เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 5

เมื่อความลับลอยมากับควันไฟ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
"ถ้าคุณยังเดินวนไปวนมาด้วยฝีเท้าหนักอึ้งแบบนั้นอีกสามก้าว ผมจะถือว่าคุณจงใจทำลายพื้นครัวราคาแพงของผม และเตรียมตัวรับบิลค่าซ่อมหลักแสนได้เลยครับคุณกันต์กวี" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจางๆ ดังขึ้นจากหน้าเคาน์เตอร์ครัว รณภพไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ (ที่ตอนนี้กลายเป็นผู้อาศัยกึ่งจำยอม) มือเรียวยาวของเชฟหนุ่มกำลังบรรจงแล่เนื้อปลาแซลมอนด้วยมีดญี่ปุ่นเล่มบาง เฉียบคมจนสะท้อนแสงไฟสีส้มอุ่นในเซฟเฮาส์ กันต์กวีชะงักฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทไหววูบด้วยความหมั่นไส้ นักสืบหนุ่มย่อตัวลงพิงสะโพกกับเคาน์เตอร์หินอ่อน พลางหรี่ตามองคนตัวสูงกว่าที่นิ่งสงบราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารอาหารระดับโลก "ปากคอเรานี่มันน่าเอาพริกไทยป่นกรอกใส่สักกระปุกจริงๆ นะครับเชฟรณภพ ผมแค่เดินสำรวจความปลอดภัยรอบบ้าน... ในฐานะที่ข้างนอกนั่นเพิ่งมีไอ้โม่งพยายามจะงัดหน้าต่างห้องนั่งเล่นเมื่อสิบนาทีที่แล้วนี่เอง" กันต์กวีว่าพลางยกมือขึ้นกอดอก ดวงตาคู่คมจับจ้องเสี้ยวหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายที่นิ่งสนิท ไม่มีแม้แต่ร่องรอยความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เลยสักนิด มีเพียงความเยือกเย็นที่ชวนให้คนมองรู้สึกหมั่นไส้ระคนทึ่ง "ถ้าคุณใช้เวลาเดินสำรวจอย่างไร้ประโยชน์นั้น มาช่วยผมเช็คสต็อกวัตถุดิบในตู้เย็น ป่านนี้เราคงได้นั่งกินมื้อดึกอย่างสงบไปนานแล้วครับ" รณภพวางมีดลงบนเขียงเสียงดัง *กริ๊ก* ก่อนจะหันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีนิลคมกริบมองทะลุผ่านกรอบแว่นสายตา ทว่าจังหวะนั้นเอง... *เพล้ง!* เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังครัวแตกละเอียดพร้อมกับวัตถุทรงกลมปริศนาที่พุ่งทะลุเข้ามาในห้อง กลิ่นฉุนรุนแรงของควันไฟและแก๊สพิษคละคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณในพริบตาเดียว! "หมอบลง!" รณภพไม่รอช้า สัญชาตญาณดิบที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดเชฟผู้แสนเนี๊ยบทำงานทันที มือใหญ่คว้าต้นแขนของกันต์กวีแล้วกระชากลากลงกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ แรงปะทะทำให้ร่างของทั้งคู่ล้มกลิ้งไปหลบหลังเคาน์เตอร์ครัวหนาทึบอย่างไร้ความนุ่มนวล "เฮ้ย! เบาๆ หน่อยสิคุณ แขนผมจะหักอยู่แล้วนะ!" กันต์กวีโวยวายเสียงดังลอดไรฟัน ขณะที่แขนแกร่งอีกข้างของรณภพยกขึ้นโอบเอวเขาไว้แน่นเพื่อดึงให้แนบชิดกับแนวตู้ ป้องกันสะเก็ดไฟและควันพิษที่ลอยตลบอบอวล ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงไอค็อกكَายจากควันสีเทาที่เริ่มหนาแน่น อุณหภูมิรอบตัวกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างประหลาด ไม่ใช่เพราะเปลวไฟจากด้านนอก แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไป ลมหายใจอุ่นร้อนของรณภพปัดผ่านข้างแก้มของกันต์กวี ขณะที่แผ่นอกกว้างแนบชิดติดกับแผ่นหลังของนักสืบหนุ่มที่ถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดโดยสัญชาตญาณ กันต์กวีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นระรัวผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวจากเหตุการณ์บุกรุก แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนและกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายเครื่องเทศจางๆ ของเชฟหนุ่มที่กำลังโอบกอดเขาไว้ปกป้อง "เงียบ... และอย่าขยับ" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนกันต์กวีต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้และวาบหวิวในเวลาเดียวกัน "รู้แล้วน่า... ผมไม่ใช่เด็กๆ สักหน่อย" กันต์กวีพยายามเถียงกลบเกลื่อนความประหม่า ดวงตากลมโตเหลือบมองมือหนาที่ยังคงกุมเอวเขาแน่นจนเนื้อผ้าเสียดสีกัน "แต่ถ้าคุณยังจับผมแน่นขนาดนี้ ผมอาจจะขาดอากาศหายใจตายก่อนโดนควันไฟรมเสียอีกนะครับ" รณภพชะงักไปเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าเขากำลังกอดอีกฝ่ายแน่นเกินความจำเป็น