"อย่าขยับครับ ถ้าไม่อยากให้เนื้อปลาเกรดพรีเมียมชิ้นนี้กลายเป็นอาหารหมาข้างถนน"
ปลายมีดเชฟด้ามยาวคมกริบปักลงบนเขียงไม้เมเปิ้ลเสียงดัง *ฉึก* ห่างจากนิ้วเรียวยาวของกันต์กวีเพียงไม่ถึงคืบ กลิ่นอายความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของรณภพแผ่ซ่านปกคลุมทั่วทั้งห้องครัวสเตนเลสสตีลในเซฟเฮาส์ลับแห่งนี้ ทว่าเจ้าของดวงตาแพรวพราวกลับไม่มียางอายที่จะแสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย
กันต์กวีหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบราวกับสุนัขจิ้งจอกกวาดมองใบหน้าบึ้งตึงของเชฟหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบตั้งแต่ปลายผมจรดปลายคาง "ใจคอคุณจะต้อนรับแขกด้วยอาวุธทุกครั้งเลยหรือครับ เชฟรณภพ? หรือว่านี่เป็นวิธีบอกรักรูปแบบใหม่ที่คุณคิดค้นขึ้นเองหลังจากได้ดาวมิชลินดวงที่สาม?"
"ถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวเป็นภาระและสร้างเรื่องเดือดร้อนให้ผมตามเช็ดตามล้าง ผมคงต้องเปลี่ยนจากการเอาคมมีดจิ้มเขียง มาเป็นการสับปากมากเรื่องของคุณให้เงียบลงถาวรแทนนะครับ" รณภพกดเสียงต่ำ ดวงตาคมเข้มฉายแววหงุดหงิดระคนระอุด้วยอารมณ์บางอย่างที่ยากจะคาดเดา เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนกันต์กวีต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่และเลมอน
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบหยดเป็น5หยดน้ำ ไดอะล็อกและเคมีที่ฟาดฟันกันอย่างดุเดือดคืออาวุธลับที่พวกเขารู้ดีว่าต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร แต่วันนี้... มันมีบางอย่างผิดปกติไปจากทุกวัน
เสียงกุกกักแผ่วเบาดังมาจากบริเวณบานเกล็ดหน้าต่างชั้นล่าง
กันต์กวีหุบยิ้มกวนประสาททันที ประกายตาเจ้าเล่ห์ถูกแทนที่ด้วยความเฉียบคมดุดันแบบนักสืบมืออาชีพ มือเรียวเอื้อมไปคว้าข้อมือของรณภพที่ถือมีดไว้แน่น บีบส่งสัญญาณเตือนภัยโดยไม่ต้องเปล่งเสียง รณภพชะงักไปเล็กน้อย แต่ด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบคมของชายหนุ่มผู้ผ่านโลกมามาก เขารับรู้ได้ทันทีว่าความสงบสุขจอมปลอมที่พวกเขาสร้างขึ้นกำลังพังทลายลงแล้ว
วงล้อม... ถูกบีบเข้ามาแคบกว่าที่คิด
ศัตรูในเงามืดของกันต์กวีไม่ได้ส่งสารเตือนผ่านจดหมายหรือโทรศัพท์นิรนามอีกต่อไปแล้ว พวกมันมาถึงหน้าประตู และอาจจะกำลังก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวที่รณภพหวงแหนที่สุด
"หูไวดีนี่ครับ" รณภพกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากของคนตรงหน้า ความโกรธเคืองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวังขั้นสุด
"ผมเป็นนักสืบนะภพ ไม่ใช่แมวเซา" กันต์กวีสวนกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน ดวงตาคู่นั้นมองสำรวจรอบห้องครัวอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหนีทีไล่ "ดูท่าทางคนของคุณ... เอ๊ย คนที่ตามผมมา จะใจร้อนเกินกว่าจะรอให้เราจิบกาแฟยามบ่ายด้วยกันซะแล้วสิ"
รณภพถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย เขาละสายตาจากใบหน้าชวนหมั่นไส้ของกันต์กวีเพียงชั่วพริบตาเพื่อหยิบกุญแจสำรองและปืนพกขนาดกะทัดรัดที่ซ่อนไว้ใต้อ่างล้างจานออกมาตรวจเช็กกระสุน การเคลื่อนไหวของเชฟหนุ่มคล่องแคล่วและเด็ดเดี่ยวราวกับมือปราบอาชีพ มากกว่าจะเป็นแค่เชฟทำอาหารในห้องครัวหรู
"เซฟเฮาส์หลังนี้ปลอดภัยที่สุดในย่านนี้แล้ว แต่วิธีที่คุณใช้สลัดหางพวกมันมาก่อนหน้านี้คงหละหลวมสินะครับ คุณกันต์กวี" รณภพเหน็บแนมเบาๆ ขณะดึงร่างของอีกฝ่ายให้หลบลงต่ำพ้นแนวหน้าต่างกระจกใส
"ผมรอบคอบที่สุดแล้วต่างหาก แค่พวกมันหูไวตาไวและมีอิทธิพลมากพอจะพลิกแผ่นดินหาเราเจอต่างหากล่ะ" กันต์กวีเถียงกลับทันควัน แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่ไหล่ของพวกเขาก็ยังคงเบียดเสียดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของกันและกัน ความใกล้ชิดในยามคับขันนี้สร้างปฏิกิริยาเคมีที่ร้อนรุ่มแปลกประหลาด รณภพรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตจนอันตรายต่อใจตัวเอง
*แกร๊ก... เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากประตูหลังบ้าน*
กลิ่นอายของอันตรายลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศในห้องครัว รณภพสบถในใจเบาๆ เขามองหน้ากันต์กวีที่ตอนนี้ไม่มีคราบความกะล่อนเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังและประกายตานักล่าที่พร้อมจะพุ่งชนทุกอุปสรรค
มือหนาของรณภพเอื้อมไปคว้ามือเรียวของกันต์กวีมากุมไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว เป็นการกระทำทางกายที่แสดงออกถึงความห่วงใยมากกว่าคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น กันต์กวีชะงักไปเล็กน้อย ก้มมองมือที่ประสานกันก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเชฟหนุ่มผู้เงียบขรึม
ไม่มีคำพูดหวานเลี่ยน ไม่มีบทสนทนาหยอกล้อ มีเพียงสายตาที่สื่อสารความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ลึกก้นบึ้งของหัวใจ
และในวินาทีที่รณภพกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อคลี่คลายบรรยากาศตึงเครียดนี้...
*ปัง!*
เสียงกระจกบานหน้าต่างห้องครัวแตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างเงาดำปริศนาในชุดสูทสีเข้มที่พุ่งทะยานเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ รณภพไม่รอช้า เหวี่ยงตัวกันต์กวีหลบวิถีกระสุนพ้นระยะอันตรายได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนที่เขาจะกระชากลิ้นชักโต๊ะทำงานหยิบมีดทำครัวเล่มใหญ่อีกเล่มพุ่งเข้าประชิดตัวผู้บุกรุกอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
แต่ทว่า... ทันทีที่ผู้บุกรุกคนแรกถูกจัดการจนล้มลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่บริเวณระเบียงหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ทำเอาเลือดในกายของรณภพเย็นเฉียบ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังลอดเข้ามาผ่านบานประตูไม้หนา ทักทายชื่อของกันต์กวีด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเยียบเย็นและอำมหิต
"เจอตัวแล้วล่ะ... น้องชายตัวแสบ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์อันร้อนระอุนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 12
กลิ่นอายของอันตราย
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!