เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 6

สงครามประสาทตอนตีสอง

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
"ถ้าคุณยังเดินวนไปวนมาทำเสียงก๊อกแก๊กเหมือนหนูท่อติดจั่นอีกแค่ก้าวเดียว ผมจะเอาน้ำมันพริกเผาลาดหัวคุณจริงๆ ด้วยนะครับคุณกันต์กวี" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านความเงียบงันของห้องครัวยามตีสองดังขึ้นอย่างเฉียบคม รณภพไม่ได้หันกลับมามองด้วยซ้ำ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชือกสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์สแตนเลส มือเรียวยาวสาละวนอยู่กับการหั่นเห็ดทรัฟเฟิลด้วยลีลาที่เยือกเย็นและแม่นยำ ราวกับเสียงบ่นเมื่อครู่เป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านใบไม้ กันต์กวีหยุดฝีเท้าทันที ชายหนุ่มสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์อย่างหัวเสีย ดวงตาคมปลาบกวาดตามองแผ่นหลังกว้างที่แผ่รังสีความน่ารำคาญออกมาเป็นระลอกๆ "ผมไม่ได้เป็นหนูท่อสักหน่อยเชฟ... ผมแค่กำลังใช้ความคิด" นักสืบหนุ่มลอยหน้าลอยตาเถียง พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบแอปเปิ้ลเขียวลูกโตในตะกร้ามาโยนเล่นสลับมือไปมา "แล้วอีกอย่าง นี่มันตีสองสิบหนาทีแล้ว ทำไมคุณถึงยังตื่นมาบรรจงหั่นเห็ดพวกนี้อยู่ หรือว่าคุณมีปมด้อยอะไรกับเวลานอนเหรอครับ" รณภพวางมีดในมือลง เสียงโลหะกระทบเขียงไม้ดัง *กริ๊ก* เบาๆ แต่กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงไปหลายองศา เชฟหนุ่มค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบหน้าคมคายมองตรงมาที่กันต์กวีด้วยแววตาที่อ่านยาก มันไม่ใช่ความโกรธเกลียด แต่เป็นความนิ่งงันที่ลึกซึ้งจนน่ากลัว "คนที่ควรจะถามคำถามนี้ น่าจะเป็นผมมากกว่านะครับ" รณภพกอดอก ก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ทีละนิด "คดีฆาตกรรมอำพรางที่คุณกำลังเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง มันไม่ใช่เรื่องสนุกในบอร์ดเกมนะคุณกันต์... ทำไมคุณถึงยังไม่นอน? หรือว่าภาพเหตุการณ์ในห้องใต้ดินวันนั้นมันยังหลอนจนคุณข่มตาให้หลับไม่ได้กันล่ะครับ" คำพูดนั้นสะدเข้ากลางใจเป๊ะ กันต์กวีชะงักมือที่กำลังจะโยนแอปเปิ้ล รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหล่อเหลาเจื่อนลงไปวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่พยายามสร้างขึ้นมากลบเกลื่อน "อย่ามาทำเป็นรู้ดีหน่อยเลยเชฟ..." กันต์กวีแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมหลบวูบไปทางอื่นเสี้ยววินาที "คนอย่างผม ผ่านเรื่องคอขาดบาดตายมาเยอะ เกินกว่าจะมานอนฝันร้ายเรื่องศพในตู้แช่ไวน์ของคุณก็แล้วกัน" "งั้นเหรอครับ" รณภพโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนกันต์กวีได้กลิ่นจางๆ ของโรสแมรี่และกลิ่นไอความสะอาดจากตัวเชฟหนุ่ม มันเป็นกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกปั่นป่วนในท้องอย่างประหลาด "ถ้าจิตใจคุณแข็งแกร่งขนาดนั้น ทำไมเมื่อกี้ตอนที่ฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ คุณถึงสะดุ้งทำแฟลชไดร์ฟในมือร่วงล่ะครับ... แถมยังเผลอขยับเข้าไปใกล้ผมตั้งสามรอบ" "ผมไม่ได้ขยับ! ผมแค่... ขยับหนีความซกมกของคุณต่างหากเล่ะ!" กันต์กวีเถียงเสียงแข็ง