"ไม่ต้องหาหรอครับ... ผมมาหาพวกคุณเองแล้ว"
ประโยคสุดท้ายจากตอนที่แล้วยังคงแขวนค้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางเสียงสายฝนด้านนอกที่กระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างเซฟเฮาส์จนเกิดเสียงดังระรัว บรรยากาศภายในห้องครัวกว้างขวางบีบอัดลงจนแทบไม่มีอากาศหายใจ รณภพยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเคาน์เตอร์ครัว มือหนาที่เพิ่งวางมีดทำครัวลงยังคงสั่นระริกเล็กน้อยจากความตก
ตะลึง ขณะที่กันต์กวีผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้สตูลด้วยสัญชาตญาณนักสืบ ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาขวางหน้าเชฟหนุ่มไว้โดยอัตโนมัติ
แต่ทว่า... แขกผู้มาเยือนยามวิกาลไม่ได้พกพามีดหรือปืนเข้ามา เขามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบและเสื้อแจ็กเก็ตเปียกโชก หยดน้ำฝนไหลย้อยตามกรอบหน้าคมคายของผู้มาใหม่ที่ทั้งคู่คุ้นเคยดี ศัตรูเก่าในคราบมิตร หรืออาจจะเป็นมิตรในคราบศัตรูที่กำลังตามล่าความลับของเซฟเฮาส์แห่งนี้
"ตกใจอะไรกันครับ หน้าตาเหมือนเห็นผีไปได้" แขกยิ้มเยาะ พลางก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัว
"นายเข้ามาได้ยังไง รหัสผ่านประตู..." กันต์กวีหรี่ตาลง รังสีความอันตรายแผ่ออกมาจากตัวนักสืบหนุ่มอย่างชัดเจน มือซ้ายเอื้อมไปคว้าข้อมือของรณภพที่ยังยืนนิ่งอยู่ด้านหลังเบาๆ เป็นเชิงส่งสัญญาณให้ถอยไปตั้งหลัก
รณภพขมวดคิ้วมุ่น ความเงียบขรึมและเจ้าระเบียบตามวิสัยเชฟถูกแทนที่ด้วยความกังวลชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะกลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของกันต์กวีที่กุมข้อมือเขาไว้แน่นต่างหากที่กำลังทำลายสมาธิของเขาจนยับเยิน
"รหัสผ่านเหรอครับ? หึ... ของแค่นั้นมันยากเกินไปสำหรับคนระดับผมหรือไง" แขกผู้มาเยือนหัวเราะในลำคอ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งกลิ่นอายความชื้นของฝนปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส
"ถ้าไม่อยากเจ็บตัว กลับออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน" กันต์กวีเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ซึ่งความล้อเล่นเหมือนทุกที เคมีดุดันและจริงจังของนักสืบหนุ่มแผ่ซ่านออกมาราวกับเสือที่กำลังปกป้องอาณาเขต
"ใจAร้อนจังนะครับ คุณนักสืบ... อุตส่าห์ดั้นด้นฝ่าฝนมาเพื่อเตือนแท้ๆ ว่า 'หนอน' ในองค์กรของพวกคุณกำลังจะเคลื่อนไหวแล้ว" แขกคนนั้นหยุดฝีเท้าลง ห่างจากพวกเขาทั้งสองแค่เพียงก้าวเดียว สายตาคมกริบกวาดมองไปที่มือของกันต์กวีที่ยังคงกุมข้อมือของรณภพเอาไว้แน่น ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย "ดูเหมือนว่า... ผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าสินะครับเนี่ย"
รณภพรีบดึงข้อมือตัวเองกลับทันที ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองปนกระดากอาย เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนอาการใจเต้นรำคาญใจที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาดื้อๆ "ถ้ามีแค่นี้ก็พูดธุระของคุณแล้วไสหัวออกไปซะ กลิ่นฝนและกลิ่นตัวของคุณมันทำให้ครัวผมเสียรสชาติ"
เชฟหนุ่มใช้ความเยือกเย็นกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก แต่กันต์กวีกลับสังเกตเห็นใบหูที่ขึ้นสีแดงก่ำนั้นได้อย่างชัดเจน มุมปากของนักสืบจอมกะล่อนกระตุกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ แม้ในสถานการณ์ตึงเครียด เขาก็ยังไม่วายคิดอยากจะแกล้งคนปากแข็งข้างกายให้เขินเล่นเสียให้เข็ด
"ได้ยินแล้วนี่ครับ รีบพูดมาแล้วก็ไสหัวไปซะ นายก็เห็นว่าเชฟของผมเขารำคาญ" กันต์กวีจงใจเน้นคำว่า 'เชฟของผม' ชัดถ้อยชัดคำ จนรณภพต้องหันขวับมาค้อนขวับใหญ่ด้วยสายตาคมดุ
แขกผู้มาเยือนหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างนึกขันกับความปากกล้าของทั้งคู่ "ปากแข็งกันเก่งทั้งคู่แบบนี้ ระวังจะไม่ได้เคลียร์กันบนเตียง... เอ๊ย หมายถึง บนโต๊ะอาหารนะ"
พริบตาเดียว บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป จากการเผชิญหน้าอันตึงเครียด กลับถูกแทรกด้วยความร้อนรุ่มบางอย่างที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอากาศยามค่ำคืนที่สายฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย
หลังจากไล่แขกไม่ได้รับเชิญออกไปได้สำเร็จด้วยการขู่ว่าจะแจ้งข้อหาบุกรุกและทำลายทรัพย์สิน ประตูเซฟเฮาส์ก็ถูกลงกลอนอย่างแน่นหนาอีกครั้ง เหลือเพียงความเงียบงันที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงฝนกระทบหลังคาและเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของคนสองคนในห้องครัว
กันต์กวีถอนหายใจยาว พิงสะโพกเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ครัว ดวงตาคมปลาบมองสำรวจร่างสูงของเชฟหนุ่มที่กำลังเดินวนเวียนเก็บกวาดความเรียบร้อยเพื่อกลบเกลื่อนความอึดอัด
