กลิ่นหอมบางเบาของกฤษณาแทรกซึมผ่านม่านมุขผ้าแพรต่วนสีนิล ขับเน้นบรรยากาศภายในห้องโถงลับหลังโรงละครหรูหราให้ชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
เสียงดีดพิณกู่qinสามสายดังแว่วมาจากเบื้องนอก ทว่าภายในห้องนี้กลับเงียบเชียบราวด้านหลังหลุมศพ มีเพียงเสียงรินน้ำชาจากกาหยกขาวกระทบขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบที่ดังชัดเจนในโสตประสาท จินเฟิงนั่งนิ่งสงระงับอารมณ์อยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แกะสลัก ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวทอดมองสตรีเบื้องหน้าด้วยแววตานิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ ทว่าภายใต้ความสงบนั้นกลับซ่อนเร้นกระแสจิตสังหารที่พร้อมแผ่พุ่งออกไปปลิดชีพคนได้ทุกเมื่อ
"เพลงพิณเมื่อครู่ของแม่นางหลิน... ช่างโศกเศร้าจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ราวกับเสียงร้องไห้ของดวงวิญญาณที่ไร้ความเป็นธรรม"
จินเฟิงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่ทรงอำนาจกดดัน สตรีผู้ถือครองอาณัติแห่งความลับในวังหลวงชะงักมือที่กำลังประคองถ้วยชา
หลินเยว่เงยหน้าขึ้นช้าๆ ภายใต้แสงตะเกียงสลัว ใบหน้ารูปไข่ที่งดงามหยาดเยิ้มปานล่มเมืองกลับประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา นางสวมชุดผ้าแพรสีม่วงเข้มปักลายดอกโบตั๋นด้วยดิ้นทอง ขับให้ผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบดูโดดเด่นตัดกับความมืดมิดรอบกาย นางหาได้สะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตของอดีตแม่ทัพผู้กุมกองทัพพยัคฆ์ไม่ ตรงกันข้าม... ดวงตาคู่คมของนางกลับประกายแสงระยิบระยับราวกับจิ้งจอกสาวที่กำลังมองเหยื่อผู้ล่อแหลม
"ท่านอ๋องจินกล่าวชมเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงนางโลมาในคราบนักดนตรี หาได้มีความอาจหาญพอจะพูดเรื่องความเป็นธรรมอันใดไม่" หลินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ทว่าทุกคำกลับแฝงไว้ด้วยความคมคายที่พร้อมเชือดเฉือน "เพียงแต่... เพลงพิณย่อมบรรเลงตามความรู้สึกของผู้ฟัง หากท่านอ๋องทรงสดับฟังแล้วรู้สึกถึงความโศกเศร้า นั่นย่อมหมายความว่าในพระ Mหทัยของพระองค์เอง ก็กำลังแบกรับความแค้นที่ยังชำระไม่เสร็จสิ้นอยู่เช่นกัน มิใช่หรือเพคะ?"
คำพูดนั้นทำให้มุมปากของจินเฟิงกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายราวกับรูปสลัก
"เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว แม่นางหลิน... ความฉลาดมักมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยลมหายใจ เสมือนดนตรีที่ไพเราะที่สุด มักเป็นบทเพลงที่บรรเลงในงานศพ"
"หม่อมฉันทราบดีเพคะ ว่าการเจรจากับพยัคฆ์ย่อมเสี่ยงต่อการถูกขย้ำจนไม่เหลือซาก" หลินเยว่หาได้ถอยร่น นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นหอมเย้ายวนของดอกมณฑาผสมผสานกับความตึงเครียดรอบตัว "แต่พยัคฆ์ตัวนี้... กำลังถูกล่าจากนายพรานในวังหลวงมิใช่หรือ? หากท่านอ๋องประสงค์จะลากคอราชครูเซียวหานลงมาจากบัลลังก์อำนาจ ท่านย่อมต้องการ 'หู' และ 'ตา' ที่อยู่ในจุดที่ลึกที่สุด ซึ่งบังเอิญว่า... หม่อมฉันมีครบถ้วนทุกประการเพคะ"
จินเฟิงหรี่ตาลงพินิจพิเคราะห์สตรีตรงหน้าอย่างละเอียด นางมิใช่สตรีสามัญทั่วไป ความกล้าหาญที่แสดงออกมาภายใต้สถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นนี้ มีเพียงผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าหรือผู้ที่ไม่มีอะไรจะเสียเท่านั้นที่จะทำได้
"แล้วข้าจะได้อะไรจากการไว้ชีวิตเจ้า... และเหตุใดข้าต้องเชื่อใจสายลับที่รับใช้คนอย่างเซียวหาน?"
