เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 26

ทางเลือกสุดท้าย

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นระรัว "ตี๊ด... ตี๊ด... ตี๊ด..." แสงไฟนีออนสีแดงฉานสาดส่องสลับกับความมืดในห้องครัวเซฟเฮาส์ สร้างบรรยากาศบีบคั้นราวกับเข็มนาฬิกากำลังเคาะนับถอยหลังสู่วาระสุดท้ายของลมหายใจ บนหน้าจอ LED ดิจิทัลขนาดเล็กที่ติดอยู่กับกล่องวัตถุระเบิดซีโฟร์ใต้เคาน์เตอร์หินอ่อน ตัวเลขสีแดงสดกำลังวิ่งถอยหลังจากเลขแปดสิบ... เจ็ดสิบเก้า... เจ็ดสิบแปดวินาทีอย่างไม่ปรานีปราศรัย กันต์กวีจ้องมองตัวเลขเหล่านั้นด้วยนัยน์ตาที่ไหวระริก สมองอันปราดเปรียวของนักสืบหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็วจนแทบไหม้ ในมือถือของเขามีไฟล์ลับคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่ตามล่าหาความจริงมาแรมปี ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในนี้... หลักฐานชิ้นเดียวที่จะกระชากหน้ากากผู้มีอิทธิพลตัวจริงให้ตกลงมา และมันคือตั๋วใบเดียวที่จะกอบกู้ชื่อเสียงในฐานะนักสืบอิสระของเขาคืนมาได้ ทว่า... สายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็นร่างสูงของรณภพ เชฟหนุ่มเจ้าของเซฟเฮาส์ผู้รักความสมบูรณ์แบบ ที่ตอนนี้ถูกมัดติดกับเก้าอี้เหล็กอย่างแน่นหนาด้วยลวดสลิงที่บริเวณมุมห้องอับอากาศ เชฟมือหนึ่งผู้เคยยืนหยัดอย่างสง่างามบนจุดสูงสุดของวงการอาหาร บัดนี้กลับมีรอยฟกช้ำที่มุมปากและคราบเหงื่อกาฬซึมตามไรผม แววตาคมดุที่มักจะมองเขาด้วยความรำคาญใจเสมอ บัดนี้กลับฉายแววเรียบนิ่ง ราวกับเตรียมใจยอมรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทุกขณะ "คุณจะยืนบื้ออยู่อีกนานไหม...ไอ้นักสืบสมองนิ่ม" เสียงแหบพร่าแต่ยังคงความเย่อหยิ่งของรณภพดังขึ้นท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยอันน่าหนวกหู เชฟหนุ่มแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่ลมหายใจเริ่มติดขัดจากควันจางๆ ที่ลอยมาจากห้องเก็บวัตถุดิบ "ถ้ามัวแต่ยืนลังเล... ระเบิดลูกนี้ได้เป่าเราสองคนกระเด็นไปคนละทิศละทางแน่... เอาไฟล์ของคุณไปสิ แล้วไสหัวออกไปทางประตูด้านหลังซะ!" กันต์กวีขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หัวใจในอกเต้นกระหน่ำรุนแรงราวกับจะทะลุออกมาข้างนอก "หุบปากไปเลยนะรณภพ! ใครบอกให้คุณทำตัวเป็นฮีโร่เอาตัวมาบังทางกระสุนตั้งแต่วันนั้นเล่า ถ้าคุณไม่บ้าบิ่นวิ่งเข้าไปรับแรงกระแทกแทนผม ป่านนี้เราคงไม่ต้องมาติดแหงกอยู่ตรงนี้!" กันต์กวีตวาดกลับเสียงดังแข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัย น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวแทบไม่รู้ตัว "ผมไม่ได้เป็นฮีโร่..." รณภพสบถลอดไรฟัน นัยน์ตาสีเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนักสืบหนุ่ม "ผมแค่... รำคาญสายตาโง่ๆ เวลาที่คุณมองผมเหมือนคนไม่มีค่าต่างหากเล่า! รีบตัดสินใจซะกันต์กวี! ระหว่างไฟล์คดีที่คุณกระเสือกกระสนหามาทั้งชีวิต กับชีวิตงี่เง่าของเชฟอย่างผม... เลือกเอาสักอย่าง!" เวลาบนหน้าจอดิจิทัลกระชากผ่านไปอย่างโหดร้าย... หกสิบ... ห้าสิบเก้า... ห้าสิบแปดวินาที ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ แม้รอบกายจะมีเสียงเตือนภัยดังระรัว แต่ในห้วงความคิดของกันต์กวีกลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด ภาพความทรงจำตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์สโลว์โมชั่น ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาพังประตูเข้ามาหลบภัยในเซฟเฮาส์หลังนี้ กลิ่นอายของอาหารฝรั่งเศสที่ปรุงด้วยความใส่ใจ รอยยิ้มหยันที่มุมปากเวลาที่รณภพคอยบ่นเรื่องความซกมกของเขา และสัมผัสอุ่นร้อนในยามที่พวกเขาต้องแนบชิดกันเพื่อหลบซ่อนตัวจากกลุ่มมือปืน ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด พรั่งพรูขึ้นมาจนจุกอยู่ที่ลำคอ ไฟล์คดีนั้น... คือเป้าหมายสูงสุดในอาชีพนักสืบ มันคือเกียรติยศ มันคือความยุติธรรมที่เขาโหยหามาครึ่งชีวิต