“คุณใส่เกลือลงไปในซุป หรือใส่ยาพิษลงในคำพูดกันแน่ครับ เชฟรณภพ?”
กันต์กวีเอ่ยถามพลางใช้ปลายช้อนเขี่ยชิ้นเนื้อในจานไปมา สายตาคมกริบของนักสืบหนุ่มจ้องมองชายที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวอยู่ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโปร่งในชุดผ้ากันเปื้อนสีเข้มของรณภพดูขัดกับบรรยากาศเคร่งขรึมในเซฟเฮาส์แห่งนี้อย่างประหลาด มันไม่ใช่แค่ความเย็นชา แต่มันคือรัศมีอันตรายที่ชวนให้คนมองรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนคมมีด
รณภพแค่นยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “ถ้าผมอยากให้คุณตาย คุณคงไม่ได้นั่งวิจารณ์รสชาติอาหารของผมอยู่แบบนี้หรอกครับ คุณกันต์”
“โอ้... งั้นแสดงว่าที่ยอมให้ผมอยู่ต่อ ก็เพราะอยากให้ผมทรมานไปเรื่อยๆ ใช่ไหมครับ?” กันต์กวีวางช้อนลง เสียงกระทบของโลหะกับจานกระเบื้องดังกังวานในความเงียบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าหาเชฟหนุ่มจนระยะห่างลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายอีกฝ่าย
รณภพไม่ได้ถอยหนี เขากลับขยับตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนลมหายใจของทั้งคู่เริ่มปะทะกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องเทศจางๆ บนตัวรณภพผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของกันต์กวี ก่อเกิดเป็นบรรยากาศที่น่าอึดอัดแต่ก็เย้ายวนจนน่าประหลาด
“ทรมานหรือเปล่าผมไม่รู้” รณภพโน้มใบหน้าลงมา จนปลายจมูกแทบจะแตะกับคนตรงหน้า “แต่ถ้ามองจากสายตาคุณตอนนี้ ผมว่าคุณกำลัง ‘ติดใจ’ รสชาติบางอย่างมากกว่านะ”
“หลงตัวเองเป็นที่หนึ่งเลยนะครับ” กันต์กวีสวนกลับทันควัน แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งจังหวะอย่างไม่อาจควบคุม “ผมแค่สงสัยว่าไอ้คำพูดหวานหูที่พ่นออกมาแต่ละคำ มันมีเนื้อหาสาระจริงแค่ไหน หรือเป็นแค่กับดักที่เอาไว้ล่อคนโง่ๆ ให้ตายใจ”
“ถ้าผมบอกว่านั่นคือความจริงล่ะ?” รณภพลดเสียงต่ำลง กระซิบแผ่วข้างหูที่ขึ้นสีระเรื่อ “คุณจะกล้าเสี่ยงลองลิ้มชิมรสดูไหม?”
กันต์กวีหัวเราะในลำคอ แต่แววตาไม่ได้ยิ้มตาม “ความจริงของคุณกับความจริงของผมมันคนละเรื่องกัน รณภพ คุณซ่อนอะไรไว้ใต้มีดทำครัวพวกนั้น และซ่อนความรู้สึกอะไรไว้ใต้ท่าทีเย็นชานั่นกันแน่? อย่าลืมนะครับว่าอาชีพของผมคือการหาคำตอบ”
“งั้นลองหาคำตอบดูสิครับ” รณภพคว้าข้อมือกันต์กวีเบาๆ แต่หนักแน่น ลากมืออีกฝ่ายให้ไปแตะที่หน้าอกข้างซ้ายของเขา “หัวใจที่เต้นอยู่ในนี้... คุณสืบหาข้อมูลมาทุกซอกทุกมุมแล้ว น่าจะรู้นะครับว่ามันเต้นเป็นจังหวะแบบไหนเมื่อเห็นหน้าคุณ”
ความร้อนจากผิวเนื้อทะลุผ่านเสื้อเชิ้ตส่งตรงถึงฝ่ามือกันต์กวี เขาสัมผัสได้ถึงจังหวะที่ผิดปกติและหนักหน่วงของหัวใจคนตรงหน้า นักสืบหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ความฉลาดแกมโกงที่มีดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผลในจังหวะนี้ เขาถูกต้อนเข้ามุมด้วยความเงียบและความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้คำโกหก
“คุณโกหกเก่งจนน่ากลัว” กันต์กวีพยายามดึงมือออก แต่รณภพกลับรั้งไว้แน่นขึ้น “แววตาคุณบอกว่าคุณไม่ได้ชอบผม แต่การกระทำคุณมันสวนทาง... นี่คือเกมอะไรครับ?”
“เกมที่ผู้ชนะจะได้ครอบครองความลับของอีกฝ่ายไงครับ” รณภพขยับยิ้ม เจ้าเล่ห์ร้ายกาจ “และผมก็ไม่เคยแพ้ใครเสียด้วย”
กันต์กวีเงยหน้าขึ้นจ้องตาอีกฝ่ายอย่างท้าทาย “งั้นก็ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะครับ เพราะถ้าผมเจอความลับที่ซ่อนอยู่จริงๆ เมื่อไหร่... ผมจะไม่มีวันปล่อยให้คุณได้กินอาหารฝีมือตัวเองอย่างสงบสุขอีกต่อไป”
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังพุ่งสู่จุดเดือด กลิ่นอายความโรแมนติกที่แฝงไปด้วยอันตรายถูกคั่นจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต
ประตูเซฟเฮาส์ถูกผลักเปิดออกกะทันหันโดยชายในชุดสูทสีดำที่ไม่ได้นัดหมาย ตามด้วยเสียงปืนเก็บเสียงที่ดังขึ้นหนึ่งนัดก่อนที่ร่างของรณภพจะถูกกระชากถอยหลัง กันต์กวีคว้ามีดทำครัวที่วางอยู่ข้างตัวพุ่งเข้าขวางในทันทีด้วยสัญชาตญาณ
“ดูเหมือนว่า ‘คำโกหก’ ของคุณจะไม่ได้มีแค่เรื่องระหว่างเราแล้วนะครับ เชฟ” กันต์กวีเอ่ยพลางยิ้มเย็น สายตาเปลี่ยนจากความยั่วยวนเป็นความเยือกเย็นของนักล่า
รณภพเช็ดเลือดที่ไหลซึมจากรอยถลอกที่แก้ม ก่อนจะแค่นยิ้มที่ดูอันตรายกว่าเดิม “งั้นคืนนี้เราคงต้องเล่นเกมที่สนุกกว่านี้แล้วล่ะครับ... คุณนักสืบ”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับความลับที่ค่อยๆ เผยออกมาในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าด้วยความฟินและระทึกขวัญแบบจัดเต็มเช่นเคยนะครับ
ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 11
คำโกหกที่หวานหู
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!