เงียบ... ดูท่าทางแขกยามวิกาลของเราคืนนี้ จะไม่ได้มาดีซะแล้วล่ะครับเชฟ
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังแว่วมาจากทางบันไดหนีไฟคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
กันต์กวีไม่ได้ขยับตัวไปไหน ร่างสูงโปร่งในชุดลำลองยังคงยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวสแตนเลสขัดเงา ดวงตาเรียวรีคมกริบราวกับพยัคฆ์ซ่อนเล็บไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับหันไปเลิกคิ้วส่งยิ้มกวนประสาทให้คนที่ยืนอยู่หลังเตา
"ถ้าพวกมันมาเพราะกลิ่นสเต็กเนื้อวากิวเมื่อกี้ ผมว่าเราควรเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์สูตรลับนะครับเชฟ แต่ถ้สมาเพราะอย่างอื่น..." กันต์กวีเว้นจังหวะ ปรายตามองประตูหลังร้านที่เริ่มมีเงาดำทาบทับผ่านกระจกฝ้า "ดูท่าทางค่ำคืนนี้ของเราคงจะยาวนานกว่าที่คิด"
รณภพขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อข้างแก้มขึ้นเป็นสันนูน ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยราวน้ำแข็งบัดนี้ฉายแววกรุ่นโกรธผสมความอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด เชฟหนุ่มก้มมองมือตัวเองที่เผลอกำด้ามมีดสเต็กในมือแน่นจนข้อต่องอขาวซีด อาการสั่นเทาเล็กๆ ที่เคยเกิดขึ้นในยามที่ความทรงจำสีเทาหวนกลับมา เริ่มเล่นงานเขาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้... มันไม่ได้มีแค่ความหวาดกลัว
มันคือความโกรธ
"หลบไป" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นลอดไรฟัน รณภพไม่ได้มองหน้าอีกฝ่ายด้วยซ้ำ เขาก้าวผ่านร่างของนักสืบหนุ่มไปอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางที่เด็ดเดี่ยวจนน่าตกใจ
"เฮ้ๆ ใจเย็นก่อนครับคุณเชฟ มือคู่นั้นมีไว้สร้างสรรค์เมนูระดับมิชลิน ไม่ได้มีไว้ต่อyต่อยตีกับพวกอันธพาลข้างถนนนะ" กันต์กวีเอื้อมมือไปคว้าข้อศอกแกร่งไว้โดยสัญชาตญาณ สัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายที่พุ่งสูงกว่าปกติ ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัวของรณภพ ทั้งกลิ่นเครื่องเทศจางๆ และกลิ่นกายสะอาดสะอ้านปะทะเข้ากับจมูกของคนฉวยโอกาส
รณภพสะบัดแขนออกทันที ดวงตาสีนิลคู่คมตวัดมองด้วยความไม่พอใจ "อย่ามาแตะต้องตัวผม และเลิกทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนสักที พวกมัน... พวกมันกำลังมาหาเรื่องที่นี่เพราะผม!"
"รู้ครับ ผมรู้" น้ำเสียงของกันต์กวีเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มกวนๆ เลือนหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความคมคายและแววตาที่อ่านไม่ออก "แต่การที่คุณวิ่งออกไปบู๊เดี่ยวแบบหัวฟัดหัวเหวี่ยง มันไม่ได้ช่วยให้อดีตบัดซบของคุณมันหายไปไหนหรอกนะครับ รณภพ"
ชื่อนั้น... หลุดออกมาจากริมฝีปากของนักสืบหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างประหลาด ทว่ามันกลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของเชฟหนุ่ม ร่างของรณภพชะงักกึก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแช่แข็งด้วยความจริงอันเจ็บปวดที่เขาพยายามหลบซ่อนมาตลอดหลายปี
ปัง!
เสียงทุบประตูกระจกด้านหลังดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงตะโกนหยาบโลนที่เล็ดลอดเข้ามาในเซฟเฮาส์
"เปิดร้านโว้ย! รู้ว่าหลบอยู่ในนั้น ออกมาเคลียร์กันให้รู้เรื่อง ไอ้มือฆาตกร!"