"มองอะไรครับ ถ้าไม่มีอะไรทำนัก ก็ช่วยไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้ผมหน่อย" รณภพเอ่ยดุๆ ทั้งที่ยังหันหลังให้ เพื่อซ่อนใบหน้าที่ยังคงร้อนผ่าว
"สั่งเก่งเป็นเจ้าingนายเลยนะครับ เชฟรณภพ" กันต์กวีหัวเราะในลำคอ ก่อนจะยอมขยับตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ และกลับออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนสะอาดในมือ
ร่างสูงเดินตรงเข้าไปหารณภพที่ยืนนิ่งอยู่หน้าอ่างล้างจาน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งแผ่นหลังของเชฟหนุ่มชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์โดยมีร่างของนักสืบหนุ่มกักตัวเอาไว้ตรงกลางด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยันกำแพงและเคาน์เตอร์ไว้
รณภพสะดุ้งสุดตัว ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าใบหน้าของกันต์กวีอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบเดียว ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางแสงไฟสีส้มอบอุ่นในห้องครัว
"คุณ... จะทำอะไร" รณภพเอ่ยเสียงแผ่ว ความเยือกเย็นที่เคยมีหายลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสั่นไหวในแววตาที่ปิดไม่มิด
"เช็ดตัวให้ไงครับ...ตัวคุณเปียกฝนละอองความชื้นเมื่อกี้หมดแล้ว" กันต์กวีตอบเสียงพร่า น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่มักจะใช้หยอกล้อในเวลาปกติ ตอนนี้กลับแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด
ผ้าขนหนูสีขาวถูกนำมาซับเบาๆ บริเวณไหล่กว้างและลำคอระหงของเชฟหนุ่ม สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยนักสืบเจ้าเล่ห์ทำให้รณภพเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
ความใกล้ชิดที่เกินเส้นคำว่า 'เพื่อนร่วมบ้าน' หรือ 'ผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง' ล้ำเส้นเข้ามาทุกที ทุกครั้งที่ปลายนิ้วของกันต์กวีเฉียดผ่านผิวเนื้อ ความรู้สึกแปลกใหม่ก็วิ่งพล่านไปทั่วร่างราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ รณภพรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว ความสมบูรณ์แบบที่เขาพยายามสร้างกำแพงกั้นไว้กำลังจะพังทลายลงด้วยสายตาคู่คมที่มองมาอย่างมีความหมาย
"กันต์กวี..." รณภพกระซิบเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า เมื่อมือหนาของนักสืบหนุ่มเลื่อนขึ้นมาแตะที่ข้างแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา โป้วปลายนิ้วเกลี่ยไล้กรอบหน้าคมคายอย่างหลงใหล
"หืม? เรียกชื่อผมแบบนี้... ใจคอจะไม่ให้ผมคิดไปไกลเลยเหรอครับ เชฟ" กันต์กวีโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนริมฝีปากของกันและกัน กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับความเย้ายวนยามค่ำคืนทำให้สติของรณภพกระเจิงไปไกลลิบ
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังคงโหมกระหน่ำ และเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน รณภพเม้มริมฝีปากแน่นอย่างชั่งใจ ดวงตาสั่นระริกด้วยความลังเลและความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอกมานาน
"ถ้าคุณยังไม่ถอยไป... ผมรับรองว่าคุณจะไม่ได้นอนทั้งคืนแน่" รณภพขู่ด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้แข็งกรวดที่สุด แต่กลับไร้ซึ่งพิษสงโดยสิ้นเชิงในสายตาของกันต์กวี
นักสืบหนุ่มหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความคลั่งไคล้ "คำขู่หรือคำเชิญชวนกันแน่ครับเนี่ย... ผมชักจะไม่อยากถอยแล้วสิ"
กันต์กวีขยับเข้าไปประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ร่างกายแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากกันและกัน ริมฝีปากหยักยิ้มละมุนก่อนจะก้มลงต่ำ หมายจะประทับรอยจູບลงบนริมฝีปากที่เอาแต่ต่อปากต่อคำเขามาตลอดหลายสัปดาห์
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันแค่เพียงมิลลิเมตรเดียว เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ผ่ากลางความเงียบขึ้นมาขัดจังหวะ ราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูฝน!
*ปังก! ปังก! ปังก!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังรัวติดต่อกัน พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อที่ทำให้ทั้งกันต์กวีและรณภพต้องผละออกจากกันด้วยความตกใจ
"คุณรณภพ! คุณกันต์กวี! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
เสียงตะโกนตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิทดังแทรกเข้ามาผ่านสายฝน พร้อมกับเงาร่างลางๆ ผ่านกระจกฝ้าหน้าประตูที่กำลังสะท้อนความโกลาหลบางอย่างที่อยู่นอกเซฟเฮาส์...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางฝ่าพายุความฟินนี้ไปด้วยกันนะครับ!
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 14
คืนที่ฝนตกและบทสนทนาเปียกปอน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!