เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 19

เล่ห์เหลี่ยมคนช่างสืบ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงล็อกกลอนประตูห้องทำงานเบาหวิว กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นที่ลอยอวลอยู่กลางอากาศแทบไม่ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย กันต์กวีเบิกตากว้างเมื่อหันไปมองหน้าคนที่เพิ่งมาใหม่ หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่า... นี่ไม่ใช่แค่เรื่องขัดแย้งทางธุรกิจธรรมดาเสียแล้ว เงาร่างสูงโปรดในชุดสูทเข้ารูปของ "รณภพ" ยืนนิ่งสนิทอยู่ตรงกรอบประตู ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองเอกสารลับบนโต๊ะสลับกับหน้าเขา ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นเชฟมิชลินสตาร์ผู้ไร้ความรู้สึกในยามปกติ บัดนี้ขากรรไกรกลับขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน "คุณเข้ามาได้ยังไง รณภพ?" กันต์กวีเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน น้ำเสียงของนักสืบหนุ่มพยายามรักษาความราบเรียบเอาไว้ให้มากที่สุด แม้ในใจจะกำลังประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว "ผมมีกสำรอง... และที่สำคัญกว่านั้น" รณภพก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นห้องดังสะท้อนก้อง "ผมควรเป็นฝ่ายถามคุณมากกว่า ว่าคุณกำลังเล่นเกมบ้าอะไรอยู่ กันต์กวี" ร่างสูงหยุดยืนประชิดโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและแรงกดดันอันน่าประหลาด กันต์กวีเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ปากที่มักจะไวและหาคำตอบมาเถียงได้ทุกสถานการณ์กลับหนักอึ้งขึ้นมาดื้อๆ เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและระแวงแคลงใจคู่นั้น "ผมไม่ได้เล่นเกม" กันต์กวีเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วกวนประสาทตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "ผมกำลังทำงาน... งานที่อันตรายกว่าการยืนผัดเนื้อสเต๊กในห้องครัวหรูๆ ของคุณเยอะ" "งาน?" รณภพแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง "การเอาตัวเข้าไปพัวพันกับพวกค้าของเถื่อน และปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นเหยื่อล่อ... เขาเรียกว่าหาเรื่องใส่ตัวต่างหาก คุณคิดว่าตัวเองฉลาดนักหรือไงถึงกล้าเล่นกับไฟแบบนี้" "แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะ?" กันต์กวีลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ แรงปะทะทำให้เก้าอี้หมุนถอยหลังไปกระแทกกับชั้นหนังสือเบาๆ ดวงตากลมโตจ้องลึกลงไปในดวงตาของเชฟหนุ่ม "ผมจะเป็นจะตาย หรือจะเอาชีวิตไปทิ้งที่ไหน มันก็เรื่องของผม คุณไม่ใช่ผู้ปกครองผม รณภพ เลิกทำตัวเป็นพ่อคนที่สองสักที!" คำพูดที่พ่นออกไปด้วยความหงุดหงิดทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลึกลงไปอีก รณภพไม่ได้โต้ตอบด้วยการตะคอก เขากลับนิ่งเงียบลงเฉียบพลัน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือของนักสืบหนุ่มที่กำลังจะชักมือหนีเอาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่กุมแน่นพอที่จะกักขังไม่ให้กันต์กวีถอยหนี "ใช่... ผมไม่ใช่พ่อคุณ" รณภพโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มของกันต์กวี "แต่ผมคือคนเดียวที่คอยตามเช็ดตามล้างความซวยที่คุณก่อขึ้นมาตลอดสองสัปดาห์นี้... จำไม่ได้หรือไง" กันต์กวีรู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผล