สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกับผู้จัดอีเวนต์สายคลั่งรัก•ตอนที่ 7

เสียงหัวเราะหลังเลิกงาน

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
"น้ำบ้าอะไรเนี่ย! ไหลมาจากไหนวะเนี่ย!" เสียงตะโกนของรณกรดังลั่นแข่งกับเสียงน้ำที่พุ่งทะลักจากท่อเมนหลักชั้นใต้ดินราวกับเขื่อนแตก สเปรย์น้ำสีขุ่นตีวงกว้างสาดกระเซ็นกระทบแผ่นหลังและข้อศอกของเขาจนเปียกโชก ชุดสูทราคาแพงที่เพิ่งสั่งตัดพิเศษมาเพื่อคุมงานอีเวนต์ใหญ่ในค่ำคืนนี้ บัดนี้แนบเนื้อลู่ไปกับสรีระด้วยฤทธิ์ของความชื้นและโคลนตม แต่คนที่หัวเสียยิ่งกว่าใคร ยืนอยู่ตรงหน้าท่อประปาที่แตกทะลักนั้นแล้วครับ ภูผา สถาปนิกหนุ่มผู้เนี๊ยบกริบจนแทบจะเอาไม้บรรทัดมาวัดองศาการยืน บัดนี้เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาเปียกปอนจนโปร่งแสงเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแผ่นอกและหัวไหล่ที่ไหวระริกตามจังหวะการหายใจ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกริบกวาดมองความหายนะตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด "อย่ามัวแต่อ้าปากค้าง รณกร! ไปหยิบประแจเลื่อนในกล่องเครื่องมือริมเสานั้นมานี่!" ภูผาตวาดสั่งเสียงเข้ม ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าประชิดจุดเกิดเหตุ มือหนาคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดบ่ามาพันรอบข้อมือตัวเองแล้วพยายามอุดรอยแตกของท่อด้วยพละกำลังทั้งหมด "โอ้โห คุณสถาปนิก! พูดดีๆ เป็นไหมวะเนี่ย! ผมไม่ได้เป็นลูกน้องคุณนะ!" รณกรสวนกลับทันควัน ปากก็เถียงแต่ขาก็ก้าวฉับๆ ไปคว้ากล่องเครื่องมือตามสั่งอย่างรู้หน้าที่ "แล้วดูสภาพคุณตอนนี้สิ สภาพเหมือนลูกเจี๊ยบตกน้ำมากกว่าหัวหน้าโปรject อีกมั้ง!" "ถ้าไม่อยากให้งานเปิดตัวพังไม่เป็นท่า ก็หุบปากแล้วเอาไฟฉายมาส่องตรงวาล์วข้างซ้ายซะ!" บรรยากาศในห้องควบคุมระบบไฟอับชื้นและอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของสนิมและปูนใหม่ เคมีที่ปะทะกันระหว่างความนิ่งขรึมแต่เดือดดาลของพระเอกสายซึนอย่างภูผากับความแสบสันไม่ยอมคนของรณกร ยิ่งทำให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดมีความร้อนรุ่มชวนใจสั่นแปลกๆ ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงเต็ม หยาดเหงื่อผสมปะปนกับหยดน้ำจนทั่วใบหน้าของทั้งคู่ ในที่สุดเสียงน้ำที่พุ่งพล่านก็ค่อยๆ สงบลงเหลือเพียงเสียงหยดติ๋งๆ กระทบพื้นคอนกรีต ภูผาทรุดตัวลงนั่งพักพิงกับเสาปูนอย่างไร้ฟอร์ม ลมหายใจหอบถี่จนแผ่นอกกระเพื่อมไหว เสื้อผ้าเปียกโชกแนบลำตัว รณกรที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันนักทิ้งตัวลงนั่งยองๆ มือเรียวขยี้ผมชื้นเหงื่อของตัวเองลวกๆ ก่อนจะเหลือบมองคนข้างกายที่ยังคงตีหน้ายักษ์ใส่โลกใบนี้ไม่เลิก "เหนื่อยเป็นเหมือนกันนี่ นึกว่าหุ่นยนต์ใส่สูตรซะอีก" รณกรเอ่ยแซะพลางโยนกระป๋องน้ำอัดลมที่หยิบติดมือมาจากห้องพักเจ้าหน้าที่ข้ามไปให้ ภูผารับกระป๋องอลูมิเนียนนั้นไว้ด้วยมือเดียว ดวงตาคมกริบชำเลืองมองคนกวนประสาทเล็กน้อย ก่อนจะแค่น "หึ" ในลำคอ "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณเสนอไอเดียแต่งห้องควบคุมบ้าๆ นี่ จนทีมงานต้องเดินท่ออ้อมหลบมุมอาร์ตๆ ของคุณ ป่านนี้ท่อไม่แตกหักมุมแบบนี้หรอก" "อ้าว! กลายเป็นความผิดผมเฉยเลย?" รณกรดีดตัวขึ้นเสียงสูง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ "นั่นมันงานศิลปะนะคุณ! ใครจะไปรู้ว่าผู้รับเหมาเวรตะไลของคุณจะใช้ท่อเกรดต่ำมาติดตั้งล่ะ!" ภูผาเงียบไป เขาไม่ได้เถียงต่อ ดวงตาคมทอดมองไปยังใบหน้าของรณกรที่เปรอะเปื้อนคราบฝุ่นจางๆ ภายใต้แสงไฟสลัวของห้องใต้ดิน แววตาของสถาปนิกหนุ่มที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยระเบียบแบบแผน กลับไหววับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาNดปากร้าย "ชุดเลอะหมดแล้ว... งานคืนนี้จะใส่ชุดไหน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบที่โรยตัวลงมา รณกรชะงักไปนิด ชำเลืองมองสูทแบรนด์ดังที่ตอนนี้กลายเป็นผ้าขี้ริ้วราคาแพง