"งั้นก็หวังว่าฝีมือยิงปืนของนาย จะแม่นเท่าฝีมือปากดีนะ, คุณนักสืบ"
รณภพคว้ามีดทำครัวเล่มยาวขึ้นมาถือไว้ในมืออีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นสนามรบขนาดย่อมในพริบตา กลิ่นอายของความตึงเครียดลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศในครัวปิดทึบแห่งนี้
เสียงกระจกหน้าต่างร้านอาหารฝั่งAถูกกระแทกจนแตกร้าวเป็นใยแมงมุม เศษแก้วคมกริบกระจายเกลื่อนพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาด เสียงรองเท้าหนังราคาแพงหลายคู่ก้าวเข้ามาเหยียบย่ำซากความเสียหายอย่างไม่ไยดี รณภพขยับตัวยืนบังหน้ากันต์กวีไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ แม้ในมืออีกฝ่ายจะมีปืนพกสั้นติดตัว แต่พื้นที่แคบๆ แบบนี้และจำนวนคนที่มากกว่าย่อมเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด
"ถอยไป รณภพ นายเป็นเชฟ ไม่ใช่นักเลง" กันต์กวีเอ่ยเสียงต่ำ มือเรียวเอื้อมไปดึงชายเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเชฟหนุ่มเบาๆ ดวงตาคมกวาดมองเงาดำสามร่างที่ก้าวผ่านความมืดเข้ามาในห้องครัว
"ถ้าผมถอยแล้วใครจะปกป้องคนปากดีแถวนี้ล่ะครับ" รณภพตอบกลับโดยไม่หันมามอง น้ำเสียงของเขานิ่งสนิทแต่แฝงไปด้วยประกายไฟแห่งความกรุ่นโกรธ สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือที่ถือมีดสเตนเลสกระชับแน่นจนข้อต่องนิ้วขาวซีด
"หึ... ยังสวีทกันได้แม้ในสถานการณ์แบบนี้นะ สมกับที่เป็นคู่หูตัวแสบที่องค์กรตามหาตัวจริงๆ"
เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังขึ้นจากความมืด ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาของเสาโครงสร้างร้าน ผู้ชายคนนั้นสวมถุงมือหนังสีดำ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ใต้ปีกหมวกปานามา ดวงตาคมปลาคู่คมกริบกวาดมองรอบครัวด้วยความเย้ยหยัน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของกันต์กวี
กันต์กวีหรี่ตาลงทันทีที่เห็นหน้าผู้มาเยือน รอยยิ้มกวนประสาทที่มักประดับอยู่บนริมฝีปากหายวับไปกับตา เหลือเพียงความเย็นชาที่ฉายชัดในแววตา "นึกว่าใคร... 'พยัคฆ์เงา' แห่งแก๊งบูรพาพิทักษ์นี่เอง ลำบากขนาดต้องมาเดินตรวจร้านอาหารเองเลยเหรอครับ หรือว่าลูกน้องฝีมือห่วยจนหากล่องความลับไม่เจอ?"
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ กันต์กวี" ผู้ชายคนนั้นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนแสงไฟนีออนสลัวสาดกระทบใบหน้าที่มีแผลเป็นลากยาวตั้งแต่หางคิ้วลงมาถึงโหนกแก้ม "แกทำให้ฉันเสียเวลามาหลายสัปดาห์ วันนี้แหละคือจุดจบของเกมไล่จับเด็กๆ นี่ซะที"
รณภพก้าวขวางหน้ากันต์กวีไว้เต็มตัวทันทีที่อีกฝ่ายชักปืนพกกระบอกใหญ่ออกมาจากใต้เสื้อสูท ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของเชฟหนุ่มอย่างเลือดเย็น บรรยากาศในห้องครัวหยุดนิ่งลงชั่วขณะ เสียงเครื่องทำความเย็นทำงานฮัมเบาๆ กลายเป็นเสียงเดียวที่เหลืออยู่
"หลบไปซะ เชฟ... แกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้" พยัคฆ์เงาเอ่ยเสียงเรียบ
"ร้านนี้เป็นของผม และคนที่คุณกำลังเล็งปืนใส่... ก็อยู่ภายใต้การดูแลของผมเหมือนกัน" รณภพตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและเด็ดเดี่ยว ไม่มีแม้แต่ร่องรอยความหวาดกลัวในดวงตาคู่นั้น มีเพียงความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งในแบบฉบับของเชฟมิชลินสตาร์ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
กันต์กวีที่ยืนอยู่ด้านหลังชะงักไปชั่วครู่ หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ความอบอุ่นแปลกประหลาดไหลซ่านเข้าสู่กลางอกท่ามกลางสถานการณ์ที่เฉียดตาย นายคนนี้... ทั้งที่ปากร้ายและเจ้าระเบียบกับเขานักหนา แต่เวลามีภัยกลับเอาตัวเข้ามารับกระสุนแทนเสียอย่างนั้น
"โรแมนติกกันเสียจริงนะ..." พยัคฆ์เงายิ้มเหี้ยม "งั้นก็ตายคู่ไปพร้อมกันเลยก็แล้วกัน!"