เชฟหนุ่มรีบคลายมือออกอย่างรวดเร็วราวกับโดนของร้อน ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยขึ้นสีแดงเรื่อจางๆ ท่ามกลางความสลัวของห้องครัวที่ถูกควันไฟปกคลุม "ขอโทษทีครับ... มือมันไปเอง" รณภพเอ่ยเสียงเรียบ พยายามปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ ทว่าดวงตาคู่คมกลับหลบเลี่ยงการสบตาอย่างน่าพิศวง "หึ ปากบอกมือไปเอง แต่กอดซะแน่นเชียว... หรือว่าติดใจอ้อมกอดนักสืบรูปหล่อคนนี้เข้าแล้วล่ะครับ" กันต์กวีอดไม่ได้ที่จะหยิกแกมหยอก แม้สถานการณ์รอบตัวจะตึงเครียดเพียงใด สัญชาตญาณความกะล่อนก็ยังคงทำงานเป็นเลิศ "ถ้าคุณยังไม่หุบปาก ผมจะหยิบซอสพริกเผาเผ็ดที่สุดในร้านมาทำความสะอาดปากคุณเดี๋ยวนี้แหละครับคุณกันต์กวี" รณภพคาดโทษด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน ทว่าแววตาที่มองมากลับไม่มีพิษภัย มีเพียงความเขินอายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีดุร้าย "โอเคๆ ยอมแพ้แล้วครับ" กันต์กวีชูมือสองข้างขึ้นระดับไหล่อย่างยอมจำนน ก่อนจะหันมามองสำรวจสถานการณ์ด้านนอก "ว่าแต่... เจ้าพวกนั้นคงไม่ได้มาแค่ปار์บอมบ์ควันแน่ๆ คุณว่ามันต้องการอะไร ไฟล์ลับในห้องทำงานผม หรือสูตรอาหารลับระดับมิชลินของคุณกันแน่" รณภพขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบครัวเพื่อหาทางหนีทีไล่ "บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ระบบป้องกันการบุกรุกเพิ่งถูกตัดสัญญาณไปเมื่อกี้... แสดงว่าพวกมันมีคนวงในคอยช่วยเหลือ" "คนวงใน?" กันต์กวีทวนคำ สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาของนักสืบมืออาชีพกลับมาคมกริบและจริงจังในเสี้ยววินาที "หมายความว่า... มีหนอนกระเทาะเปลือกอยู่ในทีมเราอย่างนั้นสินะครับ" "ถูกต้องครับ" รณภพพยักหน้ารับ มือเรียวเอื้อมไปเปิดช่องลับใต้เคาน์เตอร์ เผยให้เห็นกุญแจสำรองและอาวุธป้องกันตัวขนาดพกพา "และทางเดียวที่เราจะรู้ว่าใครคือหนอนตัวนั้น คือเราต้องออกไปข้างนอก... ทางอุโมงค์ใต้ดินหลังบ้าน" กันต์กวีมองหน้าเชฟหนุ่มนิ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน "น่าสนุกนี่ครับ... นึกว่าจะได้นั่งกินแซลมอนเงียบๆ เสียอีก กลายเป็นว่าคืนนี้เราต้องมาวิ่งหนีตายด้วยกันซะงั้น" "อย่าบ่นให้มากความเลยครับคุณนักสืบ จับมือผมไว้... ทางนั้นค่อนข้างมืดและชัน" รณภพเอ่ยตัดบท พร้อมกับยื่นมือหนาออกมาตรงหน้า ดวงตาสีนิลมองสบตากับกันต์กวีนิ่ง รอคอยการตัดสินใจ กันต์กวีนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัวกับคำว่า *จับมือผมไว้* มือเรียวของนักสืบหนุ่มยื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับความอุ่นร้อนของอีกฝ่ายที่เอื้อมมากุมไว้แน่นอย่างมั่นคง เคมีบางอย่างระเบิดขึ้นเงียบๆ ในความมืดมิดของห้องครัวที่เต็มไปด้วยควันไฟ ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ขยับตัวก้าวลงสู่ออุโมงค์ใต้ดิน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับเสียงพังประตูที่ดังสนั่นหวั่นไหว *โครม!* บานประตูไม้สักหนาหนักถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบ เผยให้เห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์หลายคนในชุดสูทสีดำสนิท พร้อมอาวุธครบมือที่ก้าวเข้ามาในบ้าน ทว่าสิ่งที่ทำให้รณภพและกันต์กวีถึงกับชะงักค้าง คือบุคคลที่เดินนำหน้ากลุ่มคนเหล่านั้นเข้ามา ผู้ชายในชุดโค้ทกันหนาวสีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้ม ดวงตาคู่คมกวาดมองความเสียหายในห้องครัว ก่อนจะหยุดสายตามาที่ซอกหลบหลังเคาน์เตอร์ของทั้งคู่ "ไง... รณภพ ไม่คิดเลยนะว่าเชฟมือหนึ่งจะลดตัวมาคลุกคลีกับนักสืบตกอับแถวนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ และประโยคนั้นเอง... ที่ทำให้กันต์กวีเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เพราะใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า คือคนเดียวกับที่เขาคิดว่าตายไปแล้วในคดีเมื่อสามปีก่อน! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสควันไฟและความลับระอุในตอนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%