กลิ่นแอลกอฮอล์และยาฆ่าเชื้อลอยอบอวลปะปนกับความเงียบงันภายในห้องพักฟื้นวีไอพี เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดัง *ติ๊ด... ติ๊ด...* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทว่ากลับสร้างความกระวนกระวายใจให้คนที่นั่งอยู่ข้างเตียงยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้องคำราม รณกรไม่ได้ร้องไห้ ผู้จัดอีเวนต์ปากร้ายสายแซ่บไม่เคยเสียน้ำตาให้ใครง่าย ๆ แต่ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววเย่อหยิ่งและเจ้าเล่ห์ในยามปกติ ตอนนี้กลับแดงก่ำและจดจ้องอยู่เพียงร่างไร้สติของสถาปนิกหนุ่มหัวรั้น
“ไอบ้าเอ๊ย... เก่งนักนะ ทำเป็นเก๊กขรึมใส่ฉันทุกวัน สุดท้ายก็มาน็อคคอพับคาห้องประชุมเนี่ยนะ”
รณกรพึมพำเสียงลอดไรฟัน มือเรียวที่มักจะจับไมโครโฟนสั่งงานลูกน้องเป็นร้อยคน ตอนนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมไหล่ให้คนที่นอนหลับใหล ภูผาในยามนี้ไม่มีมาดสถาปนิกผู้เคร่งครัดในระเบียบ ใบหน้าคมคายที่เคยตึงเครียดอยู่ตลอดเวลาดูผ่อนคลายลงยามหลับตา แต่รอยคล้ำใต้ดวงตานั้นฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวโหมงานหนักและพักผ่อนน้อยแค่ไหน
ความจริงเพิ่งกระแทกเข้าใส่หัวใจของรณกรอย่างจังในวินาทีที่ร่างสูงล้มพับลงไป... เขาไม่ได้เกลียดรอยยิ้มหยัน ๆ หรือคำพูดขัดคอของอีกฝ่ายเลย สักนิดก็ไม่
ตึกลัก... ตึกลัก...
เสียงหัวใจที่เต้นรัวในอกไม่ได้มาจากความตื่นตระหนกของเหตุการณ์เฉพาะหน้าอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือ “สัญญาณเตือนภัยสีชมพู” ที่ดังลั่นจนน่ารำคาญ เป็นสัญญาณที่บอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสถาปนิกปากแข็งคนนี้ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งความเป็น “คู่กัดทางธุรกิจ” ไปไกลลิบลิ่วแล้ว
ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกเบา ๆ ธีรภัทรเดินย่องเข้ามาพร้อมกับถุงโจ๊กอุ่น ๆ ในมือ ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพเพื่อนสนิทที่นั่งเฝ้าไข้คนไข้ราวกับเฝ้าสมบัติล้ำค่า มุมปากของคนมาใหม่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน
“ไงคุณผู้จัดมือหนึ่ง หน้าตาซีดเซียวเชียวนะ นึกว่าใครเป็นลม สรุปสถาปนิกผู้ไร้พ่ายคนนี้แพ้พิษไข้หรือแพ้คนแถวนี้กันแน่ล่ะเนี่ย” ธีรภัทรแซวเบา ๆ พร้อมกับวางถุงอาหารไว้บนโต๊ะข้างเตียง
รณกรหันขวับ สายตาดุ ๆ ส่งไปคาดโทษเพื่อนสนิททันที “เงียบปากไปเลยนะไอ้ธีร์ คนกำลังเครียด แกยังจะมีอารมณ์มาแซวอีกเหรอ หมอเพิ่งฉีดยาให้นอนพัก บอกว่าทำงานหักโหมจนร่างกายประท้วง”
“อ๋อ หักโหม... เหรอ” ธีรภัทรลากเสียงยาวอย่างจงใจ กวาดสายตามองมือของรณกรที่ยังคงวางอยู่ใกล้กับมือหนาของภูผาบนเตียง “ฉันนึกว่าหักโหมอย่างอื่นซะอีก เห็นนั่งกุมมือเขาแน่นขนาดนั้น กลัวเขาบินหนีไปไหนหรือไง”
“พูดมากน่า!” รณกรชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด แม้จะพยายามเชิดหน้าเถียงกลับ “ฉันก็แค่... มนุษยธรรมหรอกน่า ร่วมงานกันมาตั้งหลายโปรเจกต์ ถ้าเขาตายคาออฟฟิศ ฉันก็ซวยต้องหาคนมาแทนใหม่น่ะสิ”
“ปากแข็งจริงนะมึง ปากแบบนี้ระวังเถอะ... ตื่นมาแล้วจะไม่ได้พูด” ธีรภัทรยิ้มขำก่อนจะตบบ่าเพื่อนเบา ๆ “ฉันไปเคลียร์งานข้างนอกก่อน ปล่อยให้พยาบาลส่วนตัวเขาดูแลแถวนี้ไปละกันนะ”
ประตูปิดลงอีกครั้ง ความเงียบกลับมาเยือนห้องพักฟื้นอีกครา แต่ครั้งนี้บรรยากาศกลับไม่เหมือนเดิม ความอึดอัดปนหวานล้ำบางอย่างลอยอบอวลอยู่ในอากาศ รณกรถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตั้งใจจะเดินไปล้างหน้าในห้องน้ำเพื่อเรียกสติ
แต่ทว่า...
