สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกับผู้จัดอีเวนต์สายคลั่งรัก•ตอนที่ 2

สงครามน้ำลายในไซต์งาน

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
"แปลนบ้านหลังนี้สร้างให้คนอยู่หรือสร้างให้ผีสิงครับคุณสถาปนิก? เล่นกั้นผนังทึบซะมืดทึบขนาดนี้ งานปาร์ตี้เปิดตัวเครื่องสำอางแบรนด์ดังจะกลายเป็นงานรวมญาติวิญญาณเร่ร่อนไปซะก่อนนะ" เสียงใสแต่บาดลึกดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในแสงแดดส่ายที่ลอดผ่านโครงสร้างเหล็กเปลือยเปล่าของพื้นที่จัดงาน รณกรในชุดสูทโอเวอร์ไซส์สีครีมตัดกับรองเท้าผ้าใบแฟชั่นยืนเท้าสะเอวอยู่กลางโถงกว้าง ดวงตากลมโตเรียวรีมองแปลนกระดาษในมือสลับกับร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่หลังโต๊ะสนามชั่วคราว ภูผาถอนหายใจยาวนานจนลมหายใจเป่าเอาเส้นผมที่ปรกลงมาข้างขมับให้ขยับไหว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่สายตามองผู้จัดอีเวนต์ตัวแสบตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ที่สะสมมาตั้งแต่การประชุมเมื่อวาน "ถ้าคุณรณกรใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิด ไม่ใช่เอาแต่ใช้ความมั่นใจพร่ำเพรื่อ ก็คงจะเข้าใจว่าโครงสร้างรับน้ำหนักตรงนี้ถูกออกแบบมาเพื่อคานหลักของอาคาร ไม่ใช่พื้นที่วิ่งเล่นให้แดנסเซอร์ของคุณมาตีลังกาโชว์ความไร้สาระ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทแต่เจือแววเยาะหยันเล็กน้อยถูกส่งกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ ภูผาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวร่างบางช้าๆ ความสูงที่ได้เปรียบกว่าทำให้เขาต้องก้มมองคนที่กำลังเชิดหน้าเถียงด้วยความอวดดี รณกรไม่เพียงแต่ไม่ถอยหลังหนี แต่ยังขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือความสดชื่นของซิตรัสลอยแตะจมูกสถาปนิกหนุ่ม ปลุกความรัญจวนใจที่เขาต้องรีบซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึง "ไร้สาระเหรอครับ? งานนี้งบเจ็ดหลักนะคุณภูผา แขกเหรื่อระดับเซเลบครึ่งประเทศจะมาเหยียบที่นี่ ถ้าพวกเขาเดินเข้ามาแล้วเจอผนังคอนกรีตทึบตันไร้รสนิยมแบบนี้ รับรองว่าแบรนด์เขาฟ้องคุณข้อหาทำลายสุนทรียภาพแน่" รณกรใช้นิ้วเรียวเคาะลงบนแปลนพิมพ์เขียวเสียงดัง *ป๊อกๆ* "รื้อออกครึ่งหนึ่ง แล้วทำเป็นผนังกระจกโค้งโปร่งแสงซะ ผมต้องการแสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาตอนช่วงไฮไลต์ของงาน" "รื้อ?" ภูผากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขยับนูน "คุณพูดคำว่ารื้อออกมาได้หน้าตาเฉยมากนะ รู้ไหมครับว่าเสาต้นนี้ใช้เวลาคำนวณการรับน้ำหนักสามเดือนเต็ม ถ้าทุบออกตามใจชอบของคุณ ตึกนี่ต่างหากที่จะพังลงมาทับหัวเซเลบพวกนั้นจนเป็นข่าวหน้าหนึ่ง" "อุ๊ย กลัวจังเลยครับ" รณกรแสร้งทำเป็นยกมือทาบอก ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นคนเคร่งระเบียบอย่างสถาปนิกหนุ่มของขึ้น "แต่ขอโทษเถอะนะ สถาปนิกหัวโบราณอย่างคุณน่ะรู้จักคำว่า 'อีเวนต์ครีเอทีฟ' ไหมครับ? เราไม่ได้มาสร้างบ้านอยู่ไปจนแก่ตาย