เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 8

เชฟครับ อย่าทำหน้าดุ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงฝีเท้าแผ่วเบานั่นทิ้งจังหวะเว้นช่วงอย่างจงใจ ราวกับผู้มาเยือนจากชั้นบนกำลังเล่นเกมจิตวิทยากับความสงสัยที่กำลังแผดเผาอยู่ในอกของรณภพ เชฟหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบขยับสันกรามแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปตามเงาสลัวของโถงทางเดิน ก่อนที่ร่างสูงโปรดปรานในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทจะก้าวเลี้ยวออกมาจากมุมอับ "นึกว่าใคร... ที่แท้ก็ผีเฝ้าบ้านตัวใหม่ที่ชอบเดินย่องเบาตอนดึกๆ นี่เองนะครับ" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับร่างของกันต์กวีที่ก้าวออกมาด้วยท่าทีสบายๆ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงวอร์ม ส่วนอีกข้างยกขึ้นเสยผมชื้นเหงื่อเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์ระคนโล่งอกที่เห็นว่าเป็นรณภพ ไม่ใช่ผู้บุกรุกจากภายนอกอย่างที่กังวล รณภพผ่อนลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เขาลดมีดเชฟในมือลง วางมันลงบนเขียงไม้อย่างเบามือเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงดังทำลายความเงียบงันยามวิกาล "ถ้าคุณยังมีแรงมาเดินกวนประสาทผมตอนตีสองครึ่งแบบนี้ แสดงว่าแผลที่แขนคงหายดีจนอยากจะออกไปวิ่งมาราธอนรอบเซฟเฮาส์แล้วสินะครับ คุณกันต์กวี" "โอ้โห เชฟครับ พูดจาใจร้ายเป็นบ้าเลยนะ" กันต์กวีทำหน้าทะเล้น เดินทอดน่องเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ครัวสแตนเลสสตีลที่สะท้อนแสงไฟสีส้มสลัว "ผมแค่นอนไม่หลับ ท้องมันร้องโครกครากว่าจะหาอะไรลงท้องได้ ก็เลยเดินสำรวจบ้าน... ใครจะไปรู้ว่าเชฟผู้เย่อหยิ่งจะมายืนทำอะไรลับๆ ล่อๆ คนเดียวในครัวมืดๆ แบบนี้" "ผมไม่ได้ทำลับๆ ล่อๆ ผมแค่นอนไม่หลับเหมือนกัน และกำลังจะหาอะไรทำให้กระเพาะมันสงบ" รณภพสวนกลับทันควัน ดวงตาดุๆ จ้องมองอีกฝ่ายที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาใกล้ในระยะประชิด กลิ่นกายสะอาดเจือจางผสมกับกลิ่นสบู่อ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูกท่ามกลางอากาศเย็นเยียบของห้องปรับอากาศ "งั้นเหรอครับ? ไหนล่ะของกินที่ว่า ผมเห็นมีแต่หม้อต้มน้ำเปล่ากับเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองเดียว... เชฟมิชลินสตาร์ระดับแถวหน้าของประเทศ ตกอับถึงขั้นต้องแอบกินมาม่าตอนตีสองเนี่ยนะ?" กันต์กวีเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มมุมปากจุดประกายความท้าทายในแววตาอย่างปิดไม่มิด รณภพแค่นหัวเราะในลำคอ ขยับตัวขวางไม่ให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาล้ำเส้นมากกว่าเดิม แต่กลายเป็นว่าพื้นที่ในห้องครัวแคบๆ กลับยิ่งบีบให้เขากลายเป็นฝ่ายถูกต้อนจนแผ่นหลังเกือบชิดติดกับตู้เก็บของเหนือเคาน์เตอร์ "มันเรื่องของผมครับ คุณไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์เมนูยามวิกาลของผม" รณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน พยายามรักษาช่องว่างและระยะห่างระหว่างกัน แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่อกันต์กวีไม่มีทีท่าจะถอยหลัง แถมยังโน้มตัวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "มีสิทธิ์สิครับ ก็ตอนนี้ผมเป็นแขกผู้ร่วมชายคา... แถมยังเป็นคนเจ็บที่อยู่ในความดูแลของคุณด้วย" กันต์กวีลากเสียงยาว ดวงตาพราวระยับจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทของเชฟหนุ่ม "ว่าแต่... ทำหน้าดุแบบนี้ ไม่กลัวผมกลัวจนไข้ขึ้นรอบสองหรือไงครับ เชฟ" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเยือกเย็น แต่ทว่าผิวสัมผัสและไอร้อนจากร่างกายของทั้งคู่กลับปะทะกันจนเกิดประกายไฟเงียบๆ ในความมืด รณภพก้มมองคนตรงหน้า เส้นผมสีเข้มตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อยทำให้ใบหน้ายามนี้ดูเยาว์วัยและชวนให้รู้สึกหมั่นไส้ระคนใจสั่นอย่างประหลาด ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้เสียงหัวใจของเชฟหนุ่มดังแข่งกับเสียงเครื่องทำความเย็น "ถ้าคุณยังไม่ถอยออกไป... ผมจะเอาพริกไทยดำนี่ละเลงใส่หน้าคุณให้หมดกระปุกแน่ครับ" รณภพขู่เสียงเข้ม แต่น้ำเสียงนั้นกลับขาดความน่าเกรงขามไปถนัดตาเมื่อใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากริมฝีปากของอีกฝ่ายเพียงคืบเดียว "โหดร้ายจัง..." กันต์กวีแกล้งทำเป็นเบะปาก แต่ดวงตากลับพราวไปด้วยความสนุกสนาน มือเรียวที่เคยล้วงกระเป๋าค่อยๆ ยกขึ้น วางทับลงบนเคาน์เตอร์ข้างสะโพกของรณภพ กักตัวอีกฝ่ายไว้โดยสมบูรณ์ "แต่ผมชอบคนดุนะ... ยิ่งดุ ยิ่งน่าแกล้งให้หลุดมาดนักเชฟผู้เย่อหยิ่งเนี่ย มันสนุกดีเหมือนกัน" รณภพชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของกันต์กวีแตะโดนขอบโต๊ะใกล้กับสะโพกของเขา ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เคที่อัดแน่นมาตลอดหลายวันปะทุขึ้นในความเงียบงัน ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อจะหลบเลี่ยง แต่กันต์กวีกลับขยับตามอย่างรู้ทัน จนแผ่นหลังของรณภพแนบสนิทไปกับตู้เก็บของอย่างไม่มีทางหนี "ถอยไป กันต์กวี..." รณภพกระซิบเสียงพร่า ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่ขยับพูดจายั่วเย้า ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาอย่างดื้อรั้น "ไม่ถอยครับ จนกว่าเชฟจะยอมทำบะหมี่ให้ผมกินด้วยชามหนึ่ง... เอาแบบที่ใส่ใจทำเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่ต้มน้ำลวกเส้นลวกๆ แบบนี้นะครับ" กันต์กวีต่อรองด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ใบหน้าโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรณภพสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่เหนือริมฝีปาก รณภพเม้มปากแน่น ความโกรธขึงในทีแรกถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกปั่นป่วนในท้องที่เขาเกลียดชังเสียยิ่งกว่าการทำอาหารพลาด มือหนาที่ถือตะหลิวอยู่ข้างตัวกำแน่นขึ้นก่อนจะตัดสินใจยกมือขึ้นวางบนลาดไหล่ของคนกวนประสาท เพื่อจะผลักไสให้ออกไปให้พ้นทาง ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนเนื้อผ้าและไอรุ่นจากหัวไหล่นั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันจากบริเวณประตูหน้าบ้าน ชั้นล่างของเซฟเฮาส์ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ถูกล็อกไว้ด้วยรหัสผ่าน และเสียงสัญญาณเตือนภัยเบาๆ ที่ดังขึ้นรัวๆ บ่งบอกว่ามีผู้มาเยือนยามวิกาลกำลังฝ่าด่านระบบรักษาความปลอดภัยเข้ามาได้แล้ว! รณภพเบิกตากว้าง สัญชาตญาณนักสืบและเชฟผู้ระแวดระวังภัยพุ่งพล่านในทันที เขาดึงมือออกจากไหล่ของกันต์กวีอย่างรวดเร็ว หันขวับไปมองทางเดินมืดสนิทที่ทอดตัวลงสู่ชั้นล่าง ขณะที่กันต์กวีหุบยิ้มทะเล้นฉับพลัน แววตาขี้เล่นเปลี่ยนเป็นความคมกริบเย็นเยียบในพริบตา ร่างสูงโปรดปรานของนักสืบหนุ่มขยับตัวเข้าประชิดรณภพอีกครั้ง มือเรียวเอื้อมมาคว้าข้อมือของเชฟหนุ่มไว้แน่น พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงกระชับเด็ดขาดที่ข้างหู "เงียบ... ดูท่าทางแขกยามวิกาลของเราคืนนี้ จะไม่ได้มาดีซะแล้วล่ะครับเชฟ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%