กลิ่นหอมบางเบาของกำยานจันทน์เทศลอยวนอยู่เบื้องหน้า ทว่าความระอุในห้องโถงรับรองของจวนราชครูเซียวกลับเย็นเยียบดุจน้ำค้างกลางคิมhưน กลิ่นอายความตึงเครียดแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นใต้น้ำที่รอวันซัดเข้าฝั่ง
จินเฟิง ในอาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆาล้อมมังกรไร้เขี้ยว ทรวดทรงระหงภายใต้ชุดบุรุษสูงศักดิ์ดูสง่างามและเยือกเย็นเกินกว่าจะหาผู้ใดเทียบ นางนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้พะยุงแกะสลัก ปลายน้องเรียวยาวประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ไว้ สัมผัสความอุ่นของชาอู่หลงชั้นเลิศไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่ด้านชาจากความตายเมื่อชาติก่อนอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ตรงข้ามกับนาง คือบุรุษผู้เป็นต้นเหตุแห่งความพินาศทั้งมวล—เซียวหาน
ราชครูผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนัก ขณะนี้เขากำลังแย้มสรวลน้อยๆ รอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความสุภาพทว่าแฝงแววตาดุจเหยี่ยวที่จ้องตะปบเหยื่อ ดวงตาเรียวรีคู่นั้นกวาดมองแขกผู้มาเยือนจากแดนไกลด้วยความระแวงแกแกแกแกแก แกมความสนใจ
"ไม่นึกเลยว่า แขกผู้มีเกียรติจากแดนประจิม ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับคณะทูต จะให้เกียรติแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนจวนรกร้างของข้าพเจ้า... ท่านกุนซือ 'มู่หรง' " น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พลางรินชาเติมลงในถ้วยของอีกฝ่ายด้วยมือตนเอง
จินเฟิงเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ภายใต้หน้ากากแห่งความสุภาพและรอยยิ้มบางเบาที่นางแต่งแต้มไว้ ดวงตาคู่นั้นกลับซ่อนประกายไฟแห่งความแค้นที่แผดเผาอย่างเงียบงัน นางมิใช่จินเฟิงแม่ทัพผู้หักหาญด้วยกำลังดังเช่นอดีตอีกต่อไปแล้ว นางในวันนี้คือหมากตัวใหม่ที่เดินอย่างระมัดระวังบนกระดานเลือด
"ใต้เท้าเซียวถ่อมตัวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ กังวานใสราวกับเสียงขลุ่ยหยกกระทบกัน ทว่าทุกคำกลับหนักแน่น "จวนของราชครูผู้ค้ำจุนบัลลังก์เช่นท่าน หากเรียกว่ารกร้าง เกรงว่าทั่วทั้งเมืองหลวงคงมิมีที่ใดกล้าเรียกว่าคฤหาสน์อันทรงเกียรติอีกแล้วกระมัง"
เซียวหานหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากลึกขึ้น เสียงหัวเราะในลำคอดังแผ่วเบา "คำพูดของท่านช่างคมคายยิ่งนัก... ว่าแต่ การมาเยือนของท่านในยามวิกาลเช่นนี้ ย่อมมิใช่เพียงแค่มาดื่มชาสนทนาลมฟ้าอากาศกระมัง? หรือว่า... ท่านมีข้อเสนออันใดที่จะทำให้พวกเรา 'ร่วมมือ' กันได้?"
บรรยากาศรอบกายพลันทอความกดดันหนักหน่วง หลินเยว่ที่ยืนสงบเสงี่ยมเป็นเงาอยู่เบื้องหลังในคราบผู้ติดตามผู้เงียบขรึม ขยับมือเข้าใกล้ด้ามกระบี่ซ่อนลายที่แนบอยู่ข้างกายโดยไม่ให้เป็นที่สังเกต
จินเฟิงแย้มยิ้ม นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้เสียงดังกระทบเบาๆ ทว่าดังก้องกังวานในความเงียบ นางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวพุ่งปะทะประสาทสัมผัสของราชครูผู้เย่อหยิ่ง
"ข้อเสนอหรือเจ้าคะ..." นางทวนคำ น้ำเสียงทอดต่ำลงอย่างเย้ายวนและอันตราย "ข้าพเจ้ามิได้มาเพื่อยื่นข้อเสนอ... แต่มาเพื่อ 'ทวงคืน' สิ่งที่ควรจะเป็นของข้าพเจ้าต่างหากเล่า"
เซียวหานชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างขึ้นมาวบหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่เต็มไปด้วยความคุ้นเคยประหลาด ราวกับวิญญาณจากขุมนรกที่เขากลบฝังไว้ด้วยมือตนเองกำลังฟื้นคืนชีพขึ้นมาจ้องหน้าเขา
ฉับพลันนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากนอกห้องโถง พร้อมกับบ่าวรับประจําตระกูลที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว
"เรียนท่านราชครู! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ... มี... มีราชโองการด่วนจากฮองเฮา ส่งตรงถึงห้องหนังสือส่วนตัวของท่านแล้วขอรับ!"
เซียวหานผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ดวงตาดุดันหันกลับมามองจินเฟิงที่ยังคงนั่งไขว่ห้างจิบชาอย่างใจเย็น ราวกับนางล่วงรู้เหตุการณ์นี้ล่วงหน้ามาเนิ่นนานแล้ว
จินเฟิงเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่าเย็นเยียบถึงกระดูกดำ นางเอ่ยกระซิบเบาๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง
"ดูเหมือนว่า... หมากตาแรกของข้าพเจ้า จะเดินถูกช่องแล้วสินะคะ, ใต้เท้า"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและเดิมพันด้วยชีวิตไปพร้อมกับความแค้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - มนตรากรรมสะท้อน
หมากกระดานสุดท้ายก่อนรุ่งสาง•ตอนที่ 4
ใบหน้าภายใต้หน้ากาก
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายก่อนรุ่งสาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!