"เป็นไปไม่ได้..."
รณภพพึมพำเสียงลอดไรฟัน สีหน้าถอดสีลงในพริบตาเมื่อตระหนักว่าความลับที่พวกเขาคิดว่าปลอดภัย กำลังถูกกระชากออกมากลางแสงสว่างเร็วกว่าที่คาดคิด หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะสแตนเลสสตีลในห้องครัวเซฟเฮาส์สว่างวาบ แสดงภาพวงจรปิดรอบตัวอาคารที่ถูกแฮกอย่างไร้ร่องรอย ข้อความขู่กรรโชกวิ่งผ่านหน้าจอช้าๆ ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
กันต์กวีที่ยืนพิงเคาน์เตอร์อยู่ใกล้กันไม่รอให้เชฟหนุ่มจอมเจ้าระเบียบได้สติหลุดไปมากกว่านั้น มือเรียวยาวคว้าข้อมือหนาไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะเรียกสติให้อีกฝ่ายหันกลับมาสบตา
"ตั้งสติก่อนคุณรณภพ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือนด้วยความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง แววตากะล่อนหายวับไปกับตา เหลือเพียงนักสืบมืออาชีพที่พร้อมรับมือกับพายุลูกใหญ่ "พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ข้อมูล แต่มันต้องการไล่ต้อนเราให้ออกมาจากที่ซ่อน"
รณภพก้มมองมือของอีกฝ่ายที่กุมข้อมือตนเองไว้ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านผิวสัมผัสช่วยดึงเขาออกจากความตื่นตระหนกชั่วขณะ กลิ่นอายเฉพาะตัวของกันต์กวี—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความเย็นยะเยือกของยามค่ำคืน—ทำให้ปอดของเขากลับมาทำงานเป็นปกติอีกครั้ง แม้ภายนอกเชฟหนุ่มจะดูนิ่งขรึมและเก่งกาจในอาณาจักรห้องครัว แต่ในยามที่ภัยมืดคืบคลานเข้ามาประชิดตัว ความเปราะบางที่ซ่อนไว้ภายใต้ความสมบูรณ์แบบก็เริ่มปริร้าว
"ปล่อยมือได้แล้วครับ ผมไม่ได้เป็นลมล้มพับไปง่ายๆ ขนาดนั้น" รณภพแสร้งทำเป็นกระชับน้ำเสียงให้ราบเรียบ แม้หัวใจจะยังเต้นรัวผิดจังหวะเพราะระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ใกล้กันเกินความจำเป็น
"อ้าว หรอครับ นึกว่าคุณเชฟผู้เย่อหยิ่งจะสติหลุดไปซะแล้ว" กันต์กวีแกล้งยิ้มมุมปาก ยอมปล่อยข้อมืออีกฝ่ายช้าๆ แต่สายตายังคงสำรวจใบหน้าคมคายที่เริ่มมีเหงื่อซึมตามไรผม "ปากเก่งได้ตลอดเวลาจริงๆ นะครับคนเรา"
"ถ้าไม่มีคุณคอยกวนประสาท ผมคงมีสติคิดแผนรับมือเร็วกว่านี้" รณภพสวนกลับทันควัน พยายามถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่มุมเคาน์เตอร์กลับกั้นทางไว้พอดี ทำให้ร่างสูงใหญ่ตกอยู่ในวงแขนของนักสืบเจ้าเล่ห์โดยปริยาย
บรรยากาศในห้องครัวที่ควรจะตึงเครียดเพราะเงาของศัตรูที่กำลังคืบคลานเข้ามา กลับถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอากาศ เคมีที่มักจะปะทะกันทุกครั้งที่มีโอกาส บัดนี้เปลี่ยนรูปเป็นความดึงดูดอันตรายที่ทั้งเย้ายวนและชวนให้ใจสั่น รณภพเงยหน้าขึ้นสบตากับนัยน์ตาสีเข้มที่พราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มือของกันต์กวีที่เคยจับข้อมือ เลื่อนขึ้นมาแตะเบาๆ ที่ขอบโต๊ะสเตนเลส ล้อมกรอบร่างของเชฟหนุ่มไว้ในพื้นที่ส่วนตัว
"กลัวเหรอครับ?" กันต์กวีโน้มใบเข้าไปกระซิบชิดริมหรูกระจ่าง เสียงทุ้มนุ่มรดรินอยู่ข้างใบหู ทำเอารณภพเผลอกลั้นหายใจ
"ผมไม่เคยกลัวอะไร... โดยเฉพาะกับคนปากเสียอย่างคุณ" รณภพเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้แผ่นหลังจะชิดติดตู้เก็บของ ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่ปะทะกัน ความดื้อรั้นและถือดีเป็นเกราะป้องกันสุดท้ายของเชฟหนุ่ม แต่ในสายตาของกันต์กวี มันช่างเป็นความน่าหมั่นไส้ที่กระตุ้นความอยากเอาชนะเสียเหลือเกิน
