เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 24

พายุอารมณ์ในครัวปิดตาย

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องนั่งเล่น ไม่ได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับทำให้ความกดอากาศในเซฟเฮาส์แห่งนี้ดิ่งฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก กันต์กวีชักปืนพกในมือขึ้นเล็งไปยังเงาร่างนั้นโดยสัญชาตญาณ นิ้วชี้ทาบอยู่บนไกปืนพร้อมเหนี่ยวได้ตลอดเวลา ขณะที่รณภพก้าวขยับมาบังร่างของนักสืบหนุ่มไว้ครึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว แม้ในมือของเชฟหนุ่มจะมีเพียงมีดทำครัวเล่มบางก็ตามที "ใจเย็นก่อนสิครับ คุณนักสืบ... เล็งปืนมาที่พี่ชายแท้ๆ ของคุณแบบนี้ มันดูเป็นแขกที่ไม่ต้อนรับเอาเสียเลยนะ" ร่างนั้นก้าวพ้นจากเงาของม่านสีทึบ แสงไฟสลัวจากหลอดไฟนีออนด้านนอกสะท้อนให้เห็นใบหน้าคมคายที่ถอดแบบมาจากกันต์กวีราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่าแววตากลับว่างเปล่าและเย็นชาจนน่าขนลุก 'กวินท์' นักการเมืองหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล และเป็นพี่ชายต่างมารดาที่กันต์กวีพยายามหนีหน้ามาตลอดชีวิตยืนยันตัวตนอยู่ตรงนั้น "แกมาที่นี่ได้ยังไง..." กันต์กวีเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ปะปนกับความตกใจอย่างปิดไม่มิด "ที่นี่คือเซฟเฮาส์ลับ แกสะกดรอยตามฉันมา หรือว่าแก... เป็นคนส่งมือปืนพวกนั้นมาตั้งแต่แรก!" กวินท์ยกมือขึ้นทั้งสองข้างเชิงยอมจำนน รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "พูดจาให้มันระวังหน่อยสิครับ น้องชาย มือปืนพวกนั้นเป็นสุนัขที่หลุดมาจากกรงของคู่แข่งฉันต่างหาก... แต่ก็นั่นแหละ น่าแปลกใจจริงๆ ที่คนอย่างแก รอดชีวิตจากคืนนรกแตกมาได้แถมยังมาหลบซ่อนตัวอยู่กับ... เชฟชื่อดังคนนี้" ดวงตาคมกริบของกวินท์ปรายตามองรณภพที่ยืนนิ่งสงบ ทว่าแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาไม่แพ้กัน เชฟหนุ่มจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยสายตานิ่งเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัว แม้สถานการณ์รอบตัวจะส่อเค้าอันตรายถึงชีวิต "ออกไปจากที่นี่ซะ" รณภพเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักของคำพูดกลับเฉียบคมราวกับใบมีด "ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ และคุณไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายความปลอดภัยของพวกเรา" "โอ้... ดูเชฟคนเก่งพูดเข้าสิครับ" กวินท์หัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะครัวที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าดินปืน "คุณรู้ไหมครับเชฟ ว่าไอ้เด็กเหลือขอคนนี้ มันกำลังเอาตัวคุณไปเสี่ยงกับเกมการเมืองสกปรกแค่ไหน มันไม่ได้ปกป้องคุณหรอก... มันแค่ใช้คุณเป็นโล่กำบังต่างหาก!" ประโยคเดียวปักเข้ากลางใจของกันต์กวีราวกับลูกศิษย์ที่ถูกชุบพิษ นักสืบหนุ่มสะท้อนวาบ ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกจนต้องกำด้ามปืนแน่นขึ้น มือสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่ถูกจี้จุดอ่อนที่เปราะบางที่สุด "หุบปากของแกซะ กวินท์!" กันต์กวีตวาดลั่น เสียงตะโกนก้องกังวานไปทั่วห้องครัวปิดตาย "อย่าเอาความคิดสกปรกของแกมาตัดสินคนอื่น!" "ทำไมล่ะครับ? กลัวว่าเชฟผู้แสนดีเขาจะรู้ความจริงงั้นเหรอ ว่าตัวตนที่แท้จริงของแกมันนำพาแต่หายนะมาให้คนรอบตัว!" กวินท์ยังคงรุกไล่ด้วยวาจาเชือดเฉือน รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้านั้นคืออาวุธชั้นดีที่จงใจทำลายสติของกันต์กวีให้แหลกสลาย บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนถึงขีดสุด ออกซิเจนรอบตัวราวกับถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น รณภพเหลือบมองใบหน้าที่ซีดเผือดลงของกันต์กวี แววตาที่เคยแข็งกร้าวของนักสืบจอมกะล่อนในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ยากจะประสาน เขารู้ทันทีว่าปมในอดีตกำลังกัดกินจิตใจของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง "ผมบอกให้ออกไป!" รณภพตวาดเสียงกร้าว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประจันหน้ากับกวินท์อย่างไม่เกรงกลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเชฟหนุ่มจนผู้มาใหม่ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ "ถ้าไม่อยากให้ผมใช้มีดในครัวเล่มนี้ตอนเนื้อของคุณแทนผัก... ก็ไสหัวออกไปซะ!" กวินท์หรี่ตามองรณภพด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "น่าสนใจ... เชฟผู้รักความสะอาด ยอมเปื้อนเลือดเพื่อปกป้องนักสืบปลายแถวคนนี้เนี่ยนะ? หวังว่าพวกคุณจะรักกันได้นานพอจนถึงวันพรุ่งนี้ก็นะ..." สิ้นคำพูด