เราสร้างความฝันชั่วคราวให้คนเสพสุขแล้วก็รื้อทิ้งในสามวัน!" "แต่โครงสร้างนี้มันอยู่คู่กับตึกนี้ไปอีกสิบปีครับ!" ภูผาเผลอตะคอกกลับเสียงดังด้วยความเหลืออด ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง เขาก้มลงมองหน้าคนตัวเล็กที่ยืนเถียงฉอดๆ ไม่หยุด ความใกล้ชิดทำให้เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากซอกคอขาวเนียนนั้นอย่างไร้การป้องกัน หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายกลับเต้นผิดจังหวะเสียอย่างนั้น ทั้งที่ตั้งใจจะดุให้สำนึก รณกรชะงักไปนิดเมื่อเห็นดวงตาคมก้าวร้าวคู่นั้นจ้องมองมานิ่งสนิท ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียวจนลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่ปะปนกัน ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ก่อสร้างชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านโครงเหล็กด้านนอกและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเกินความจำเป็นในอกของสถาปนิกหนุ่ม "มองอะไรครับ? หน้าผมมีรอยดินสอหรือไง" รณกรกระซิบเสียงแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว ความมั่นใจเมื่อครู่หายไปไหนหมดเมื่อถูกนัยน์ตาดุคู่นั้นกักขังไว้ในวงแขนที่เผลอกลั้นอาณาเขตโดยไม่รู้ตัว "เปล่า..." ภูผาตอบเสียงแหบพร่า สายตาคมกาลกวาดมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่ขยับเถียงเขาอยู่เมื่อครู่โดยสัญชาตญาณ "แค่กำลังคิดว่า... ปากเก่งๆ แบบนี้ ถ้าจับมาเย็บติดกันด้วยกาวอีพ็อกซี่ มันจะยังกล้าเถียงผมอีกไหม" รณกรเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับคำพูดจาอุกหาดนั้น แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูอย่างรวดเร็ว "นี่คุณ...!" ก่อนที่สงครามน้ำลายรอบใหม่จะระเบิดขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางบันไดหนีไฟซะก่อน "อ้าว คุณภูผา คุณรณกร อยู่กันครบพอดีเลย... ผมมีข่าวใหญ่จะแจ้ง" ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต ภูผากระแอมเบาๆ แล้วจัดปกเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เข้ารูป ขณะที่รณกรหันไปสะบัดหน้าหนีทำทีเป็นสนใจฝุ่นบนผนังปูนเพื่อซ่อนใบหน้าอันร้อนผ่าวของตนเอง ธีรภัทรเดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ โดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศมาคุและเคมีแปลกประหลาดที่เพิ่งมอดลงไปเมื่อครู่ "มีอะไรอีกละคุณธีร์ งานนี้ยังไม่ทันเริ่ม จะมีอะไรพังอีก?" รณกรหันกลับมาตีสีหน้าเรียบเฉยกลบเกลื่อนความเขินอายเมื่อครู่ ธีรภัทรยิ้มกริ่มแล้วหมุนหน้าจอแท็บเล็ตให้ทั้งสองคนดู "พอดีผู้บริหารระดับสูงโทรมาเปลี่ยนโจทย์กะทันหัน... งานเปิดตัววันแรก เขาขอเปลี่ยนจากปาร์ตี้เครื่องสำอางธรรมดา เป็นงานกาล่าดินเนอร์แบบปิด และพื้นที่จัดงานหลัก... ต้องย้ายมาใช้โถงกลางตรงนี้ทั้งหมด!" ดวงตาของภูผาและรณกรเบิกกว้างขึ้นพร้อมกัน แปลนพื้นที่เถียงกันคอเป็นเอ็นเมื่อครู่กลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่าไปในพริบตาเดียว ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกับผู้จัดอีเวนต์สายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%