"ปากแข็งจังนะครับ ลองเปลี่ยนมาใช้ความจริงใจดูบ้างไหม เผื่อเราจะรอดตายจากสถานการณ์นี้ได้ง่ายขึ้น" กันต์กวีหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างนึกสนุก
รณภพเกือบจะอ้าปากเถียงกลับด้วยถ้อยคำคมคายตามเคย หากแต่เสียงแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกเซฟเฮาส์ไม่ดังแทรกขึ้นเสียก่อน ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกหน้าต่าง ขัดจังหวะความใกล้ชิดที่เกือบจะหลุดเลยเถิดไปไกล
รอยยิ้มบนใบหน้าของกันต์กวีเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ความจริงจังกลับมาแทนที่อย่างรวดเร็ว เขาดันตัวถอยห่างจากรณภพ คว้าปืนพกสั้นที่เหน็บไว้ด้านหลังขึ้นมาตรวจสอบความพร้อมด้วยความคล่องแคล่ว "เวลาหมดแล้วครับเชฟ ดูท่าทางแขกไม่速เชิญของเราจะมาเร็วกว่าที่คิด"
รณภพสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิกลับคืนมา ความกลัวเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบแบบมืออาชีพ เขารีบปิดหน้าจอแท็บเล็ตและทำลายข้อมูลสำคัญทิ้งทันทีตามโปรโตคอลฉุกเฉิน "พวกมันมากันกี่คน?"
"อย่างน้อยก็สี่คน และมีอาวุธครบมือ" กันต์กวีตอบเสียงเครียด สายตาจ้องมองผ่านกล้องวงจรปิดที่จับภาพเงาดำสวมชุดดำกำลังเดินลัดเลาะเข้ามาทางสวนหลังบ้าน "ดูเหมือนว่าพวกมันจะรู้พิกัดที่แน่นอนของเราแล้ว ความลับรั่วไหลจากข้างใน... หรือไม่ก็มีหนอนบ่อนไส้"
คำว่า 'หนอนบ่อนไส้' ทำให้รณภพชะงักมือที่กำลังเก็บมีดทำครัวคู่ใจ ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัยและความเจ็บปวดลึกๆ หากข้อมูลนี้รั่วออกไป คนที่มีสิทธิ์เข้าถึงรหัสผ่านระดับสูงมีเพียงไม่กี่คน
ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ถกเถียงกันต่อ เสียงกระจกหน้าต่างห้องรับแขกด้านหน้าก็แตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว เศษแก้วกระเด็นเกลื่อนพื้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวเข้ามาเหยียบย่ำความเงียบสงบของเซฟเฮาส์จนแหลกละเอียด
กันต์กวีดึงรณภพให้หลบหลังเสาปูนหนา มือข้างหนึ่งยกปืนขึ้นเล็งไปยังประตูทางเข้าห้องครัวอย่างแม่นยำ ร่างสูงแนบชิดติดกับแผ่นหลังของเชฟหนุ่มเพื่อป้องกันอันตราย ในขณะที่รณภพเองก็กำด้ามมีดเชฟในมือแน่น พร้อมจะซัดใส่ใครก็ตามที่กล้าก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเขา
ความเงียบสงบชั่วครู่ก่อนพายุใหญ่ได้มลายหายไปสิ้น บรรยากาศถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายของความตายและการเผชิญหน้าที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจเต้นระรัวด้วยความตึงเครียดจากภายนอก มือหนาของกันต์กวีกลับเอื้อมมาสัมผัสมือของรณภพที่ถือมีดอยู่เบาๆ บีบกระชับให้มั่นคงท่ามกลางความหนقเหน็บของสถานการณ์
"จำไว้นะครับรณภพ..." เสียงกระซิบแหบพร่าข้างหูท่ามกลางเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทุกที "ถ้าเราพลาดท่าวันนี้ ผมยังไม่ได้บอกคุณเลยว่า..."
เสียงฝีเท้าหยุดชะงักลงที่หน้าประตูห้องครัวพอดี พร้อมกับเงาตะคุ่มของชายชุดดำที่เงาปืนยาวพ้นขอบประตูเข้ามาเล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 22
จังหวะหัวใจที่เต้นตรงกัน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!