กวินท์ก็ผายมืออย่างเย้ยหยันแล้วหมุนตัวเดินจากไป เสียงฝีเท้าก้าวออกไปทางประตูหน้า ก่อนที่มันจะปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับมาเยือนอีกครั้ง... แต่ไม่ใช่ความสงบ ความเงียบหลังพายุผ่านพ้นช่างน่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิม กันต์กวีปล่อยมือจากด้ามปืน ร่างเพรียวทรุดฮวบลงพิงเคาน์เตอร์ครัว ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทในยามปกติบัดนี้ซีดเซียว ดวงตาสั่นระริกพยายามหลบสายตาของรณภพที่มองมา "นายจะยืนนิ่งอยู่อีกนานไหม..." กันต์กวีเอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามซ่อนความอ่อนแอไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งตามนิสัย "อยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาสิ ด่าฉันเหมือนที่พี่ชายฉันด่าเลยก็ได้ ว่าฉันมันตัวซวย! ว่าฉันดึงนายเข้ามาพัวพันกับเรื่องบ้าๆ นี่!" รณภพไม่ตอบ เขาวางมีดในมือลงบนโต๊ะไม้ เสียงเหล็กกระทบผิวไม้ดังสะท้อนก้อง เชฟหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ร่างที่สั่นเทานั้นอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความรังเกียจหรือหวาดกลัว มีเพียงประกายความลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก "มองหน้าฉัน, กันต์กวี" รณภพเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และทรงพลังพอที่จะหยุดยั้งพายุอารมณ์ในอกของอีกฝ่ายได้ กันต์กวีเม้มริมฝีปากแน่น ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเชฟหนุ่ม ดวงตาคู่สวยแดงก่ำรื้นด้วยหยาดน้ำใสที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้สุดชีวิต "ฉันบอกนายแล้ว... ว่าฉันมันอันตราย นายไม่ควรมาเกี่ยวข้องกับฉันแต่แรก นายควรปล่อยให้ฉันตายซะตั้งแต่คืนนั้น!" หมับ! มือหนาของรณภพคว้าจับเข้าที่ต้นแขนของกันต์กวีทั้งสองข้าง ออกแรงดึงรั้งให้ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากันตรงๆ แรงปะทะนั้นทำให้กันต์กวีต้องก้าวเข้ามาประชิดอกของอีกฝ่ายโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นอายเฉพาะตัวของเชฟหนุ่มผสมกับกลิ่นจางๆ ของเครื่องเทศและกาแฟโชยเข้าจมูก ปลุกสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัว "นายคิดว่าชีวิตของฉันมันสะอาดบริสุทธิ์นักหรือไง, คุณนักสืบ?" รณภพโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความสั่นไหวในอารมณ์ "นายคิดว่าการที่ฉันต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในครัวปิดตายแห่งนี้ มันเป็นเพราะความบังเอิญหรือไงกัน?" กันต์กวีเบิกกว้างด้วยความตกใจ ลืมความโกรธเกรี้ยวไปชั่วขณะ "นาย... หมายความว่ายังไง?" รณภพไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของกันต์กวีอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหายตัดกับสถานการณ์ตึงเครียดรอบตัวอย่างสิ้นเชิง ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร เคมีร้อนแรงที่ซ่อนเร้นมาตลอดระเบิดออกในพื้นที่แคบๆ นี้ "เลิกดูถูกตัวเอง... และเลิกผลักไสฉันได้แล้ว" รณภพกระซิบชิดริมฝีปากของนักสืบหนุ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นจนยากจะเก็บงำ "เพราะต่อจากนี้ไป... ไม่ว่านรกขุมไหนที่นายกำลังหนี ฉันจะเป็นคนลากนายกลับมาขังไว้ที่นี่ด้วยกันเอง" กันต์กวีสะท้านเฮือก หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความดื้อรั้นทั้งหมดมลายหายสิ้น เหลือเพียงความหวามไหวที่พุ่งพล่านเข้ามาแทนที่ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าหากันเพื่อปิดระยะห่าง... ปัง! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนแหบพร่าของลูกน้องมือปืนที่รอดชีวิตจากรอบก่อน ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนย่อยยับ "หัวหน้า! พวกมันอยู่นั่น! พังประตูเข้าไป!" รณภพผละออกห่างจากกันต์กวีเพียงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในพริบตา เขากวาดตามองรอบครัวที่มีอาวุธจำกัด ก่อนจะหันกลับมาสบตากันต์กวีที่ชักปืนขึ้นมาเตรียมพร้อมอีกครั้งด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจือความท้าทาย "ดูท่าทาง... อาหารมื้อนี้ของเรา จะต้องเลื่อนเวลาเสิร์ฟออกไปอีกหน่อยแล้วล่ะครับ, เชฟ" กันต์กวีเอ่ยเสียงพร่า หัวใจที่เต้นระรัวเปลี่ยนเป็นความฮึกเหิม "งั้นก็หวังว่าฝีมือยิงปืนของนาย จะแม่นเท่าฝีมือปากดีนะ, คุณนักสืบ" รณภพคว้ามีดทำครัวเล่มยาวขึ้นมาถือไว้ในมืออีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นสนามรบขนาดย่อมในพริบตา (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของความสัมพันธ์ที่ร้อนแรงนี้ด้วยกันนะครับ)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%