับพื้นสนามหญ้าเต็มแรง!
"โอ๊ย!"
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น น้ำปั่นนิหน้าด้วยความจุก ข้อเท้าซ้ายแปลบปลาบขึ้นมาจนน้ำตาเล็ด ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความตกใจและอัดอั้นตันใจจนอยากจะร้องไห้โฮออกมาดังๆ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ... ไม่มีเสียงฝีเท้าของกรณ์หยุดรอ ไม่มีแม้แต่เงาของใครหันกลับมามอง
เขาเดินจากไปแล้ว... ทิ้งเธอไว้ลำพังกับความเจ็บปวดทั้งกายและใจ
น้ำปั่นกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอาบแก้มเนียน ความน้อยใจและความโกรธผสมปนเปกันจนแน่นอก มือเรียวยกขึ้นกุมข้อเท้าที่เริ่มบวมเป่งขึ้นมาเล็กน้อย พยายามจะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ความเจ็บแปลบทำให้เธอต้องทรุดตัวลงไปนั่งคุดคู้กับพื้นหญ้าอีกครั้ง
"ฮึือก... คนบ้า... คนใจร้าย... ปากบอกว่าไม่แคร์ แล้วจะมาทำหน้าหงุดหอยใส่ทำไมเล่า..." เสียงสะอื้นเบาๆ หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากสีพีชอย่างน่าสงสาร
บรรยากาศรอบตัววังเวงและเหน็บหนาวขึ้นเรื่อยๆ แสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมสนามส่องกระทบเงาร่างเล็กที่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ลำพัง ช่างดูโดดเดี่ยวและน่าเวทนาเสียเหลือเกินในสายตาของคนอ่านอย่างเรา
แต่ทว่า... ในวินาทีที่น้ำปั่นกำลังคิดว่าตัวเองต้องนั่งน้ำตาร่วงอยู่ตรงนี้คนเดียวจนถึงเช้า
พรึบ!
เงาดำทะทึนของใครบางคนก็ทาบทับลงมาปกคลุมร่างของเธอจากทางด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นอายคุ้นเคยที่ลอยมาแตะจมูก... กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นอายความสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของประธานนักเรียนระเบียบจัดคนนั้น
น้ำปั่นสะดุ้งเงยหน้าขึ้นทั้งคราบน้ำตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจระคนไม่เชื่อสายตา
เมื่อร่างสูงของกรณ์ไม่ได้เดินหนีหายไปไหนอย่างที่เธอเข้าใจ... เขากลับยืนคุกเข่าลงข้างหนึ่งกับพื้นหญ้าชื้นน้ำค้าง แววตาสีเข้มที่เคยเย็นชาและว่างเปล่าเมื่อครู่ บัดนี้กลับฉายแววความกังวลระคนหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด สันกรามขบแน่นยิ่งกว่าเดิมราวกับกำลังอดกลั้นกับความรู้สึกบางอย่างที่ตีรันวนอยู่ในอก
"ซุ่มซ่ามจริง." เสียงทุ้มดุด่าพึมพำลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมออกไปจับข้อเท้าเรียวที่บวมช้ำขึ้นมาอย่างเบามือที่สุด ทว่าคำพูดต่อมากลับทำให้หัวใจของน้ำปั่นกระตุกวูบ
"เจ็บขนาดนี้... ยังจะกล้าวิ่งตามมาอีกทำไม... หรือว่ากลัวจะไม่ได้ไปเดินเที่ยวงานโรงเรียนกับรุ่นพี่พายุกันแน่?"
คำถามนั้นเต็มไปด้วยความประชดประชันและแรงหึงหึงที่พุ่งทะลุปรอท... แต่มือที่กำลังถอดรองเท้าผ้าใบสีขาวออกเพื่อสำรวจอาการบาดเจ็บให้น้ำปั่น กลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมลุ้นและเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ เมล่อนโซดาขอตัวไปเตรียมทิชชໍรอซับน้ำตาให้ยัยน้องก่อนค่ะ!
สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ•ตอนที่ 23
จุดแตกหัก ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับโซดา: ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!