สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกับผู้จัดอีเวนต์สายคลั่งรัก•ตอนที่ 6

รอยยิ้มที่ไม่อยากยอมรับ

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของบุคคลผู้มาใหม่ดังแทรกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียด ราวกับจงใจเหยียบย่ำความอดทนของภูผาให้จมดิ่งลงไปอีกขั้น สถาปนิกหนุ่มขยับกรอบแว่นสายตาด้วยปลายนิ้วที่เกร็งแน่นจนข้อต่องอขาว ขณะที่สายตาคมกริบดุจใบมีดโกนกวาดมองผู้บุกรุกอย่างไม่เป็นมิตร รณกรที่ยืนอยู่เคียงข้างกันในระยะประชิดถึงกับส่งเสียงจิ๊ปากในลำคออย่างเหลืออด ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่แคบลงด้วยความคุกกรุ่น ปากอิ่มขยับเตรียมพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่คนที่กล้าดีเข้ามาขัดจังหวะการปะทะคารม "ถ้าคิดจะมาตรวจงานช้ากว่ากำหนดสามชั่วโมงครึ่งแบบนี้ ผมแนะนำให้เอาเวลาไปเดินตรวจสวนสาธารณะแถวนี้จะดีกว่านะครับ คุณผู้จัดอีเวนต์มือทอง... อ้อ, แล้วก็นั่น ลูกน้องของคุณเหรอ ถึงได้ยืนทำหน้าเป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกอยู่ข้างๆ ได้นานขนาดนั้น" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากปากของ 'ภาคิน' นักลงทุนรายใหญ่ผู้กุมชะตากรรมของโปรเจกต์ Party Room นี้เอาไว้ทั้งหมด ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามากลางห้องโถงที่กำลังรีโนเวทอย่างถือวิสาสะ รณกรแค่นหัวเราะออกมาทันที ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความดื้อรั้นอย่างชัดเจน ไม่มีท่าทีเกรงกลัวอิทธิพลของนักลงทุนกระפเป๋าหนักแม้แต่น้อย "ถ้าสายตาท่านประธานภาคินไม่ได้มีไว้ประดับกะโหลก ก็น่าจะมองเห็นนะครับว่าพวกเรากำลังดีลปัญหากับโครงสร้างฐานรากที่ 'ใครบางคน' ทิ้งระเบิดไว้ให้แก้... อ้อ หรือว่าสมองส่วนการประมวลผลกำลังมีปัญหา เลยแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนคือการทำงานแข่งกับเวลา อันไหนคือการเดินเล่น" รณกรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเน้นย้ำทุกพยางค์ด้วยความแสบสันจนธีรภัทรที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดปากกลั้นยิ้ม รีบถอยฉากไปสมทบกับกระดานแปลนพิมพ์เขียวเพื่อความปลอดภัย ภาคินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากกระตุกวูบ ดวงตาคมกริบหันไปจ้องมองผู้จัดอีเวนต์ตัวแสบด้วยความไม่สบอารมณ์ ชายหนุ่มไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะกล้าต่อปากต่อคำกับผู้สนับสนุนหลักของโปรเจกต์ด้วยน้ำเสียงที่ระคายหูถึงเพียงนี้ "ปากเก่งไม่เบานี่ครับ... หวังว่าฝีมือในการจัดอีเวนต์เปิดตัวจะคมคายเหมือนคำพูดนะ" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน "ไม่ต้องห่วงครับ ฝีมือผมคมพอที่จะไม่ทำให้เงินลงทุนสูญเปล่าไปกับโปรเจกต์ที่สถาปนิกหัวรั้นบางคนพยายามจะรั้นจนพังไม่เป็นท่าหรอก" รณกรตอกกลับทันทีโดยไม่ยอมลดสายตาลงแม้แต่น้อย ไหล่บางเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของภูผาก็เหลือบไปเห็นรอยยิ้มมุมปากที่ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตาบนใบหน้าของรณกร ท่าทางเชิดรั้นที่พยายามปกป้องโปรเจกต์และเถียงฉอดๆ เพื่อเอาชนะคู่สนทนา ทำเอาสถาปนิกหนุ่มผู้เคร่งขรึมถึงกับเผลอยิ้มตามออกมาโดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย