กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของห้องใต้ดินเซฟเฮาส์ไม่ได้มาจากระบบปรับอากาศ แต่มาจากแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังของคนที่กำลังก้าวเดินนำหน้าอยู่ต่างหาก
กันต์กวีสաբานกับตัวเองในใจว่า หากรอดพ้นจากคืนนี้ไปได้ เขาจะไม่มีทางรับงานอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเชฟอดีตมืดมนคนนี้อีกเป็นครั้งที่สอง... แต่ก็นั่นแหละครับ ปากก็พูดไปอย่างนั้นเอง ทว่ามือเรียวกลับยังคงกำแฟ้มเอกสารลับชิ้นสำคัญแนบอกแน่น พร้อมกับฝ่าเท้าที่ต้องเร่งซอยถี่ๆ เพื่อไม่ให้ทิ้งระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่จ้ำอ้าวราวกับกำลังเดินฝ่าสนามรบ
"คุณจะพาผมวิ่งหนีหรือไปวิ่งควายกันแน่ครับเนี่ย รณภพ!" กันต์กวีอดไม่ได้ที่จะกระซิบกระซาบลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด ขณะที่ทั้งคู่พุ่งตัวลัดเลาะผ่านห้องครัวสเตนเลสที่เงียบสงัด "ขาผมไม่ได้ยาวเท่าคุณนะครับคุณเชฟ!"
รณภพหยุดกึกกะทันหันจนกันต์กวีที่มัวแต่บ่นอุบอิบพุ่งชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างเต็มรัก แรงกระแทกนั้นทำให้เอกสารในมือเกือบหลุดร่วง แต่ยังดีที่มือหนาคว้าข้อมือของเขาไว้ได้ทัน ร่างของนักสืบหนุ่มถูกดึงรั้งเข้าไปชิดกับอกแกร่งในมุมอับสายตาหลังเสาปูนเปลือย ลมหายใจอุ่นๆ ของเชฟหนุ่มปะทะเข้ากับขมับของเขาอย่างจัง ท่ามกลางความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟนีออนกระพริบจากลานจอดรถด้านนอกสาดส่องเข้ามา
"หุบปาก... แล้วฟัง" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นจริงจังจนกันต์กวีต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจเสียยิ่งกว่าเสียงฝีเท้าปริมาณมากที่กำลังก้าวเข้ามาทางประตูด้านหน้าเสียอีก
ติ๊ด... เสียงปลดล็อกประตูอิเล็กทรอนิกส์ดังแว่วมาตามโถงทางเดิน
รณภพขมวดคิ้วมุ่น แววตาคมกริบฉายประกายความเยียบเย็นที่กันต์กวีไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความตื่นตระหนก แต่มันคือความระ2แวงขั้นสุดยอดที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ท่าทีนิ่งขรึมมาตลอด
"ในเมื่อไม่ยอมมาหาผมดีๆ... ฉันก็เลยต้องมาตามหาแกถึงที่นี่เองสินะครับ รณภพ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังสะท้อนก้องโถงทางเดิน มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและความคุ้นเคยอย่างน่าขนลุก กันต์กวีเหลือบสายตาขึ้นมองใบหน้าด้านข้างของรณภพ และเขาก็สังเกตเห็นกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนอย่างเด่นชัด มือหนาที่จับข้อมือเขาอยู่เผลอบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพงก้าวเข้ามาในแสงไฟ ท่าทางเย่อหยิ่งและรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจเกินร้อยทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นสนามประลองอารมณ์ทันที ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องครัวก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เงาของพวกเขาสองคนที่หลบอยู่หลังเสา
"สวัสดีครับเพื่อนเก่า... ไม่เจอกันนานเลยนะ ตั้งแต่วันที่นายหอบเอาทุกอย่างหนีไปน่ะ"
กันต์กวีหันไปสบตากับรณภพเงียบๆ เขาสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเชฟหนุ่ม รณภพไม่ได้ขยับเขยื้อน ทว่ากล้ามเนื้อทุกมัดกลับเกร็งเครียดพร้อมปะทะ รังสีอำมหิตที่กดดันจนอากาศรอบตัวแทบจะหายใจไม่ออกทำให้กันต์กวีต้องเป็นฝ่ายขยับริมฝีปากกระซิบถามเบาๆ
"ใครครับเนี่ย... แฟนเก่าคุณเหรอ รสนิยมแย่เป็นบ้าเลยนะ"
แม้สถานการณ์จะหน้าิ่วใจคอขนาดไหน กันต์กวีก็ยังไม่วายหยอดคำกวนประสาทเพื่อลดความตึงเครียด รณภพปรายตามองค้อนเขานิดๆ ด้วยหางตา ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเฮือกหนึ่งเพื่อสงบสติอารมณ์
"ไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นนะครับ กันต์กวี" รณภพเอ่ยเสียงลอดไรฟัน "คนคนนี้... คือคนที่อันตรายที่สุดในชีวิตผม"
ร่างสูงของแขกยามวิกาลก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังเป็นจังหวะราวกับนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง ผู้มาเยือนหยุดยืนอยู่กลางห้องครัว ห่างจากจุดที่พวกเขาลี้ภัยอยู่เพียงไม่กี่ก้าว แสงไฟสาดส่องให้เห็นใบหน้าคมคายที่มีรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณมุมปาก ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องด้วยความเหยียดหยาม
