เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 7

ร่องรอยที่ถูกทิ้งไว้

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงก๊อกน้ำที่ปิดสนิททิ้งความเงียบงันให้โรยตัวลงบนห้องครัวสไตล์มินิมอล รณภพยืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์หินอ่อน แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนตึงเครียดขึ้นเล็กน้อยเมื่อคำพูดเมื่อครู่ยังคงดังวนเวียนอยู่ในโสตประสาท *“เจอตัวสักทีนะ... ไอ้หนูท่อ”* มันไม่ใช่เสียงของเขา และแน่นอนว่ามันไม่ใช่เสียงของกันต์กวี นิ้วเรียวยาวของเชฟหนุ่มที่มักจะหยิบจับวัตถุดิบด้วยความนุ่มนวลและแม่นยำ บัดนี้กลับกำขอบเคาน์เตอร์แน่นจนข้อต่องอขาวโพลน ดวงตาสีเข้มหันขวับไปยังทิศทางของระเบียงกระจกใสที่เชื่อมต่อกับสวนหย่อมด้านนอก เซฟเฮาส์หลังนี้ถูกเลือกสรรมาอย่างดีเพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสูงสุด แต่ในวินาทีนี้ ความไร้ที่ติของมันกลับพังทลายลงด้วยร่องรอยบางอย่างที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นพรม กันต์กวีไม่ได้ระੋคเคืองกับความเงียบที่กดดันนั้นแม้แต่น้อย นักสืบหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับแมวป่า ในมือถือซองเอกสารยับยู่ยี่ที่เพิ่งหยิบมาจากร่องประตูหน้าบ้าน รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏบนมุมปาก ทว่าดวงตากลับคมกริบไร้ซึ่งความขี้เล่น "ดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญของเรา จะไม่ได้มาแค่เดินเล่นชมสวนนะฃรณภพ" กันต์กวีเอ่ยเสียงเรียบ ทอดสายตามองรอยเปื้อนโคลนจางๆ ที่ประทับอยู่บนพรมปูพื้นเนื้อหนา ลากยาวมาจากประตูกระจกด้านหลังตรงดิ่งมาหยุดอยู่หน้าห้องครัวพอดิบพอดี รณภพก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวร่างโปร่งด้วยความหงุดหงิดระคนกังวล มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อของนักสืบตัวแสบ ดึงเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ไออุ่นจากร่างกายของเชฟหนุ่มแผ่ซ่านความร้อนรุ่มท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด "คุณพาใครตามมาเหรอ... กันต์กวี" เสียงทุ้มต่ำคาดคั้นลอดไรฟัน ดวงตาคมกวาดมองใบหน้ากวนๆ ของอีกฝ่ายด้วยความไม่ไว้วางใจ "บอกผมแล้วไม่ใช่เหรอว่าที่นี่ปลอดภัย ไม่มีใครรู้พิกัดนอกจากคุณกับผม" กันต์กวีไม่ได้ดิ้นรนขัดขืน เขากลับยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย ปล่อยให้รณภพโกรธเกรี้ยวใส่ ปลายนี้คือเสน่ห์ที่ทำให้เชฟหนุ่มผู้นิ่งขรึมหลุดฟอร์มได้เสมอ มือเรียวเอื้อมขึ้นไปแตะข้อมือแกร่งที่กำปกเสื้อของตนไว้เบาๆ ออกแรงบีบเล็กน้อยเชิงเตือนสติ "ใจเย็นก่อนสิครับเชฟ... หึงผมเหรอถึงได้ร้อนรนขนาดนี้ หรือกลัวว่าครัวหรูๆ ของคุณจะเปื้อนรอยเท้าสกปรกกันแน่" กันต์กวีสวนกลับด้วยน้ำเสียงยียวน กลบเกลื่อนสถานการณ์วิกฤตด้วยความกะล่อนตามนิสัย "นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นนะ!" รณภพกัดฟันกรอด ขยับตัวเข้ามาประชิดจนกันต์กวีต้องถอยหลังไปชนกับตู้เก็บของด้านหลัง ความใกล้ชิดนี้สร้างกระแสไฟฟ้าสถิตที่พุ่งพล่านระหว่างกันอย่างรุนแรง เคมีที่เคยปะทะคารมกันด้วยความหมั่นไส้ บัดนี้ถูกย้อมด้วยความตึงเครียดอันตรายที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ "ผมถามว่า... ใครตามเรามา" กันต์กวีหุบยิ้มลงทีละน้อย สายตาคมกวาดมองผ่านไหล่กว้างของรณภพไปยังจุดที่รอยโคลนปรากฏ "ไม่มีใครตามผมมา... แต่มีคนจงใจ *'ทิ้งข้อความ'* ไว้ให้ผมต่างหากล่ะ" นักสืบหนุ่มสะบัดตัวหลุดจากการพันธนาการ เดินนำไปยังประตูกระจกบานเลื่อนที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย อากาศยามค่ำคืนพัดผ่านเข้ามาปะทะผิวกาย เย็นยะเยือกจนขนลุกชัน บนขอบกระจกใสมีรอยนิ้วมือเปื้อนคราบเขม่าสีดำประทับอยู่ และตรงกลางวงกบ มีมีดพับเล่มเล็กปักคาไว้พร้อมกระดาษโน้ตแผ่นยับ รณภพเดินตามมาติดๆ สายตาคมกวาดมองสิ่งแปลกปลอมนั้นด้วยความระแวง เชฟหนุ่มยื่นมือจะเข้าไปหยิบมีด แต่มือเรียวของกันต์กวีกลับคว้าข้อมือเขาไว้เสียก่อน "อย่าแตะครับ... เดี๋ยวดักลายนิ้วมือเสียหาย" กันต์กวีเอ่ยเสียงเข้ม แววตาขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป กลายเป็นนักสืบมืออาชีพที่เต็มไปด้วยความสุขุมเด็ดขาด รณภพชะงัก เหลือบมองมือเรียวที่ยังคงกุมข้อมือตนเองไว้ ความอุ่นร้อนจากฝ่ามืออีกฝ่ายส่งผ่านเข้ามาจนเขาต้องรีบดึงมือกลับกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผล "แล้วคุณจะทำยังไงต่อ... นักสืบผู้เก่งกาจ" รณภพถามเสียงเยียบ เย็นชาเพื่อรักษาฟอร์ม แต่สายตากลับจ้องมองแผ่นหลังของกันต์กวีที่โน้มตัวลงสำรวจร่องรอยอย่างละเอียด "ก็คงต้องเปิดอ่านดูสิครับว่า 'หนูท่อ' ตัวนี้ ส่งสารอะไรมาถึงผม" กันต์กวีใช้ด้ามปากกาเขี่ยกระดาษโน้ตแผ่นนั้นให้หลุดออกจากคมมีด ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาคลี่ออกอ่านภายใต้แสงไฟจากห้องครัวที่สาดส่องออกมา บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น รณภพก้าวเข้าไปยืนชิดด้านหลัง ชะเง้อมองตัวอักษรที่ถูกตัดแปะจากหนังสือพิมพ์ทีละตัวอย่างใจจดใจจ่อ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของกันต์กวีลอยมาแตะจมูก ปะปนกับกลิ่นอายความเครียดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ข้อความสั้นๆ บนกระดาษทำให้กันต์กวีต้องหรี่ตาลง รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง *‘ซ่อนตัวให้ดี... ระวังเชฟจอมปลอมจะเชือดคอเธอเอง’* รณภพขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่อ่านจบ ความหมายของมันพุ่งเป้ามาที่เขาอย่างชัดเจน ดวงตาสีเข้มหันขวับไปมองหน้ากันต์กวีเพื่อหาคำอธิบาย แต่ทว่า... นักสืบหนุ่มกลับไม่ได้มองที่ตัวหนังสือบนกระดาษ เขากำลังจ้องมองออกไปในความมืดมิดของสวนหย่อมด้านนอก ที่ซึ่งเงาไม้ไหววูบตามแรงลม "หมายความว่ายังไง..." รณภพเอ่ยเสียงต่ำ "มันหมายถึงผมเหรอ" "เปล่าเลยครับ..." กันต์กวีตอบเสียงพร่า สายตายังคงจับจ้องไปที่ความมืดเบื้องหน้า มือเรียวขยับไปปิดสวิตช์ไฟในห้องครัวทันที ความมืดเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวในเสี้ยววินาที มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องเข้ามาทางกระจก "มันไม่ได้หมายถึงคุณหรอกครับเชฟ..." กันต์กวีเอื้อมมือไปคว้าแขนของรณภพ ดึงให้ร่างสูงเข้ามาหลบหลังเสาผนังคอนกรีตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังหัวใจกระตุกวูบ "เพราะไอ้คนที่ส่งสาร... มันไม่ได้อยู่ข้างนอกสวนนั่นหรอกครับ..." รณภพชะงัก กลิ่นไอความเย็นเฉียบแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง เมื่อเสียงฝีเท้าแผ่วเบา... ดังขึ้นจาก *'ภายใน'* ทางเดินชั้นสองของเซฟเฮาส์หลังนี้เอง ขอบคุณทุกการติดตามและกำลังใจที่เหนียวแน่นจากรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคน แล้วเรามาลุ้นระทึกไป100%ด้วยกันในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%