เศษกระดาษอาร์ตมันสีขาวสะอาดตาปลิวว่อนราวกับใบไม้ร่วงในฤดูใบไม้ร่วง
เสียงกระดาษถูกฉีกกระชากดังแคว่, บาดลึกเข้าไปในความเงียบสงบของห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบ ท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
รณกรยืนนิ่ง มือเรียวสวยที่เพิ่งบรรจงทำเล็บมาหมาดๆ กำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว รอยยิ้มการค้าที่มักประดับอยู่บนใบหน้าคมคายยามออกงานอีเวนต์บัดนี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงดวงตาคู่คมที่วาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ
"นี่คุณเสียสติไปแล้วหรือไงครับ, คุณภูผา"
เสียงทุ้มหวานแต่เฉียบคมราดรดลงกลางห้อง ภูผา สถาปนิกหนุ่มผู้นำโปรเจกต์ นั่งไขว่ห้างอยู่หลังเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความรู้สึก ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองกองซากผลงานการจัดโซนนิ่งปาร์ตี้รูมที่เขาเพิ่งลงมือ 'ทำลาย' ด้วยมือตัวเองอย่างไม่แยแส
"ผมไม่ได้เสียสติ... แต่พวกคุณต่างหากที่กำลังทำลายงานศิลปะด้วยความคิดตื้นเขิน"
ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ ทุ้มนุ่มแต่น่ารำคาญใจในความเย่อหยิ่ง เขาขยับตัวเล็กน้อย แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงไฟนีออนคมกริบ "ผนังกระจกโค้งรับวิว 360 องศาของตึกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความโปร่งโล่งและเส้นสายทางสถาปัตยกรรมที่ไร้รอยต่อ แต่แผนผังอีเวนต์บ้าๆ ที่คุณเสนอมา... เอาซุ้มดอกไม้พลาสติกสีหวานแหววมาแปะทับโครงสร้างเหล็กกล้าเนี่ยนะ? มันทุเรศสิ้นดี"
"เฮ้! พูดให้มันดีๆ นะครับ!"
รณกรก้าวพรวดเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดัน สายตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง "ซุ้มดอกไม้พลาสติกสีหวานแหววที่คุณว่าเนี่ย มันคือความต้องการของ 'เจ้าของโปรเจกต์' ลูกค้ารายใหญ่ที่จ่ายเงินหลายสิบล้านให้เราจัดปาร์ตี้เปิดตัวแบรนด์เครื่องสำอาง ไม่ใช่ปาร์ตี้รวมตัวสถาปนิกโลกสวยที่เอาแต่กอดแปลนตึกแล้วกินแกลบเป็นอาหาร!"
"ถ้าลูกค้าไม่มีรสนิยมพอก็เรื่องของเขา แต่นี่คือตึกของผม แปลนนี้ผ่านการคำนวณโครงสร้างมาเป็นปี ผมไม่ยอมให้ใครเอาขยะพลาสติกมาทำลายสุนทรียศาสตร์ของที่นี่เด็ดขาด"
ภูผาตอกกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบไม่หลบสายตา ความใกล้ชิดทำให้รณกรได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้ม มันเป็นกลิ่นที่สะอาดและดุดันในเวลาเดียวกัน... ชวนให้หงุดหงิดชะมัด
"โอ้โห! พ่อเทพบุตรสถาปนิกผู้สูงส่ง!" รณกรหัวנסเสียงต่ำในลำคอ รอยยิ้มเยาะผุดขึ้นที่มุมปาก "ถ้าหวงตึกนักทำไมไม่ล็อกกุญแจอยู่คนเดียวบนยอดตึกไปเลยล่ะครับ จะมารับจัดอีเวนต์ทำไมตั้งแต่แรก? อ๋อ... หรือว่าบริษัทคุณใกล้เจ๊ง จนต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเองมารับงานที่ตัวเองดูถูก?"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะมีประกายไฟแลบแปล๊บ ธีรภัทร เพื่อนสนิทและทีมงานมือขวาของรณกรที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับ ส่งสัญญาณเตือนยิกๆ ให้เพื่อนรักใจเย็นลง แต่มีหรือที่คนอย่างรณกรจะสนใจ
ภูผาชะงักไปนิด กรามแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะกำหมัดแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว คำพูดเชือดเฉือนของคนตรงหน้าไม่ได้ทำให้เขาโกรธเท่ากับ 'ความจริง' ที่ว่า... บริษัทของเขากำลังต้องการเงินทุนหมุนเวียนก้อนโตจริงๆ เพื่อพยุงโปรเจกต์ใหญ่ที่ค้างคาอยู่
แต่จะให้ก้มหัวยอมจำนนให้ผู้จัดอีเวนต์ปากจัดคนนี้เหรอ? ฝันไปเถอะ!
"ปากดี..." ภูผาพزึมพำลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนรณกรต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่ตั้งใจ ความกดดันจากส่วนสูงและรัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มทำให้ห้องประชุมดูกว้างขึ้นถนัดตา "ถ้าเก่งนัก... ก็แก้แบบมาใหม่ให้ผมดูภายในคืนนี้สิครับ เอาแบบที่ทำให้ผมยอมรับได้ ไม่ใช่ใช้สมองระดับเซลล์เดียวคิดงานแบบนี้ออกมาอีก"
"หึ! ได้ครับ!" รณกรเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นแรงผิดจังหวะด้วยความโกรธ (หรือเพราะระยะห่างระหว่างเขากับภูผามันใกล้เกินไปจนน่าอันตรายก็ไม่รู้) "พรุ่งนี้เช้า... คุณจะได้เห็นพิมพ์เขียวอีเวนต์ที่สมบูรณ์แบบจนคุณต้องกราบขอโทษผมแน่!"
"ผมรอชม... ว่าคุณจะมีปัญญาทำได้สักแค่ไหน"
ภูผาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันอย่างจัง ดวงตาสีนิลคู่นั้นมองสำรวจริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ แวบหนึ่ง... ความคิดบ้าๆ บางอย่างแล่นผ่านเข้ามาในหัวของสถาปนิกหนุ่มว่า *คนปากจัดคนนี้... เวลาหุบปากเงียบๆ จะหน้าตาเป็นยังไงนะ*
รณกรชะงักค้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อถูกจู่โจมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความดุดันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มบางอย่างที่แผ่ซ่านเข้ามาในผิวเนื้อจนร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า
ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรทำลายความเงียบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ประธานบริษัทก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง และเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของทั้งคู่หยุดหมุนไปชั่วขณะ
"อ้าว อยู่กันพร้อมหน้าพอดี... ผมมีเรื่องจะแจ้ง คุณภูผาครับ ทางคุณรณกรไม่ได้แค่มาจัดอีเวนต์ธรรมดา แต่พวกเขาจะเข้ามา 'ใช้พื้นที่ร่วมกัน' ในโปรเจกต์นี้แบบ 24 ชั่วโมง ตลอดสามเดือนเต็มต่อจากนี้... ยินดีต้อนรับสู่ออฟฟิศชั่วคราวของคุณนะครับ คุณรณกร"
รณกรเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองหน้าสถาปนิกหนุ่มทันที
และเมื่อเขาหันกลับมาสบตากับภูผา... รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิดก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนปากแข็งทันที
"หวังว่าสามเดือนนี้... คุณจะทนแรงกระแทกของผมไหว้นะครับ... คุณผู้จัดอีเวนต์"
---
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมออกเดินทางในบทแรกด้วยกันนะครับ หวังว่าจะสนุกและพร้อมลุยไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งกัดทั้งคลั่งรักนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกับผู้จัดอีเวนต์สายคลั่งรัก•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวแรกที่พังไม่เป็นท่า
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกับผู้จัดอีเวนต์สายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!