"ออกมาเถอะน่า รณภพ แกซ่อนตัวไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก ที่นี่มันเขตของฉัน... นายก็รู้ดี" เสียงนั้นเอ่ยกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี "แถมดูเหมือนว่า... นายไม่ได้มาคนเดียวสินะครับเนี่ย มี 'หนูสกปรก' แอบติดสอยห้อยตามมาด้วยตัวหนึ่งแฮะ"
กันต์กวีเม้มปากแน่น ความรู้สึกถูกหยามเหยียดแล่นพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ แม้เขาจะเป็นแค่1นักสืบอิสระรับจ้างทั่วไป แต่ก็ไม่เคยชอบให้ใครมาเรียกว่าหนูสกปรก มือเรียวเลื่อนลงไปสัมผัสกับด้ามปืนพกขนาดเล็กที่เหน็บไว้ที่เอวด้านหลังโดยสัญชาตญาณ
รณภพสังเกตเห็นการกระทำนั้น มือหนาเอื้อมมาแตะทับข้อมือของกันต์กวีไว้เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเชฟหนุ่มส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้นักสืบหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ มันไม่ใช่การห้ามปรามด้วยความกลัว แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า *'เชื่อใจผม'*
รณภพสูดหายใจเข้าลึก ก้าวเท้าพ้นจากเงาเสาปูนออกไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว แผ่นหลังกว้างนั้นบังร่างของกันต์กวีไว้มิดชิดราวกับต้องการปกป้อง
"ทางสะดวกดีนี่ครับ 'ภาคิน'..." รณภพเอ่ยชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น "ไม่คิดว่าคนระดับคุณจะต้องลดตัวมาเดินตากฝนตามหาผมถึงที่นี่ด้วยตัวเอง... สงสัยว่าบริษัทมืดของคุณคงจะกำลังใกล้เจ๊งเต็มทีแล้วสินะครับ ถึงได้ร้อนรนขนาดนี้"
ภาคินหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองอดีตเพื่อนสนิทที่ผันตัวไปเป็นเชฟ "ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะรณภพ... แต่ก็นั่นแหละ นายมันก็ดีแต่ปากแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วไม่ใช่เหรอ? ของที่นายเอาไป... ส่งคืนมาให้ฉันซะดีๆ แล้วฉันจะปล่อยนายไปใช้ชีวิตกุ๊กกิ๊กในครัวงี่เง่าของนายต่อ... ว่าไงล่ะ?"
รณภพแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบฉายแววดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง "ของชิ้นนั้น... ผมส่งไปอยู่ในมือคนที่พร้อมจะแฉความเน่าเฟะของคุณให้โลกรู้นานแล้วครับ และต่อให้คุณพลิกแผ่นดินหา ก็ไม่มีวันหาเจอหรอก"
บรรยากาศในห้องครัวตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ แรงกดดันพุ่งสูงจนถึงขีดสุด ภาคินหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที
"งั้นเหรอครับ..." ภาคินกระซิบเสียงต่ำ ควักวัตถุปืนสั้นติดกระบอกเก็บเสียงออกมาจากเสื้อสูทอย่างรวดเร็วราวกับนักมายากล "ถ้าอย่างนั้น... เราคงต้องมาลองรื้อศพเพื่อนเก่ากันดูสักตั้งแล้วล่ะครับ ว่านายจะซ่อนมันไว้ที่ส่วนไหนของร่างกายกันแน่"
ปากกระบอกปืนสีดำสนิทถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของรณภพอย่างไร้ความลังเล!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ก่อนที่นิ้วของภาคินจะทันได้เหนี่ยวไก กันต์กวีที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังก็พุ่งพรวดออกมาพร้อมกับเอกสารในมือที่ถูกขว้างใส่หน้าภาคินเต็มแรงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ พร้อมกับชักปืนออกมาระดับอกแล้วเหนี่ยวไกยิงเฉียดไหล่ขวาของอีกฝ่ายจนกระสุนฝังเข้ากับผนังห้องครัวเสียงดังสนั่น!
"แก!" ภาคินสบถลั่นเบี่ยงตัวหลบกระสุนอย่างรวดเร็ว หันปากกระบอกปืนมาทางกันต์กวีทันที
"ระวัง!" รณภพคำรามลั่น พุ่งเข้าชาร์จร่างของภาคินเต็มแรงจนทั้งคู่ล้มกลิ้งไปกระแทกกับเคาน์เตอร์สเตนเลสเสียงดังสนั่นหวั่นไหว อุปกรณ์ทำครัวและมีดหลากชนิดร่วงหล่นลงพื้นกระจายเกลื่อน
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ชุลมุนและลมหายใจกำลังกระชั้นชิด เสียงฝีเท้าหนักๆ อีกหลายคู่ก็ดังขึ้นที่ประตูด้านนอก พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาจนสว่างจ้า
เงาร่างของชายชุดดำอีกสามคนก้าวเข้ามาพร้อมกับอาวุธครบมือ และหนึ่งในนั้น... เดินตรงเข้ามาเอ่ยชื่อที่ทำให้รณภพถึงกับชะงักค้างไปทันที
"เกมโอเวอร์แล้วครับคุณชายรณภพ... และคุณตำรวจลับเฉพาะกิจ" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะ "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับ... นายท่านสั่งให้ผมมารับตัวคุณกลับไปรับโทษสถานหนักแล้ว"
กันต์กวีเบิกตากว้างเมื่อหันไปมองหน้าคนที่เพิ่งมาใหม่ หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่า... นี่ไม่ใช่แค่เรื่องขัดแย้งทางธุรกิจธรรมดาเสียแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 18
เมื่ออดีตมาเคาะประตู
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!