หรือรอยยิ้มทางการค้า แต่มันคือมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ ดวงตานิ่งสงบที่มักจะเยียบเย็นเสมอ กลับพร่างพรายด้วยประกายความเอ็นดูที่เจือจางเสียจนแทบสังเกตไม่เห็น ภาพของนายเอกร่างโปร่งที่กำลังยืนเท้าสะเอวเถียงคอเอ็นปูดใส่คนมีอำนาจ ช่างเป็นความดื้อรั้นที่น่าหมั่นไส้... และน่ารักแปลกประหลาดในเวลาเดียวกัน แต่ความสุขุมระดับปรมาจารย์ของสถาปนิกหนุ่มก็ทำงานได้รวดเร็วยิ่งกว่าแสง ภูผารีบหุบยิ้มฉับพลันราวกับโดนไฟลวก เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึง เยชา และเย็นชาไร้ความรู้สึกเหมือนเดิมราวกับไม่เคยมีรอยยิ้มนั้นเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ทว่า... สายตาไวราวกับเรดาร์ของรณกรดันหันขวับกลับมาสบเข้าพอดี ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ รณกรชะงักไปชั่วครู่เมื่อจับสังเกตสีหน้าของภูผาได้ทัน ชายหนุ่มหรี่ตามองสถาปนิกหนุ่มที่กำลังตีหน้าขรึมกลบเกลื่อนความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด *เมื่อกี้... หมอนั่นยิ้มเหรอ?* รณกรนึกคค้านในใจ สมองประมวลผลภาพเมื่อครู่ด้วยความรวดเร็ว สถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงอารมณ์ความรู้สึกนอกจากความหงุดหงิดและสายตาดุๆ คนนั้นเนี่ยนะ... เผลอยิ้มให้เขา? บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ "มีปัญหาอะไรเหรอครับ คุณรณกร" ภูผาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งสนิท ขยับตัวบังวิสัยทัศน์ระหว่างรณกรกับภาคินเอาไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ สายตาดุๆ หันกลับมาจ้องมองนายเอกนิ่งๆ เพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ "เปล่าครับ..." รณกรลากเสียงยาวในลำคอ มุมปากหยักลึกยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันทีเมื่อจับไต๋คู่สนทนาได้ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนาน รอนแรมความท้าทายครั้งใหม่แล่นพล่านอยู่ในอก "แค่คิดว่า... สถาปนิกบางคนเวลาทำหน้าบึ้งเป็นตูดหม้อ มันก็น่าขันดีเหมือนกันนะครับ" "คุณรณกร!" ภูผากัดฟันกรอด น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความฮฮดฮัดที่พุ่งพล่านขึ้นมาอีกระลอก ความพยายามที่จะรักษามาดขรึมพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเจอสายตารู้ทันของอีกฝ่าย "หรือผมพูดไม่จริงล่ะครับ?" รณกรขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวลอยมาแตะจมูกของสถาปนิกหนุ่มจนหัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มรวนเร ใบหน้าหวานยื่นเข้ามาใกล้ในระยะที่อันตรายต่อความมั่นคงทางจิตใจของคนปากแข็ง ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างเปิดเผย "เมื่อกี้คุณ... แอบยิ้มใช่ไหมล่ะครับ ภูผา?" ชื่อเรียกห้วนๆ ที่หลุดออกจากริมฝีปากอิ่ม ทำเอาสถาปนิกหนุ่มถึงกับลมหายใจสะดุด ภาคินที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นอากาศธาตุ ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกสองคนนี้เมินเฉยอย่างสมบูรณ์แบบ "นี่พวกคุณสองคนเห็นผมเป็นหัวหลักหัวตอหรือยังไง! โปรเจกต์นี้มีปัญหาใหญ่หลวงนะ!" แต่ดูเหมือนว่าเสียงของนักลงทุนกระเป๋าหนักจะกลายเป็นเสียงตามสายที่ไม่มีใครสนใจไยดี ภูผาถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง แต่สายตากลับถูกตรึงไว้กับดวงตาคู่สวยที่ระ1บายรอยยิ้มซุกซนอย่างปิดไม่มิด สถาปนิกหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติ พยายามสวมหน้ากากความเยือกเย็นกลับคืนมาให้เร็วที่สุด แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นแรงจนน่าหงุดหงิดก็ตาม "ถ้าพูดเพ้อเจ้อเสร็จแล้ว ก็เชิญไปตรวจแบบแปลนตรงนู่นครับ งานยังเหลืออีกเยอะ อย่าเอาเวลามา... ยุ่งไม่เข้าเรื่อง" ภูผาตัดบทด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงจางๆ นั้นไม่สามารถหลบซ่อนสายตาของรณกรได้พ้น รณกรแอบหัวเราะคิกในลำคออย่างผู้ชนะ ดวงตาเป็นประกายวิบวับด้วยความพึงพอใจ *ปากแข็งชะมัด... แต่หูแดงแจ๋ขนาดนั้น โกหกไม่เนียนเอาซะเลยนะคุณสถาปนิก* ชายหนุ่มร่างโปร่งหันหลังเตรียมจะเดินเลี่ยงไปทางมุมห้องเพื่อตรวจเช็กพื้นที่ตามที่อีกฝ่ายไล่ แต่จังหวะที่หมุนตัวนั้น องศาของไหล่กลับเฉียดเข้ากับแผงอกกว้างของภูผาอย่างจัง แรงปะทะเบาๆ ทำให้รณกรเสียหลักเซถลาเล็กน้อย ทว่ายังไม่ทันที่ร่างบางจะได้ล้มลง มือหนาของสถาปนิกหนุ่มก็คว้าหมับเข้าที่เอวบางโดยสัญชาตญาณ ดึงรั้งเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วเพื่อพยุงไว้ไม่ให้ล้มลงไปกระแทกพื้น รอบตัวราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียงกะทันหัน ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่หายวับไปในพริบตาเดียว ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนเข้ากับสันจมูกคมสันของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่าน รณกรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชะงักค้างอยู่ในอ้อมแขนแกร่งที่โอบกระชับแน่นอย่างลืมตัว ขณะที่ภูผาก้มมองคนในอ้อมแขน นัยน์ตาสีเข้มไหวระริกด้วยความตื่นตะลึงระคนความปรารถนาที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งงัน ท่ามกลางสายตาอึ้งกิมกี่ของภาคินและธีรภัทรที่ยืนมองตาค้าง "ปล่อย..." รณกรกระซิบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากอิ่มอยู่ห่างจากริมฝีปากหยักของอีกฝ่ายเพียงแค่คืบ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในโสตประสาท ความแสบสันที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วไปทั่วผิวแก้ว ภูผากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่บีบกระชับรอบเอวบางไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยออกง่ายๆ สถาปนิกหนุ่มจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดคำว่า 'ปล่อย' ด้วยความรู้สึกที่ยากจะควบคุม ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความสั่นไหว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางประตูทางเข้า พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำลายภวังค์ความเงียบงันทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที "คุณภูผาครับ! แย่แล้วครับ! ท่อเมนหลักที่ชั้นใต้ดิน... เกิดแตกทะลัก น้ำทะลักท่วมห้องควบคุมระบบไฟหมดแล้วครับ!" ________________________________________ *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและฟินไปกับความซึนของนายสถาปนิกกับความแสบของคนจัดอีเวนต์ด้วยนะครับ!*
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกับผู้จัดอีเวนต์สายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%