ใบหน้าหล่อเริ่มมีรอยแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความฮึดฮัด ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะโดนจับไต๋ได้คาหนังคาเขาต่างหาก รณภพจ้องมองปฏิกิริยานั้นด้วยมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มหายากที่นานๆ ทีจะได้เห็น และมันทรงพลังพอที่จะทำให้หัวใจของนักสืบจอมกะล่อนกระตุกวูบได้อย่างไม่น่าเชื่อ กำแพงหนาที่กันต์กวีสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นความรู้สึกมาตลอดชีวิต เหมือนจะเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ เกิดขึ้น จากสายตาที่มองมาแบบนี้ จากน้ำเสียงที่ไม่ได้ประชดประชันเหมือนทุกที "ความจริงแล้ว..." รณภพถอนหายใจเบาๆ ยืดตัวกลับไปยืนตรง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นราบเรียบจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ผมเกลียดคนโกหก... แต่ผมเกลียดคนที่พยายามแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวมากกว่า" กันต์กวีเงยหน้าขึ้นสบตา บรรยากาศในห้องครัวตลบอบอวลไปด้วยความเงียบงันที่มีน้ำหนักมหาศาล ไม่มีเสียงกวนประสาท ไม่มีคำพูดประชดประชัน มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นแข่งกับเข็มนาฬิกายามตีสอง "คุณหมายความว่ายังไง..." กันต์กวีถามเสียงแผ่ว ความเกร็งขืนในแววตาหายไป เหลือเพียงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด "หมายความว่า เลิกทำตัวเป็นฮีโร่โง่ๆ ที่คิดว่าตัวเองต้องรอดชีวิตกลับออกไปคนเดียวได้แล้วครับ" รณภพเอื้อมมือออกไปอย่างช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงที่ขอบแก้วกาแฟเย็นชืดตรงหน้ากันต์กวี เลื่อนมันขยับเข้ามาใกล้ตัวนักสืบหนุ่มมากขึ้น "เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปในเซฟเฮาส์หลังนี้... คนที่จะซวยและต้องมานั่งตอบคำถามตำรวจยาวนานที่สุด ก็คือเชฟที่ทำอาหารให้คุณกินอย่างผมนะครับ" เป็นประโยคที่ฟังดูเห็นแก่ตัว แต่มันกลับอบอุ่นจนน่าประหลาด กันต์กวีมองหน้ารณภพเนิ่นนาน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะยกยิ้มขึ้นน้อยๆ เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่ที่ทั้งคู่พบกัน "ปากร้ายเป็นบ้าเลยนะเชฟ... แต่เอาเถอะ ผมจะถือว่านั่นคือความเป็นห่วงในแบบฉบับของคุณก็แล้วกัน" "อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยครับ" รณภพส่ายหน้าเบาๆ แต่ไม่ได้ถอยหนี ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ความเงียบงันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจอันเปราะบาง เสียงกุกกักแปลกประหลาดก็ดังขึ้นจากทางระเบียงด้านหลังห้องครัว เป็นเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เหยียบลงบนพื้นกรวด พร้อมกับเงาทะมึนของร่างใครบางคนทาบทับลงบนกระจกใส ทั้งคู่สบตากันโดยไม่ต้องนัดหมาย รณภพคว้ามีดเชฟด้ามยาวขึ้นมาในมือทันทีด้วยสัญชาตญาณดิบ ขณะที่กันต์กวีพุ่งตัวไปปิดสวิตช์ไฟหลักของห้องครัวจนมืดสนิทในพริบตา ก่อนที่ประตูกระจกบานเลื่อนจะถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำเหี้ยมเกรียมที่ดังแทรกความมืดเข้ามา... "เจอตัวสักทีนะ... ไอ้หนูท่อ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%