หมับ!
ปลายนิ้วเรียวถูกคว้าจับไว้ด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่มากนัก แต่กลับหยุดฝีเท้าของเขาไว้ได้ชะงักงัน รณกรสะดุ้งสุดตัว ก้มลงมองมือตัวเองที่ถูกกุมไว้ด้วยมือหนาของคนที่ควรจะหลับสนิทไปแล้ว
ภูผายังคงหลับตาอยู่ แต่ลมหายใจที่สม่ำเสมอเริ่มติดขัดเล็กน้อย เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อย ๆ ḫยับเปิดขึ้นอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นดวงตาคมปลาบที่มองตรงมายังเขา นัยน์ตาสูสีคู่นั้นไม่ได้มีความงัวเงียหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความนิ่งลึกที่ทำเอารณกรหายใจไม่ทั่วท้อง
“จะไปไหน...” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบากตามประสาคนเพิ่งฟื้นไข้
“ฉัน... จะไปล้างหน้า ปล่อยมือฉันได้แล้วน่า นายฟื้นแล้วก็เรียกหมอสิฟะ มาจับมือฉันไว้ทำไม” รณกรพยายามดึงมือกลับ แต่ภูผากลับกระชับสัมผัสให้แน่นขึ้นกว่าเดิม โดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยง่าย ๆ
“อย่าเพิ่งไป...” ภูผาขยับตัวลุกขึ้นพิงหัวเตียงช้า ๆ สายตาคมกริบยังคงจดจ้องใบหน้าของรณกรราวกับกลัวว่าหากกะพริบตาแล้วคนตรงหน้าจะหายวับไป “อยู่ในฝัน... ฉันเห็นนายบ่นใส่ฉันไม่หยุดเลย พอตื่นขึ้นมา นึกว่าจะฝันไปซะอีก”
“นี่นายจะกวนประสาทฉันตั้งแต่ยังไม่หายดีเลยใช่ไหม!” รณกรแหวใส่แก้เก้อ หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน “ฉันอุตส่าห์นั่งเฝ้าจนไม่ได้หลับได้นอน นายยังมีหน้ามาแซoเหรอ”
ภูผาไม่ตอบ เขาเพียงแต่มองหน้ารณกรนิ่ง ๆ แววตาที่เคยแข็งกระด้างยามถกเถียงเรื่องแบบแปลนอาคาร ตอนนี้กลับฉายแววความอ่อนโยนบางอย่างที่รณกรไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นความอ่อนโยนที่หลอมละลายเกราะป้องกันทุกชั้นของคนปากเก่งให้พังทลายลงทีละน้อย
“ขอบคุณนะ...” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบaแต่ชัดเจนในความเงียบ “ที่อยู่... ตรงนี้”
รณกรชะงัก ริมฝีปากที่เตรียมจะพ่นคำด่าโต้กลับเม้มเข้าหากันแน่น ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบให้แคบลงเหลือเพียงแค่คนสองคนในรัศมีลมหายใจ
“อะ... อื้อ ช่างเหอะ นายฟื้นแล้วก็ดี ฉันจะได้ไปเรียกหมอ...” รณกรเบนสายตาหนีความวับวับในดวงตานั้น พยายามดึงมือออกอีกครั้ง แต่คราวนี้ภูผากลับออกแรงดึงเบา ๆ จนร่างบางเซถลาเข้าไปใกล้เตียงมากกว่าเดิม
“รณกร...”
น้ำเสียงที่เรียกชื่อนั้นเต็มไปด้วยความจริงจังจนรณกรต้องหันกลับมาสบตาอีกครั้งโดยอัตโนมัติ ระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ลดลงเหลือเพียงคืบ ทำให้ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจน
ดวงตาของสถาปนิกหนุ่มหัวรั้นไม่มีความซึนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นทะลักออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ความรู้สึกที่เขาพยายามเก็บงำและซ่อนเร้นไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึมมาตลอด
“ถ้านี่ไม่ใช่ความฝัน...” ภูผากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นนิด ๆ อย่างมีความหมาย “ฉันขอจีบเธอ... แบบจริงจังเลยได้ไหม”
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนลงตรงวินาทีนั้น รณกรเบิกตากว้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพที่พุ่งชนแบบไม่ทันตั้งตัว หัวใจเต้นรัวรากับจะกระโดดออกมานอกอก
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับเปล่งคำตอบใด ๆ ออกไป
ก๊อก ๆ ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกผางโดยฝีมือของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ
“พี่ผาครับ! ผมเอาเอกสารด่วนโปรเจกต์ใหม่มาให้เซ... อุ๊ย! ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย”
เสียงใสของเด็กฝึกงานคนใหม่ดังลั่นห้อง ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นจนย่อยยับในพริบตาเดียว!
รณกรสะดุ้งสุดตัว รีบกระชากมือออกจากกุมมือของภูผาทันที ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายปนหงุดหงิดสุดขีด ส่วนภูผาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้กันนะครับ
สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกับผู้จัดอีเวนต์สายคลั่งรัก•ตอนที่ 13
สัญญาณเตือนภัยสีชมพู
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกับผู้จัดอีเวนต์สายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!