แต่รณภพ... คือลมหายใจอุ่นๆ ที่เข้ามาเติมเต็มความโดดเดี่ยวในมุมมืดของเขา คือคนที่ทำให้เขารู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่เพื่อใครสักคนมันมีความหมายมากแค่ไหน "เวรเอ๊ย!" กันต์กวีสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขาทิ้งแฟลชไดรฟ์บรรจุข้อมูลคดีมูลค่ามหาศาลลงบนพื้นปูนซีเมนต์อย่างไร้เยื่อใย เสียงโลหะกระทบพื้นดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัย ก่อนที่ร่างโปร่งของนักสืบหนุ่มจะพุ่งตัวเข้าไปประชิดเก้าอี้ของรณภพอย่างรวดเร็ว รณภพเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นัยน์ตาคู่คมฉายแววไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น "นาย... นายทำบ้าอะไรวะ! นั่นมันหลักฐานชิ้นเดียวที่จะลากคอมันเข้าคุกนะ!" "ผมเป็นนักสืบนะรณภพ... ไม่ใช่ฆาตกรเลือดเย็น!" กันต์กวีเงยหน้าขึ้นสบตาเชฟหนุ่ม รอยยิ้มมุมปากแบบกะล่อนที่เคยมีหายวับไป เหลือเพียงแววตาจริงจังที่ร้อนแรงและลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย "ถ้าผมปล่อยให้คุณตายอยู่ตรงนี้... ต่อให้ผมไขคดีได้ทั่วโลก ชีวิตที่เหลืออยู่ของผมก็คงไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไปแล้ว!" มือเรียวของนักสืบหนุ่มคว้าประแจเหล็กที่ตกอยู่ข้างถังดับเพลิง แล้วบรรจงงัดลวดสลิงที่พันธนาการข้อมือแกร่งของรณภพด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี อะดรีนาลีนในร่างกายพุ่งพล่านจนแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ฝ่ามือ รอยขีดข่วนและคราบเขม่าควันผสมปนเปไปกับหยดเหงื่อที่ไหลริน สามสิบ... ยี่สิบเก้า... ยี่สิบแปดวินาที "อึดหน่อยสิคุณ!" กันต์กวีคำรามในลำคอเมื่อลวดสลิงเส้นสุดท้ายดีดออกด้วยแรงงัด ร่างสูงของรณภพหลุดพ้นจากการพันธนาการในเสี้ยววินาทีวิกฤต ทว่าแรงกระแทกทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นด้วยกัน ร่างของเชฟหนุ่มทาบทับลงมาบนตัวของนักสืบหนุ่มโดยสัญชาตญาณ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะปนด้วยกลิ่นควันและกลิ่นกายเฉพาะตัวปะทะกันอย่างแนบชิด นัยน์ตาสีเข้มของรณภพสั่นระริก ยามที่ก้มลงมองคนใต้ร่างที่กำลังหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน "นายมัน... โง่ที่สุดในโลกเลย กันต์กวี" รณภพกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่นคล้ายพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังระเบิดอยู่ในอก "เก็บคำชมนั้นไว้บอกตัวเองเถอะครับ... เชฟ" กันต์กวีสวนกลับด้วยน้ำเสียงแพรพราวแม้ในสถานการณ์คับขัน นัยน์ตาสีสว่างทอประกายท้าทายปนความหวานซึ้งที่ยากจะต้านทาน "ถ้าเราอดตาย... เอ๊ย... รอดตายจากตรงนี้ไปได้ คุณต้องทำสเต็กเนื้อชั้นดีให้ผมกินชดเชยความเสี่ยงในวันนี้ด้วยนะ" สิบ... เก้า... แปดวินาที รณภพแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปคว้าท้ายทอยของนักสืบหนุ่ม ดึงเข้ามาประทับริมฝีปากบด20เบียดแนบชิดอย่างรวดเร็วและเร่าร้อน เป็นจูบที่เปี่ยมด้วยความตื่นเต้น ความกลัว และความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับแรมเดือน ท่ามกลางเสียงระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดสิ้นสุด ห้า... สี่... สาม... ทันใดนั้นเอง! ประตูห้องครัวเหล็กกล้าที่ถูกล็อกหนาแน่นก็ถูกระเบิดกระเด็นเข้ามาด้วยแรงอัดมหาศาลจากภายนอก! กลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับร่างของชายชุดดำสามคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธปืนครบมือ และตรงกลางคือนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่กันต์กวีตามล่ามาตลอดชีวิต เขากวาดสายตามองภาพคนทั้งคู่ที่กอดกيتกันอยู่บนพื้น ก่อนจะยกยิ้มเหี้ยมเกรียมแล้วลั่นวาจาขึ้นว่า "คิดว่าจะหนีพ้นรึไง... เจ้าหนูนักสืบ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางเคียงข้างกันมาจนถึงบทนี้ครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%