แล้วหัวเราะแห้งๆ ออกมา "นั่นสิ... สงสัยต้องใส่ชุดช่างซ่อมท่อขึ้นเวทีเปิดงานแทนแล้วมั้ง" ภูผาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ทาบทับเงาลงมาบังร่างบางจนมิด "แถวนี้มีร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางตรงหัวมุมตึก... อร่อยใช้ได้" ภูผาเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเมื่อพูดประโยคถัดมา "ถ้าไม่รังเกียจคนปากจัดอย่างผม... ไปกินอะไรร้อนๆ รองท้องก่อนเปลี่ยนชุดไหมล่ะ" รณกรกะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ ใครจะไปคิดว่าผู้ชายที่เนี๊ยบและหยิ่งทะนงตนอย่างภูผา จะเอ่ยปากชวนมากินข้าวข้างทางริมถนนแบบนี้ ริมฝีปากบางยกยิ้มร้ายกาจขึ้นทันที ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "ระดับสถาปนิกผู้สูงส่ง ยอมกินของข้างทางกับผมเนี่ยนะ? ระวังท้องเสียตายไม่รู้ด้วยนะคุณภูผา" "ผมกระเพาะเหล็ก ไม่เหมือนคุณหรอกที่สำออยกินอะไรก็แพ้ไปหมด" ภูผาตอบกลับเสียงห้วน แต่กลับเดินนำหน้าไปทางทางออกโดยไม่รอคำตอบ แถมยังเอื้อมมือไปคว้าข้อศอกเรียวให้เดินตามมาด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวเลยว่า... แรงบีบที่ข้อมือนั้นมันอบอุ่นและอ่อนโยนกว่าคำพูดปากร้ายนับร้อยคำ บรรยากาศยามค่ำคืนริมฟุตบาท ร้านก๋วยเตี๋ยวชามละห้าสิบบาทที่มีควันโขมงลอยกรุ่น กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูเตะจมูก โต๊ะพลาสติกสีแดงตัวเล็กๆ ที่นั่งแล้วเข่าแทบชนกัน ภาพของภูผา สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งผู้โด่งดัง ที่กำลังนั่งค้อมตัวลงซดน้ำก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ จากชามกระเบื้องเคลือบสีเก่าๆ โดยไม่ถือตัว เป็นภาพที่รณกรไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้ รณกรนั่งเท้าคางมองคนตรงข้าม นัยน์ตาสีเข้มฉายแววพินิจพิจารณา ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่แห้งหมาดแต่ยังคงยับยู่ยี่ ภูผาดูผ่อนคลายกว่าทุกครั้งที่เจอในห้องประชุม รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากตอนที่เจ้าตัวคีบลูกชิ้นเข้าปาก ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างแปลกประหลาด "มองหน้าผมแบบนี้... ติดใจผมเข้าแล้วหรือไง" ภูผาเงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเจ้าเลื้อ… "หลงตัวเองชะมัด" รณกรเบ้หน้าใส่ แต่ใบหูกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด "ผมแค่มองว่า... คุณเวลาไม่มีไม้บรรทัดคอยวัดองศาเนี่ย ก็ดูเป็นผู้ชายธรรมดาๆ ที่... น่าคบหาขึ้นมานิดนึงเหมือนกันนะ" มือหนาของภูผาที่กำลังถือตะเกียบชะงักกึก ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่รณกรด้วยความหมายลึกซึ้ง ไดอะล็อกและบรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสตัฟฟ์ไว้ในความเงียบชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงรถราที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนใหญ่ ภูผาวางตะเกียบลงช้าๆ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะฝั่งตรงข้ามจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งรักที่เอ่อล้นจนปิดไม่มิด "ถ้าผมบอกว่า... ผมไม่ได้อยากให้คุณมองแค่ 'นิดเดียว' ล่ะ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบา ทว่าชัดเจนท่ามกลางเสียงจอแจรอบตัว รณกรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวระทึกจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ทว่า ในจังหวะที่ใบหน้าคมคายกำลังขยับเข้ามาใกล้ริมฝีปากของเขาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ นั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังร้าน "คุณภูผาครับ! คุณรณกรครับ! แย่แล้วครับ! ไฟสำรองที่ห้องจัดเลี้ยงชั้นบน... ดับพรืดไปหมดทั้งชั้นแล้วครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนความป่วนในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกับผู้จัดอีเวนต์สายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%