หมากกระดานสุดท้ายก่อนรุ่งสาง•ตอนที่ 5

ความลับในหอสมุดหลวง

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาในหอสมุดหลวงยามวิกาล ช่างเป็นกลิ่นอายที่ชวนให้นึกถึงความตายและการแย่งชิงอำนาจได้อย่างเหมาะเจาะยิ่งนัก เปลวเพลิงจากตะเกียงสำริดวับแวมสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายวิจิตร ทอดเงายาวทับถมกันราวกับภูตผีที่กำลังซุบซิบนินทาความโลภของมนุษย์ จินเฟิงยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าชั้นตำหนักชั้นในสุด ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีนิลสนิทกลมกลืนไปกับความมืดมิด มีเพียงดวงตาสุกสกาวดุจดวงดาวในคืนเดือนมืดที่ทอประกายความเยือกเย็นและดุดัน นางไม่ได้มาที่นี่เพื่อค้นหาความรู้ แต่มาเพื่อขุดคุ้ยซากปรักหักพังแห่งประวัติศาสตร์ที่ใครบางคนจงใจฝังกลบมันเอาไว้ "เจ้าช้ากว่าที่ข้าคิดนะ... หลินเยว่" เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งเสียงถอนหายใจของสายลม ดังขึ้นจากมุมมืดหลังเสาไม้จันทน์หอม หลินเยว่ก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบางเบาบนเรียวปาก ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีด ในมือของนางถือกระบอกไม้ไผ่ที่ผนึกครั่งสีชาดอย่างแน่นหนา "เส้นทางในวังหลวงยามนี้แน่นหนายิ่งกว่าค่ายกลกลศึกของท่านอ๋องเสียอีกเพคะ หากไม่เพราะข้าต้องหลบเลี่ยงสายตาของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรที่ราชครูเซียวหานส่งมาตรวจตราเป็นพิเศษ ป่านนี้เอกสารชิ้นนี้คงกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว" หลินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับไหววับด้วยความตึงเครียด จินเฟิงไม่เอ่ยคำใด นางยื่นมือออกไปรับกระบอกไม้ไผ่วนั้นสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านผ่านปลายนิ้ว ความแค้นที่สุมอกมานานนับชาติภพกำลังจะได้รับคำตอบในอีกไม่กี่อึดใจนี้ หัวใจของอดีตแม่ทัพเต้นระส่ำด้วยความกระหายเลือด แต่นางสะกดมันไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยดุจหินผา นิ้วเรียวบางแกะผนึกครั่งออกอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระดาษด้านในฉีกขาด แผ่นกระดาษสาโบราณที่เหลืองกรอบตามกาลเวลาถูกดึงออกมา บนนั้นปรากฏลายมือพู่กันที่คุ้นตาอย่างยิ่ง เป็นลายมือที่เคยตบตาคนทั้งราชสำนักว่าเป็น "ความจงรักภักดี" แต่แท้จริงแล้วมันคือ "คำพิพากษาประหารชีวิต" กองทัพพยัคฆ์ทมิฬของนางเมื่อสามปีก่อน สายตาดุจเหยี่ยวของจินเฟิงกราดมองรายชื่อเบื้องหน้า ไล่เรียงจากยศถาบรรดาศักดิ์จนถึงลายเซ็นกำกับ ทว่า... เมื่อดวงตาคู่สวยเลื่อนไปหยุดที่ชื่อสุดท้าย บรรยากาศรอบตัวนางก็เย็นยะเยือกจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ชื่อนั้นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นบุคคลที่นางไว้ใจที่สุด บุคคลที่เคยร่วมดื่มสุราสาบานต่อหน้าฟ้าดินในคืนก่อนออกศึก "หึ..." เสียงหัวเราะในลำคอของจินเฟิงแห้งผากและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ระเบิดออกมาอย่างไม่andปิดบัง "ช่างเป็นหมากตาสูงส่งเสียจริง เซียวหาน... เจ้าไม่ได้แค่ซื้อตัวคนของข้า แต่เจ้าใช้ 'ความตาย' ของเขามาเป็นสะพานไต่เต้าสู่ตำแหน่งราชครู" หลินเยว่ขยับเข้ามาใกล้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "ท่านจะทำอย่างไรต่อไปเพคะ? ในเมื่อรายชื่อนี้อยู่ในมือเราแล้ว แต่คนผู้นั้นเวลานี้คือนายอำมาตย์ผู้ทรงอิทธิพลเคียงข้างฮ่องเต้ หากท่านบุ่มบ่ามลงมือตอนนี้ ราชครูเซียวหานย่อมรู้ตัวและใช้มันเป็นข้ออ้างในการกวาดล้างพวกเรา" จินเฟิงค่อยๆ ม้วนกระดาษแผ่นนั้นเก็บเข้าที่เดิม รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปาก ดวงตาดำขลับทอประกายเจ้าเล่ห์ดุจจิ้งจอกเฒ่าที่รอคอยตะครุบเหยื่อในกรงขัง "กวาดล้างงั้นหรือ? เปล่าเลยหลินเยว่..." จินเฟิงหันกลับมาเผชิญหน้ากับสหายร่วมอุดมการณ์ แววตานิ่งสนิทแต่น่าสะพรึงกลัว "ในเมื่อพวกมันชอบเล่นละครตบตาชาวโลกนัก ข้าก็จะจัดฉากมหรสพครั้งใหญ่ให้พวกมันได้ดูเป็นขวัญตา..." ทันใดนั้นเอง! เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคายดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สาดส่องเข้ามาลอดผ่านช่องประตู บรรยากาศในหอสมุดหลวงพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที เสียงตะโกนก้องของหัวหน้าองครักษ์ดังทะลุเข้ามาในความมืด "ใต้โคมไฟมีผู้บุกรุก! ค้นทุกซอกทุกมุม อย่าให้หนีรอดไปได้!" หลินเยว่หน้าถอดสีเล็กน้อย "แย่แล้ว มีคนพบตัวเรา..." ทว่าจินเฟิงกลับไม่มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย นางยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า มือเรียวคว้าถ้วยชาเคลือบมุกที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ ขึ้นมาอย่างใจเย็น ก่อนจะเทน้ำชาอุ่นๆ ลงบนคราบหมึกบางจุดบนกระดาษซับหมึกเพื่อลบร่องรอยการมีอยู่ของพวกนาง จากนั้นจึงเลื่อนถ้วยชานั้นไปไว้กลางโต๊ะ ราวกับตั้งใจทิ้งร่องรอยให้ผู้มาเยือนได้ค้นพบ "อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปเลย..." จินเฟิงกระซิบข้างหูหลินเยว่ น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าทรงอำนาจ "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมไล่จับนัก เราก็ควรเป็น 'เหยื่อ' ที่เดินเข้าหา 'นายพราน' เสียหน่อย..." ประตูกระดาษถูกกระชากเปิดออกด้วยความรุนแรง แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องเข้ามาจนแสบตา เงาร่างของทหารรักษาพระองค์ในชุดเกราะเหล็กก้าวเข้ามาล้อมรอบพวกนางไว้ทุกด้าน พร้อมกับคมดาบที่ชี้ตรงมายังคอหอย ทว่าท่ามกลางคมดาบที่จ่ออยู่ตรงหน้า จินเฟิงกลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว นางค่อยๆ ยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ อย่างสง่างาม ราวกับกำลังนั่งชมดอกไม้บานในสวนส่วนตัว สายตาคู่คมกวาดมองผู้ที่ก้าวเข้ามานำหน้าทหารเหล่านั้น ซึ่งก็คือมือขวาคนสนิทของราชครูเซียวหานนั่นเอง มือขวาของราชครูหรี่ตามองสตรีทั้งสองด้วยความสงสัย ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับถ้วยชาที่ยังอุ่นอยู่บนโต๊ะ และกระดาษสาที่วางอยู่ใกล้กัน รอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนใบหน้าของมันทันที "บังAอาจนัก! ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ เจ้ากล้าดียังไงถึงแอบลักLอบเข้ามาในหอสมุดหลวง!" มือขวาราชครูคำรามก้อง พร้อมกับยื่นมือหมายจะคว้าตัวจินเฟิง จินเฟิงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบกันเบาๆ *กริ๊ง* นางเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายโดยไม่หลบเลี่ยง มุมปากแย้มยิ้มเยือกเย็น ชวนให้สันหลังวาบหวิวอย่างประหลาด "ข้าไม่ได้แอบเข้ามา..." จินเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ก้องกังวานไปทั่วหอสมุด "แต่ข้า... มาเพื่อรอ 'ต้อนรับ' พวกเจ้าต่างหากล่ะ" สิ้นคำพูดนั้น จินเฟิงก็สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง แผ่นป้ายหยกประจำตัวแม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬถูกดีดลอยคว้างกลางอากาศ ก่อนจะตกลงแทบเท้าของหัวหน้าองครักษ์ เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่น พร้อมกับเงาร่างนับร้อยที่พุ่งทะยานลงมาจากขื่อคาด้านบน ห้อมล้อมทหารของราชครูไว้ในพริบตาเดียว! แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - มนตรากรรมสะท้อน
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายก่อนรุ่งสาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%