"เพราะหม่อมฉันเกลียดชังมันยิ่งกว่าสิ่งใด"
คำตอบนั้นสั้นกระชับ ทว่าหนักแน่นดั่งหินผา น้ำเสียงของหลินเยว่สั่นเครือเล็กน้อยในวินาทีที่เอמהนามของศัตรูร่วมสายเลือด ดวงตาคู่สวยคู่นั้นแดงก่ำขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว ความแค้นฝังรากลึกที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มอันงดงามถูกเปิดเปลือยต่อหน้าจินเฟิงอย่างไร้การปรุงแต่ง
"ท่านอ๋องทรงสูญเสียกองทัพและเกียรติยศ ส่วนหม่อมฉัน...สูญเสียครอบครัวและเกียรติภูมิอันบริสุทธิ์ ทุกสิ่งที่เซียวหานสร้างขึ้นบนคราบน้ำตาของพวกเรา มันสมควรต้องถูกชำระด้วยเลือด" หลินเยว่ผุดลุกขึ้นยืน ชายผ้าแพรสะบัดไหว นางยื่นม้วนกระดาษหนังแกะสีเหลืองซีดแผ่นหนึ่งออกมาวางไว้กลางโต๊ะ "นี่คือรายชื่อขุนนางครึ่งหนึ่งในราชสำนักที่รับสินบนจากราชครู และที่สำคัญยิ่งกว่า... คือแผนผังทางลับใต้ตำหนักในที่เซียวหานใช้เก็บเอกสารลับปลอมแปลงราชโองการ"
จินเฟิงก้มลงมองม้วนกระดาษนั้น สายตาคมกริบกวาดผ่านรอยประทับตราลัญจกรที่คุ้นเคย แววตาของเขาเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะสั่นคลอนรากฐานอำนาจของเซียวหานได้ในคราเดียว
มือหนาเอื้อมไปแตะม้วนกระดาษนั้นช้าๆ ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับหลินเยว่ที่ยืนนิ่งรอฟังคำตัดสิน
"ข้อตกลงนี้... ข้ารับรองความปลอดภัยของเจ้าได้ แต่จำไว้ หากเจ้าตลบหลังข้า แม้แต่เงาของเจ้าก็จะไม่หลงเหลือบนแผ่นดินนี้"
หลินเยว่คลี่ยิ้มออกมาในที่สุด รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้พิษที่ผลิบานในยามราตรี นางย่อกายลงทำความเคารพอย่างงดงามตามธรรมเนียมราชสำนัก
"หม่อมฉันยินดีถวายตัวเป็นหมากตัวหนึ่งในกระดานของท่านอ๋องเพคะ... ขอเพียงได้เห็นจุดจบอันน่าสมเพชของมัน"
บรรยากาศภายในห้องผ่อนคลายลงชั่วพริบตา ทว่าความตึงเครียดระลอกใหม่กำลังก่อตัวขึ้นภายนอก เมื่อจินเฟิงหยิบถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการให้สัตยาบรรณเงียบๆ
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของเขาแตะขอบถ้วยชา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นกะทันหันที่ด้านนอกประตู เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกถึงการมาเยือนของทหารองครักษ์หลวง
"ใต้เท้า! มีราชโองการด่วนจากพระพันปีหลวง ให้ปิดล้อมโรงละครแห่งนี้ทันที ผู้ใดขัดขืนมีโทษประหาร!"
เสียงตะโกนก้องกังวานจากด้านนอกทำเอาหลินเยว่หน้าถอดสีในพริบตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก แผนการที่วางไว้ทั้งหมดกลับถูกล่วงรู้ได้อย่างไร?
จินเฟิงวางถ้วยชาลงอย่างช้าๆ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ท่ามกลางความโกลาหลที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที...
— และในวินาทีที่ประตูห้องถูกถีบพังทรามลงด้วยกระบี่คมกริบ บุคคลที่ก้าวเข้ามานำหน้าทหารองครักษ์ กลับไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นรัชทายาทผู้ควรจะประทับอยู่แต่ในตำหนักลับลึกของวังหลวง ผู้กำลังถือราชโองการอาบยาพิษในมือ พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมายังพวกเขา
ขอบคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในหมากกระดานนี้ด้วยกันนะคะ - มนตรากรรมสะท้อน
หมากกระดานสุดท้ายก่อนรุ่งสาง•ตอนที่ 6
พันธมิตรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายก่อนรุ่งสาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!