บรรยากาศภายในห้องครัวที่อบอวลด้วยความโรแมนติกและเคมีร้อนแรงเมื่อครู่ แตกสลายกลายเป็นเสี่ยงๆ แทนที่ด้วยความกดดันที่หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก รณภพหลับตาลงช้าๆ สูตรลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก แผ่นหลังกว้างไหวสะท้อนน้อยๆ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางที่เจ้าตัวพยายามปกปิดมาตลอด
กันต์กวีมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจที่เคยด้านชาต่อความรู้สึกของใครต่อใคร กลับกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย เขาเกลียดน้ำตา... แต่เขายิ่งเกลียดท่าทางแบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียวของเชฟปากร้ายคนนี้มากกว่า
"ถ้าไม่อยากให้ร้านพัง และไม่อยากให้ความลับบ้าๆ นั่นหลุดออกไปมากกว่านี้..." กันต์กวีขยับเข้าไปประชิดร่างสูงใหญ่ ปลายจมูกแทบจะชนกับลาดไหล่กว้าง กลิ่นหอมสะอาดลอยวนอยู่รอบตัว "ก็หัดไว้ใจคนอื่นบ้างสิครับ... ผมอุตส่าห์มานั่งกินสเต็กฝีมือคุณทั้งที ไม่ได้ตั้งใจมาดูคุณโดนรุมกระทืบหรอกนะ"
รณภพหันมามองหน้าคนที่ฉีกยิ้มบางเบาให้ท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวน ดวงตาคู่คมไหวระริก มีความลังเลฉายชัดอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่กำแพงน้ำแข็งที่สร้างขึ้นมานับแรมปีจะพังทลายลง
"คุณ... อยากรู้จริงๆ งั้นเหรอ" เสียงของรณภพแหบพร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"อยากฟังครับ ยิ่งเป็นเรื่องของคุณ ผมฟังได้ทั้งคืนอยู่แล้ว"
กันต์กวีตอบกลับทันควันด้วยน้ำเสียงแพรวพราว แต่สายตากลับจริงจังและมั่นคง ไม่มีแววตาล้อเล่นแม้แต่น้อย มือเรียวเอื้อมไปแตะทับมือที่กำมีดสเต็กของรณภพไว้เบาๆ ออกแรงบีบช้าๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความปลอดภัยไปให้อีกฝ่าย
สัมผัสที่ไร้การรุกล้ำแต่วาบหวามไปถึงขั้วหัวใจ ทำให้รณภพยอมคลายมือออก ปล่อยให้มีดหลุดร่วงลงกระทบพื้นสเตนเลสเสียงดังเคร้ง
"คืนนั้น... เป็นคืนที่ผมควรจะได้ดาวดวงที่สาม" รณภพเริ่มเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ดวงตามองเหม่อไปยังความว่างเปล่าราวกับกำลังย้อนกลับไปในคืนนรกแตกนั้น "ทุกอย่างในครัวสมบูรณ์แบบ ลูกค้าเต็มร้าน นักวิจารณ์ชื่อดังนั่งอยู่ที่โต๊ะวีไอพี... แต่แล้ว อาหารจานหลักที่ผมเป็นคนตรวจความเรียบร้อยด้วยตัวเอง กลับเกือบคร่าชีวิตแขกคนสำคัญเพราะอาการแพ้อย่างรุนแรง"
กันต์กวีเงียบ ตั้งใจฟังทุกถ้อยคำโดยไม่ขัดจังหวะ
"ผมไม่ได้สะשל... ผมเช็ควัตถุดิบทุกอย่างอย่างละเอียดแล้ว แต่ใครบางคน... คนที่ผมไว้ใจที่สุดในฐานะมือขวา... แอบเปลี่ยนซอสสูตรพิเศษในนาทีสุดท้ายโดยที่ผมไม่รู้ตัว" รณภพกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "แต่ความผิดทั้งหมดตกเป็นของผม ครัวถูกปิด สื่อรุมประณาม ใบอนุญาตถูกเพิกถอน และอาชีพที่ผมรักที่สุด... พังทลายลงในชั่วข้ามคืน"
ความเจ็บปวด ความคับแค้น และความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมานานถูกถ่ายทอดออกมาผ่านน้ำเสียงที่สั่นเครือ รณภพหันมามองหน้ากันต์กวี ดวงตาสีนิลคู่นั้นเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้ไม่ให้ไหลลงมา
ภาพของเชฟมิชลินผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ยามนี้กลับดูเปราะบางและน่าทะนุถนอมจนกันต์กวีแทบอดใจไม่ไหว
ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกลงมาข้างขมับของรณภพแผ่วเบา การกระทำที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้อีกฝ่ายนิ่งงิ่งค้างไป
"เก่งมากครับที่อดทนแบกเรื่องนี้มาได้ตั้งนานขนาดนี้" กันต์กวีเอ่ยเสียงนุ่ม ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มอ่อนโยนที่ส่งตรงถึงดวงตา "แต่ตอนนี้... คุณไม่ต้องแบกมันคนเดียวแล้วล่ะครับ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลา ความตึงเครียดจากภายนอกห้องครัวมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้คนทั้งสองเข้าหากันช้าๆ ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ จนลมหายใจเริ่มรดรินกันและกัน
รณภพหลุบตาลงมองริมฝีปากของคนที่ยืนประชิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยความรู้สึกที่ยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองเป็นครั้งแรก
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะสัมผัสกัน เสียงทุบประตูกระจกด้านหลังก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงพังทำลายกลอนประตูที่สนิมเขรอะจนหลุดกระเด็น
โครม!
ประตูกระจกเปิดผางออกพร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดดำก้าวพรวดเข้ามาในครัว ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งรณภพและกันต์กวีต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่ใช่พวกอันธพาลเหล่านั้น...
แต่เป็นร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวตามเข้ามาทีหลัง พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับบนใบหน้าคุ้นเคย
"ว้าว... บรรยากาศโรแมนติกดีนี่ครับเชฟรณภพ ไม่คิดเลยว่าหลบมาอยู่ที่นี่ จะมีหนุ่มหน้าตาดีคอยมาดามใจให้ถึงในครัวแบบนี้"
กันต์กวีชะงักกึก ดวงตาคมกริบหรี่ลงทันทีเมื่อจดจำใบหน้านั้นได้แม่นยำ
"แก..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับความลับที่ค่อยๆ เผยออกมาในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าด้วยความฟินแบบจัดเต็มเช่นเคยนะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 9
ความจริงหลังเมนูพิเศษ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!