เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 23

เมื่อความลับกระชากหน้ากาก

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทที่โผล่พ้นขอบประตูเข้ามา ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความจริงที่เพิ่งหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของคนที่ยืนอยู่เบื้องหลัง รณภพรู้สึกคล้ายมีน้ำแข็งก้อนใหญ่ถูกโยعลงกลางแผ่นหลัง ความเงียบงันภายในห้องครัวแคบๆ กลับกลายเป็นห้องทดลองทางจิตวิทยาที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของเครื่องเทศและซุปเคี่ยวกรุ่นที่เคยอบอวล บัดนี้เจือจางลงด้วยกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของความไว้เนื้อเชื่อใจที่แหลกสลาย "นายใช้ฉัน..." เสียงทุ้มต่ำของเชฟหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบดังขึ้นลอดไรฟัน มันไม่ใช่คำถาม แต่มันคือประโยคบอกเล่าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและแรงโกรธระลอกใหญ่ที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง กันต์กวีที่กำลังจะขยับตัวเพื่อคว้าหาที่กำบัง ชะงักกึก ดวงตาคู่คมที่ปกติมักพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มกะล่อน บัดนี้ไหววูบอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสบเข้ากับดวงตาของคนที่เขาจงใจก้าวเข้ามาพัวพัน "ฟังก่อนรณภพ... สถานการณ์มันบังคับ..." นักสืบหนุ่มพยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุด ทว่าปลายนิ้วที่เผลอจิกชายเสื้อกันเปื้อนของอีกฝ่ายกลับฟ้องความร้อนรนในใจ "บังคับ?" รณภพแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันใดๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวนักสืบจอมกะล่อนอย่างไร้ความเกรงกลัวต่อปลายกระบอกปืนที่ยังคงเล็งตรงมาทางพวกเขาจากเงมืด "นายจงใจสลัดหางพวกมันมาที่เซฟเฮาส์ของฉัน นายรู้ว่าที่นี่ปลอดภัยที่สุด และนายก็รู้ว่าถ้าลากฉันเข้ามาเอี่ยวด้วย ฉันจะไม่มีทางเลือกนอกจากต้องช่วยนาย... ใช่ไหม กันต์กวี?" คำพูดทุกคำถูกตอกย้ำด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ทว่าแฝงไปด้วยความตัดพ้อลึกๆ จนคนฟังถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ปัง! เสียงกระสุนเจาะทะลุกระจกตู้เก็บจานด้านหลังดังสนั่น เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้น ทว่าไม่มีเวลาให้มานั่งเสียดายข้าวของ เพราะเงาดำทะมึนของมือปืนกำลังก้าวเข้ามาในห้องครัวพร้อมกับอาวุธครบมือ แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น รณภพกลับทำในสิ่งที่แม้แต่นักสืบมืออาชีพอย่างกันต์กวียังคาดไม่ถึง มือหนาคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่น ออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียวก็ดึงร่างโปร่งให้เข้ามาหลบหลังเคาน์เตอร์สแตนเลสหนาหนักได้อย่างทันท่วงที กลิ่นอายเฉพาะตัวของเชฟหนุ่ม—กลิ่นอายของเตาไฟ ความสะอาด และความดุดัน—โอบล้อมกันต์กวีไว้ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย "ถ้านายรอดจากไอ้สารเลวข้างนอกนั่นไปได้..." รณภพกระซิบชิดใบหูของคนอายุน้อยกว่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนกันต์กวีเผลอหดคอหนีด้วยความวาบหวามที่แทรกซึมเข้ามาท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน "...เราเคลียร์กันยาวแน่ กันต์" กันต์กวีเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวจากปลายกระบอกปืนภายนอก แต่เป็นเพราะความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมาในอก เขาตั้งใจจะใช้ที่นี่เป็นแค่ทางผ่านเพื่อสลัดพวกมันทิ้งจริงๆ ตามที่รณภพกล่าวหา แต่เขากลับไม่ได้คำนวณไว้เลยว่า... การได้เห็นแววตาผิดหวังจากผู้ชายคนนี้ จะสร้างรอยแผลในใจเขาได้มากขนาดนี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เงาตะคุ่มทาบทับลงบนพื้นกระเบื้อง บ่งบอกว่ามือปืนปริศนากำลังยืนอยู่ห่างจากจุดที่พวกเขาหลบอยู่เพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น กันต์กวีเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของรณภพที่กำลังขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวเพื่อหาอาวุธป้องกันตัว ในสถานการณ์ที่วิกฤตที่สุด ความโกรธแค้นเรื่องการถูกหลอกใช้ดูเหมือนจะถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว เหลือเพียงสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและการปกป้องซึ่งกันและกันที่ทำงานอย่างเงียบเชียบ นักสืบหนุ่มส่งสายตาเป็นเชิงบอกกล่าว มือขวาค่อยๆ เอื้อมไปหยิบมีดเชฟด้ามยาวที่ตกอยู่บนพื้น ส่งต่อให้รณภพอย่างรู้ใจ เชฟหนุ่มรับมันไว้ สัมผัสเย็นเฉียบของโลหะสะท้อนประกายตาดุดันที่พร้อมจะเปลี่ยนสถานะจากเหยื่อให้กลายเป็นผู้ล่าในพริบตา "นับสาม..." รณภพขยับริมฝีปากกระซิบเบาๆ โดยแทบไม่ส่งเสียงเล็ดลอด กันต์กวีพยักหน้ารับ มือซ้ายเตรียมกำปืนพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในแจ็คเก็ตขึ้นมาปลดเซฟอย่างเงียบเชียบที่สุด จังหวะลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนผิวหนัง หนึ่ง... สอง... สาม! เพล้ง! รณภพจงใจเหวี่ยงถาดสแตนเลสไปอีกมุมห้องเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ทันทีที่เสียงดังขึ้น มือปืนหันขวากลับไปตามสัญชาตญาณ และนั่นคือช่องว่างที่กันต์กวีรอคอย ร่างโปร่งพุ่งทะยานออกจากที่กำบัง ปลายกระบอกปืนจี้ตรงไปยังข้อมือของมือปืนทันทีด้วยความแม่นยำระดับมืออาชีพ แรงกระแทกทำให้ปืนในมือของมือปืนร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น ก่อนที่รณภพจะตามติดเข้ามาประชิดตัว ใช้ด้ามมีดกระแทกเข้าที่ท้ายทอยของชายชุดดำจนร่างนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นสลบเหมือดในทันที ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องครัวอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย กันต์กวีลดปืนลง หายใจหอบถี่เล็กน้อย เขากวาดสายตามองร่างที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับรณภพที่ยืนถือมีดเชฟนิ่งสนิทอยู่ไม่ไกล ดวงตาของเชฟหนุ่มที่มองมาเต็มไปด้วยคำถามมากมาย และความจริงที่ถูกเปิดโปงไปแล้วครึ่งหนึ่ง "ทีนี้..." รณภพวางมีดลงบนเคาน์เตอร์ เสียงโลหะกระทบผิวสแตนเลสดังสะท้อนก้องในความเงียบ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวนักสืบหนุ่มอีกครั้ง บีบกั้นพื้นที่จนกันต์กวีต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนติดกับตู้เย็น "...ถึงเวลาที่นายต้องตอบคำถามฉันแล้ว กันต์กวี ว่าตกลงแล้วนายเป็นใครกันแน่ และมีศัตรูหน้าไหนตามล่าพัวพันถึงตัวฉันแบบนี้" กันต์กวีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รอยยิ้มกะล่อนที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกดดันอันหนักอึ้ง แต่ก่อนที่กันต์กวีจะได้เอ่ยปากอ้าปากแก้ตัว เสียงปรบมือดังแปะๆ เบาๆ จากทางประตูหน้าเซฟเฮาส์ที่ควรจะถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนากลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน "โอ้โห... ภาพประทับใจจังเลยนะครับ เชฟรณภพ กับ นักสืบกันต์กวี" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง ทว่าแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียม ทั้งคู่หันขวับไปมองพร้อมกัน และต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าบุคคลที่ก้าวเข้ามาใหม่ในห้องนั่งเล่น ไม่ใช่ตำรวจ หรือลูกน้องของมือปืนที่เพิ่งจัดการไป... แต่เป็นคนที่พวกเขานึกไม่ถึงที่สุด ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความระทึกนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%