"ถ้าคุณคิดว่าแปลนโครงสร้างนี้มันพังเพราะลายเส้นของผม งั้นช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยครับว่ากาแฟรสชาติเหมือนน้ำล้างเท้าแก้วนี้ มันพังต่อมรับรสของผมไปเพื่ออะไร"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจางๆ ของภูผาดังก้องขึ้น ท่าالإطارสลัวของห้องประชุมใหญ่ที่ตอนนี้เหลือเพียงเขากับรณกรสองต่อสอง แปลนกระดาษแผ่นยักษ์ที่เคยเป็นประเด็นถกเถียงกันจนคอเป็นเอ็นเมื่อครู่ ถูกผลักไปกองรวมกันไว้มุมโต๊ะอย่างไร้ความหมาย เมื่อบนพื้นผิวไม้สีเข้มตอนนี้มีแก้วกระดาษสีขาวเรียաբวางคั่นกลาง ราวกับเป็นแนวรบใหม่ที่ถูกปักหมุดไว้โดยผู้จัดอีเวนต์ตัวแสบ
รณกรเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์เสียจนสถาปนิกหนุ่มผู้เคร่งครัดในระเบียบต้องเม้มปากแน่น เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับสายตาพิฆาตที่ส่งมาเลยแม้แต่น้อย กลับทิ้งตัวลงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ สวนทางกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัว
"น้ำล้างเท้าอะไรกันครับคุณสถาปนิก นั่นคือ 'ลาเต้กุרต์ทูเกเตอร์' สูตรพิเศษจากคาเฟ่เปิดใหม่แถวนี้เชียวนะครับ ผมอุตส่าห์ไปยืนต่อคิวฝ่าดงมนุษย์ออฟฟิศครึ่งชั่วโมงเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะเนี่ย เสียน้ำใจหมด..." รณกรลากเสียงยาวอย่างจงใจ กวนประสาทจนเส้นเลือดที่ขมับของภูผากระตุกเบาๆ
ภูผาแค่น "หึ" ออกมาในลำคอ ปรายตามองแก้วกาแฟสีตุ่นๆ นั้นด้วยความระแวง รสชาติของมันทั้งหวานเลี่ยนจนแสบคอแถมยังมีกลิ่นแปลกๆ ที่เขาเดาไม่ออกว่าเป็นดอกไม้ชนิดไหน ประโยคที่ว่า 'หวังดีประสงค์ร้าย' คงใช้กับสถานการณ์นี้ได้ดีที่สุด รณกรไม่มีทางทำอะไรเสียเวลาเปล่าโดยไม่มีเหตุผลซ่อนอยู่แน่นอน และไอ้การวิ่งไปซื้อกาแฟรสชาติประหลาดแก้วนี้มาให้คนปากแข็งอย่างเขา ก็คงหนีไม่พ้นแผนการปั่นประสาทรูปแบบใหม่
"ผมไม่ได้ขอ และไม่ได้อยากได้ครับ ขอบคุณสำหรับความหวังดีที่สูญเปล่า..." ภูผาตอบเสียงเรียบ พยายามดึงสายตากลับมาที่จอแท็บเล็ตตรงหน้าเพื่อรักษากำแพงความนิ่งขรึมที่สร้างไว้ แต่กลิ่นหอมหวานเอียนๆ ของกาแฟแก้วนั้นกลับลอยมาเตะจมูกทุกครั้งที่เขาขยับตัว
"ปากแข็งจังนะครับ ระวังเถอะ... วันหนึ่งถ้าคุณขาดมันขึ้นมาจริงๆ ผมจะไม่ยอมซื้อให้แก้วที่สองหรอกนะ" รณกรไม่พูดเปล่า เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่ภูผานั่งอยู่ทีละก้าวอย่างจงใจ แรงกดดันจากตัวตนที่เปี่ยมด้วยพลังงานล้นเหลือแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด
ภูผาเงยหน้าขึ้นสบตา ชั่วพริบตาที่ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกัน ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว แววตาของรณกรไม่มีความล้อเล่นหลงเหลืออยู่เลย มันมีความจริงจังบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มกวนๆ นั้น และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับภูผา คนที่ควบคุมทุกอย่างในชีวิตด้วยแปลนและตัวเลข กลับต้องมาสะดุดกับตัวแปรที่ชื่อรณกรเพียงเพราะ... กาแฟแก้วเดียว
"คุณอยากเล่นเกมอะไรกันแน่ครับ คุณรณกร" ภูผาเอ่ยถามเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะใกล้จนน่าแปลกใจ ทั้งที่โต๊ะทำงานตัวนี้กว้างพอสมควร แต่ทำไมนายเอกตัวแสบถึงขยับเข้ามาจนแทบจะชิดขอบโต๊ะฝั่งเขาได้ขนาดนี้
"ไม่ได้เล่นเกมสักหน่อยครับ ผมแค่..." รณกรโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟประหลาดลอยวนอยู่ปลายจมูก "แค่อยากพิสูจน์ว่า... คนที่ชอบทำตัวเป็นกำแพงหินอย่างคุณ ถ้าโดนน้ำหวานราดรดมากๆ เข้า มันจะละลายกลายเป็นดินโคลนเหลวๆ ได้รึเปล่าก็เท่านั้นเอง"
คำพูดกวนประสาทแต่ทว่าแฝงความนัยบางอย่างทำให้หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบ ภูผานิ่งค้างไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เป็นเพราะจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่เริ่มทรยศ เขาซ่อนความสั่นไหวไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย พยายามดึงความนิ่งสงบกลับมาเป็นเกราะกำบังเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
"ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีงานทำ งั้นช่วยเอาแปลนโซนวีไอพีไปตรวจทานความเรียบร้อยใหม่อีกรอบดีกว่าครับ ก่อนที่ผมจะคิดหักค่าจ้างคุณฐานก่อกวนเวลาทำงาน" ภูผาเบี่ยงประเด็นด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับดันแก้วกาแฟเจ้าปัญหาออกห่างตัวเล็กน้อย แม้ว่าสายตาจะยังไม่ยอมละไปจากใบหน้าเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมนั้นก็ตาม
รณกรหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกสนุก ดวงตาคู่สวยพราวระยับราวกับเด็กน้อยที่แกล้งคนสำเร็จ "ใจร้ายจังนะครับ... อุตส่าห์มีความหวังดีมาเสิร์ฟให้ถึงที่" นายเอกตัวแสบผละตัวถอยหลังออกไปช้าๆ ทิ้งระยะห่างที่ปลอดภัยพอให้ภูผาได้หายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง "ก็ได้ครับ เพื่อเห็นแก่แปลนโซนวีไอพีที่คุณหวงนักหวงหนา ผมจะยอมไปตรวจดูให้... แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่ากาแฟแก้วนั้น ถ้าคุณไม่ดื่มให้หมด ผมถือว่าคุณดูถูกความตั้งใจของผมนะครับ"
พูดจบ รณกรก็ส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่ชวนให้หมั่นไส้ที่สุดในสามโลก ก่อนจะหมุนตัวเดินน่องยาวออกจากห้องประชุมไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ภูผานั่งนิ่งอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง
ปลายนิ้วเรียวของสถาปนิกหนุ่มเคาะลงบนโต๊ะไม้เบาๆ เป็นจังหวะ สายตาคมกริบมองตามแผ่นหลังที่ลับตาไป ก่อนจะก้มลงมองแก้วกระดาษสีขาวที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้า
ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างชั่งใจ
ให้ตายเถอะ... เขากำลังพ่ายแพ้ให้กับผู้จัดอีเวนต์ปากจัดคนนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ
ภูผาถอนหายใจยาวเหยียด เอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟรสชาติประหลาดนั้นขึ้นมาถือไว้ ชั่งน้ำหนักในมือครู่หนึ่งก่อนจะยกขึ้นจิบรสชาติหวานเลี่ยนนั้นอีกครั้งอย่างจำยอม โดยไม่รู้เลยว่า ทุกการกระทำของเขาตกอยู่ในสายตาของใครบางคนที่ยืนแอบมองผ่านกระจกใสบานใหญ่อย่างเงียบเชียบ
แกร็ก!
เสียงเปิดประตูกระจกดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับการก้าวเข้ามาของธีรภัทร เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนฝั่งอีเวนต์ที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาโดยไม่เคาะห้องตามระเบียบ
"เฮ้ย ภูผา! ฉันลืมกระเป๋าเอกสาร... อ้าว เฮ้ย! แกกำลังทำอะไรอยู่วะนั่น?"
ธีรภัทรชะงักฝีเท้า เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าเพื่อนสนิทของรณกรฉายแววไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของธีรภัทร คือสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเย็นชาและเกลียดของหวานขึ้นสมอง กำลังนั่งถือแก้ว 'ลาเต้กุร์ต์ทูเกเตอร์' แก้วเดียวกับที่รณกรเพิ่งซื้อมาแถมยังทำท่าทางเหมือนกำลังดื่มด่ำกับมันอย่างตั้งใจ
ภูผาสะดุ้งเฮือก รีบวางแก้วลงบนโต๊ะทันที ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยพลաբเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความตกใจระคนกระอักกระอ่วน
"แก... เข้ามาทำไมไม่เคาะห้องวะธีรภัทร!" ภูผาตวาดเสียงหลง พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วที่สุด แต่สายตากรุกริบจับผิดของเพื่อนสนิทรณกรที่ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมานั้น... บอกชัดเจนว่าความลับแตกยับเยินไม่มีชิ้นดี
"โอ้โห... ภาพหายากระดับเรيرร์ยิ่งกว่าไดโนเสาร์..." ธีรภัทรยิ้มกริ่ม สาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานด้วยสายตาแพรวพราว "นี่แก... กำลังกินกาแฟที่ยายกรมันซื้อมาให้เหรอวะ? ไหนว่าน้ำล้างเท้าไงเพื่อน?"
ภูผาสบถในใจเบาๆ กำแพงความนิ่งขรึมที่อุตส่าห์สร้างมาพังทลายลงในพริบตาเดียว และก่อนที่เขาจะได้หาข้อแก้ตัวใดๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับหน้าจอที่แสดงชื่อผู้ส่งอย่างชัดเจน
**[รณกร]: "อร่อยไหมครับคุณสถาปนิก? ระวังติดใจจนต้องขอเพิ่มแก้วที่สองนะครับ ;)"**
ดวงตาของภูผาเบิกกว้างขึ้น หัวใจกระหน่ำเต้นแรงยิ่งกว่าตอนถกแปลนโครงสร้างเสียอีก เมื่อตระหนักได้ว่า... ทุกการเคลื่อนไหวของเขา ตกอยู่ในสายตาของคนคนนั้นมาโดยตลอด!
--------------------------------------------------
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักแบบฟาดฟันของพวกเขานะครับ* — **ไฟเยอร์บลัด**
สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกับผู้จัดอีเวนต์สายคลั่งรัก•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นที่เธอไม่ได้ตั้งใจซื้อ
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกับผู้จัดอีเวนต์สายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!