เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องครัวสไตล์โมเดิร์นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วบดชั้นดีและกลิ่นอายความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะใช้มือจับต้องได้
"คุณนี่มัน... สร้างเรื่องเก่งกว่าตอนทำคดีเสียอีกนะรณภพ"
กันต์กวีเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างสูงของเชฟหนุ่มผู้ยืนนิ่งสนิทอยู่หลังเคาน์เตอร์ครัว มือเรียวของนักสืบหนุ่มไม่ได้ถือแก้วกาแฟอย่างที่เคย แต่กำลังถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าที่เพิ่งถูกหยิบขึ้นมาจากซอกมุมมืดสนิท
รณภพขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมที่เคยราบเรียบไร้ระลอกคลื่น บัดนี้ไหววูบด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ชนิดที่เรียกว่าหากขยับอีกเพียงนิดเดียวปลายจมูกคงจะชนกัน
"ถ้าไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยากกว่าเดิม ปิดปากแล้ววางแฟ้มนั้นลงซะ กันต์กวี" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิด แต่น้ำเสียงนั้นกลับสั่นเครือเล็กน้อยจนคนฟังจับพิรุธได้
"คิดว่าผมเป็นใครกันครับเชฟ? นักสืบต๊อกต๋อยข้างถนนหรือไง ถึงได้คิดว่าคำขู่แค่นี้จะทำให้ผมกลัว" กันต์กวีเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย ทั้งที่หัวใจข้างในเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปหมดเมื่ออยู่ใกล้กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นเครื่องเทศจางๆ ของคนตรงหน้า "คนตายเมื่อสามปีก่อน... คนที่สำนวนคดีบอกว่าจมน้ำหายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอย... แต่กลับมายืนหัวโด่อยู่ในเซฟเฮาส์ของคุณเนี่ยนะ? แถมยังเป็นคนส่งมอบหลักฐานชิ้นสำคัญที่ผมตามหามาทั้งชีวิตให้อีกต่างหาก มันหมายความว่ายังไงกันแน่"
รณภพไม่ตอบ เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะแย่งแฟ้มเอกสารในมือของอีกฝ่ายคืนมา ทว่ากันต์กวีไวกว่า เจ้าตัวหมุนตัวหลบอย่างคล่องแคล่วจนแผ่นหลังไปชนเข้ากับตู้เย็นสีเงินวาววับโดยมีร่างสูงกักตัวไว้ตรงกลาง แขนแกร่งทั้งสองข้างวางทาบลงบนบานตู้เย็นเพื่อปิดกั้นทุกเส้นทางหนี
เคมีที่พลุ่งพล่านระหว่างคนทั้งคู่ระอุขึ้นในเสี้ยววินาที ความโกรธ ความสงสัย และแรงดึงดูดประหลาดหลอมรวมกันจนบรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าว
"ถอยไปเลยนะรณภพ คุณไม่มีสิทธิ์มา..."
"ผมมีสิทธิ์มากกว่าที่คุณคิด" รณภพก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มพร่ากระชากวิญญาณคนฟังให้เคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ "และหลักฐานใต้ตู้เย็นที่คุณเพิ่งดึงออกมานั่น... มันคือสิ่งที่จะลากตัวการใหญ่ลงมาดนตรีความยุติธรรมได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นหลักฐานที่จะฆ่าผมให้ตายทั้งเป็นด้วยเหมือนกัน"
กันต์กวีชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งและสมบูรณ์แบบของเชฟหนุ่ม นิ้วมือที่ถือแฟ้มเอกสารเผลอคลายแรงลงโดยอัตโนมัติ
"หมายความว่า... ที่คุณทำตัวเย็นชา ไล่ผม ปิดบังนู่นนี่นั่นมาตลอด ก็เพื่อปกป้อง... หรือเพื่อถ่วงเวลาไม่ให้ผมเข้าใกล้ความจริงกันแน่" กันต์กวีถามเสียงแผ่วลง ความกะล่อนหายวับไปกับตา เหลือเพียงความจริงจังที่สะท้อนอยู่ในแววตาคู่สวย
รณภพจ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดไม่หยุดของคนตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ความใกล้ชิดนี้ทำให้สติที่เขารักษามาตลอดสามปีพังทลายลงในชั่วพริบตา ปลายจมูกของคนทั้งคู่แทบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดกันและกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นเจ้าของ
"ถ้าผมบอกว่า... ผมทำเพื่อปกป้องคุณจากความฉิบหายที่จะตามมาล่ะ คุณจะเชื่อผมไหม กันต์กวี?"
คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจคนฟังอย่างจัง ไดอะล็อกคมคายที่เคยใช้ฟาดฟันกันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงเครื่องทำความเย็นของตู้เย็นเบื้องหลัง
กันต์กวีเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความสับสนและความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย มือเรียวข้างที่ว่างค่อยๆ เลื่อนขึ้นแตะลงบนลาวไหล่กว้างของอีกฝ่ายอย่างลังเล
"คำพูดร้อยแปดพันเก้าของคุณ... ผมไม่เคยเชื่อถือหรอกนะรณภพ" กันต์กวีเอ่ยเสียงกระซิบพร่า ริมฝีปากห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร "แต่ถ้าอยากให้ผมเชื่อ... ลองพิสูจน์ให้ดูหน่อยสิครับ"
รณภพนัยน์ตาวาวโรจน์ขึ้นมาทันที ราวกับเสือร้ายที่ถูกท้าทายจากเหยื่อตัวแสบ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ได้รู้จักกัน มือหนาเลื่อนมาประคองท้ายทอยของนักสืบหนุ่มไว้มั่น นิ้วโป้งลูบไล้กรอบหน้าเนียนอย่างแผ่วเบาเชิงขออนุญาต ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะโน้มลงมาหาช้าๆ ท่ามกลางความตื่นเต้นเร้าใจที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดสนิทกันจนไม่เหลือช่องว่าง เสียงเคาะประตูกระจกหนาหนักสลับกับเสียงบิดลูกบิดประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ!
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"เชฟรณภพครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ตำรวจกองปราบปรามกำลังบุกเข้ามาที่เซฟเฮาส์แล้วครับ!"
เสียงตะโกนโวยวายของลูกน้องคนสนิทที่ดังทะลุประตูเข้ามา ทำให้รณภพและกันต์กวีผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต ร่างสูงถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยสีหน้าถมึงทึง ขณะที่กันต์กวีกระชับแฟ้มเอกสารในมือแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกปนเสียดาย
รณภพหันขวับไปมองหน้าต่างกระจกที่สะท้อนเงาไฟไซเรนสีแดงฉานที่สาดส่องเข้ามาจากด้านนอก ก่อนจะหันกลับมาสบตากับนักสืบหนุ่มด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวราวกับตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว
"ดูเหมือนว่า... เราจะหมดเวลาเล่นสนุกกันแล้วล่ะครับคุณนักสืบ" รณภพพูดลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ถ้าไม่อยากโดนรวบยกคู่ หยิบแฟ้มแล้ววิ่งตามผมมาทางนี้... อย่าส่งเสียงดังเด็ดขาด!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาติดกับดักความฟินและความลุ้นระทึกในตอนนี้ด้วยกันนะครับ!
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 17
หลักฐานชิ้นสำคัญใต้ตู้เย็น
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!