นิ้วชี้เรียวยาวเริ่มออกแรงกดไกปืน เสียงกลไกเหล็กกระทบกันดังชัดเจนในความเงียบ รณภพตวัดมีดในมือเตรียมพุ่งเข้าประชิดตัวเพื่อเบี่ยงวิถีปืน ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ประตูหลังร้านที่ถูกล็อกสนิทก็ถูกกระแทกอย่างแรงจนบานพับหลุดกระเด็น!
เสียงปืนนัดแรกดังสนั่นก้องห้องครัว ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นดินปืนที่คละคลุ้ง แต่กระสุนกลับไม่ได้เจาะเข้าร่างของรณภพตามที่คาดการณ์ไว้
ร่างของลูกน้องแก๊งบูรพาพิทักษ์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังล้มฟุ้งลงไปนอนกับพื้น พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนพุ่งทะยานเข้ามาในห้องครัวด้วยความเร็วสูง ประกายแสงเย็นเยียบจากมีดพกอีกเล่มพุ่งตรงเข้าปักที่มือของพยัคฆ์เงาจนปืนหลุดร่วงลงพื้นเสียงดังเคร้ง!
"ใครวะ?!" พยัคฆ์เงาสบถลั่น กุมมือข้างที่เลือดไหลซกด้วยความเจ็บปวด
กันต์กวีเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นใบหน้าของคนที่เพิ่งพังประตูเข้ามาในแสงไฟสลัว รอยยิ้มมุมปากที่หายไปนานกลับมาปรากฏอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"มาช้าเป็นบ้าเลยนะ,สารวัตร... ถ้ามาช้ากว่านี้อีกสองวินาที นายคงได้เก็บศพฉันกับเชฟหน้าบึ้งนี่แน่ๆ"
สารวัตรหนุ่มในเครื่องแบบยับยู่ยี่ลดปืนในมือลง พลางส่งสายตาเอือมระอามาให้กันต์กวี ก่อนจะหันไปสบตากับรณภพที่ยังคงยืนถือมีดทำครัวค้างไว้
"โทษที รถติดนิดหน่อย... แต่ดูเหมือนฉันจะพลาดฉากสำคัญไปสินะ" สารวัตรหนุ่มยิ้มมุมปาก พลางพยักหน้าให้ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่กรูเข้ามาปิดล้อมร้านจากทุกด้าน
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังโล่งอกและคิดว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้วนั้น พยัคฆ์เงาที่บาดเจ็บกลับกัดฟันกรอด ใช้มือข้างที่เหลือคว้ากระเป๋าเอกสารสีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูทขึ้นมา แล้วกดสวิตช์สีแดงขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ด้านข้างด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
"คิดว่าพวกแกชนะแล้วงั้นเหรอ? เปล่าเลย... เกมเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก"
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่น "ตี๊ด... ตี๊ด... ตี๊ด..." แสงไฟนีออนในห้องครัวกระพริบเป็นสีแดงฉาน บ่งบอกถึงระบบระเบิดเวลาที่ถูกตั้งค่าไว้เรียบร้อยแล้ว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 25
ศัตรูเผยตัว
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!