ระยะประชิดนี้ทำให้เขาเห็นแพขนตาดกหนาและเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่นั้น เคมีร้อนแรงที่พวกเขามักจะใช้ฟาดฟันกันด้วยคำพูด บัดนี้เปลี่ยนรูปเป็นพลังงานบางอย่างที่บีบหัวใจให้เต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก "ปล่อย..." กันต์กวีพยายามกดเสียงให้ต่ำที่สุดเพื่อซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "แล้วก็เลิกทำหน้าดุใส่สักที แผนซ้อนแผนนี่ผมคิดมาดีแล้ว ศัตรูมันกำลังติดกับ..." "ติดกับอะไร?" รณภพสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดเจือความห่วงใยที่ถูกกลบไว้ด้วยความโกรธ "คนที่กำลังจะติดกับดักตัวจริงคือคุณ! เอกสารที่คุณซ่อนไว้ในลิ้นชักนี้... มันเป็นแค่เหยื่อปลอมที่พวกมันจงใจโยนมาให้คุณตายใจต่างหาก กันต์กวี" นักสืบหนุ่มชะงักกึก สมองที่เคยประมวลผลรวดเร็วพลันหยุดกึกลงทันที เขาก้มมองเอกสารบนโต๊ะที่ตัวเองเพิ่งได้มาเมื่อวานซืน ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงต้นคอ "คุณ... รู้เรื่องนี้ได้ยังไง?" "เพราะผมไม่ได้โง่เดินตามเกมตื้นๆ ของคุณไงล่ะ" รณภพผ่อนแรงที่ข้อมือลงเล็กน้อย แต่ยังคงไม่ยอมปล่อยมือ "คนที่ส่งข้อมูลนี้ให้คุณไม่ใช่สายลับอิสระ แต่เป็นคนวงในขององค์กรที่คุณกำลังตามหา... และเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน ไม่ใช่การทำลายธุรกิจเซฟเฮาส์... แต่มันคือการกำจัดคุณทิ้งซะ" คำพูดนั้นราวกับค้อนหนักๆ ที่ทุบลงกลางศีรษะ กันต์กวีเม้มริมฝีปากแน่น ความมั่นใจทั้งหมดที่สะสมมาพังทลายลงในพริบตา เขามองหน้าเชฟหนุ่มนิ่งนาน ก่อนจะพบความจริงข้อหนึ่งที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด... รณภพไม่ได้ตามมาเพื่อต่อว่า แต่ตามมาเพื่อปกป้องเขา บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน มือที่เคยจับข้อมือเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายกุมมือเรียวของนักสืบหนุ่มไว้หลวมๆ นิ้วหัวแม่มือของรณภพเผลอไล้เบาๆ บนหลังมือของกันต์กวีอย่างลืมตัว "ถ้าคุณรู้... ทำไมถึงยัง..." กันต์กวีเอ่ยเสียงแผ่ว ความพยศในตัวหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ใต้มาดกวนประสาท "เพราะผมทนเห็นคุณเอาชีวิตมาเสี่ยงกับเรื่องบ้าๆ นี่คนเดียวไม่ได้" รณภพตอบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคู่นั้นไหววูบชั่วขณะก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม "ทีนี้... เลิกทำตัวเป็นฮีโร่หัวรั้น แล้วฟังแผนของผมบ้าง..." ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ขัดจังหวะการสนทนาที่กำลังดำเนินไปสู่จุดเปราะบาง ทั้งรณภพและกันต์กวีผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต ยังไม่ทันที่เจ้าของห้องจะเออนุญาต ประตูไม้บานหนาก็ถูกผลักเปิดออกผาง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีดำสนิทของชายแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ในมือข้างหนึ่งของเขากำซองเอกสารสีน้ำตาลเปื้อนคราบโคลนเอาไว้ "ขอโทษที่ขัดจังหวะเวลาสวีทนะครับ... แต่ดูเหมือนว่า 'เหยื่อ' อย่างพวกคุณ จะเลือกเดินมาติดกับดักของผมเร็วกว่าที่คิดเสียอีก" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางระทึกขวัญไปกับแผนซ้อนแผนครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%