*กริ๊ก—*
เสียงปลดล็อกปืนไกโลหะเย็นเฉียบดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่เข้ากลืนกินห้องครัวของเซฟเฮาส์จนมิด ดับวูบลงพร้อมกับระบบไฟหลักที่ตัดขาดอย่างไร้สาเหตุ กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อสเต็กที่กำลังย่างบนกระทะเมื่อครู่ยังคงลอยอวลปะปนกับกลิ่นอายความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะคว้าจับต้องได้ในอากาศ
กันต์กวีอาศัยสัญชาตญาณของนักสืบพุ่งตัวแนบชิดไปกับเคาน์เตอร์ครัว มือขวากระชับปืนพกประจำกายในความมืด ขณะที่หัวใจเต้นโครมครามด้วยความระแวดระวัง ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะเหนี่ยวไกเตือนภัย เสียงทุ้มต่ำและนิ่งสนิทของคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
"ถ้าไม่อยากยิงกระทะทอดไข่ของผมจนพรุน... ลดปืนลงซะ, คุณนักสืบ"
น้ำเสียงของรณภพไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นและรำคาญใจเจือจาง ชายหนุ่มร่างสูงขยับตัวในความมืดอย่างคุ้นเคย ก่อนที่แสงสว่างสีส้มอุ่นจากเปลวไฟดวงเล็กๆ จะสว่างวาบขึ้นในมือของเชฟหนุ่ม รณภพจุดเทียนหอมไขถั่วเหลืองบนโต๊ะอาหารอย่างใจเย็น แสงวับแวมจากเปลวเทียนสะท้อนเข้ากับสันจมูกโด่งและดวงตาคมกริบที่มองตรงมายังกันต์กวีด้วยความนิ่งสงบ
กันต์กวีหรี่ตามองภาพตรงหน้า พลางลดปืนลงช้าๆ แต่ยังไม่คลายความระแวง "ไฟดับกะทันหันแบบนี้ คุณยังใจเย็นจุดเทียนสุนทรีย์ได้อีกเหรอครับ หรือว่านี่คือแผนเซอร์ไพรส์ฆาตกรรมต่อเนื่องฉบับมิชลินสตาร์"
"ถ้าผมจะฆ่าคุณ ผมคงไม่เสียเวลาหมักเนื้อแกะชั้นดีให้เสียของหรอกครับ" รณภพตอบเสียงเรียบ วางเชิงเทียนลงกลางโต๊ะอาหารที่จัดเตรียมไว้อย่างประณีต แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องกระทบใบหน้าของเชฟหนุ่มจนเกิดเงาทอดweะที่ชวนให้รู้สึกใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด "นั่งลงเถอะครับ อาหารกำลังจะเสียรสชาติเพราะความหวาดระแวงของคุณ"
กันต์กวียังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องครัวที่ถูกความมืดโอบล้อม มีเพียงแสงเทียนเล่มเดียวที่ทำหน้าที่ขับไล่เงาดำ ความเงียบสงบในเซฟเฮาส์ลับแห่งนี้ช่างเปราะบางเหลือเกิน เมื่อเทียบกับความรู้สึกร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นในอกของเขา ปมคดีที่ยังไขไม่ตกและความใกล้ชิดอย่างไร้ระยะห่างกับเชฟหนุ่มปากร้ายกำลังทำให้สมองของนักสืบหนุ่มรวนเร
"ผมเป็นคนกินยากนะคุณรณภพ โดยเฉพาะกับมื้อค่ำที่เสิร์ฟในบรรยากาศมืดมนแบบนี้" กันต์กวีเลือกที่จะเดินอ้อมเคาน์เตอร์มาหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มกวนประสาทถูกจุดขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในใจ "หวังว่าฝีมือคุณจะดีพอที่จะชดเชยกับความระทึกขวัญเมื่อกกี้นะครับ"
รณภพไม่ตอบคำโตตอบ เขากลับหายเข้าไปในความมืดชั่วครู่ก่อนจะกลับมาพร้อมกับจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดในมือ กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อแกะย่างซอสไวน์แดงพวยพุ่งเข้าจมูกทันทีที่จานถูกวางลงตรงหน้า ความหิวโหยที่ถูกละเลยไปนานนับสัปดาห์ส่งเสียงประท้วงในท้องของกันต์กวีอย่างไม่รักดี
เชฟหนุ่มทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม แสงเทียนวับแวมทอดผ่านดวงตาที่จับจ้องมายังแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ "ลองชิมดูสครับ แล้วคุณจะรู้ว่าผมไม่ได้มีดีแค่ปากเสีย"
กันต์กวีเลิกคิ้วเล็กน้อย ใช้มีดและส้อมหั่นชิ้นเนื้อแกะที่ปรุงมาอย่างพอดีคำ นำเข้าปากอย่างไม่รีบร้อน สัมผัสแรกที่เนื้อสัมผัสกับลิ้นคือความนุ่มละมุนที่แทบจะละลายหายไปอย่างไร้รอยต่อ ตามด้วยรสชาติเข้มข้นกลมกล่อมของซอสไวน์แดงที่ซึมลึกเข้าไปถึงเนื้อใน ความเปรี้ยวหวานที่ลงตัวพอดีตัดกับกลิ่นสาบของเนื้อแกะได้อย่างไร้ที่ติ รสมือนี้... ไม่ใช่แค่การทำอาหารตามตำรา แต่เป็นงานศิลปะที่บรรจงสร้างขึ้นด้วยความใส่ใจอย่างถึงที่สุด
ดวงตาของกันต์กวีเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความอร่อยที่ระเบิดขึ้นในปากทำให้คำพูดจิกกัดที่เตรียมไว้กลืนหายลงคอไปจนหมดสิ้น รณภพสังเกตเห็นปฏิกิริยานั้น มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ชนะ
"เป็นไงครับ? พอจะผ่านเกณฑ์นักสืบปากมากอย่างคุณไหม" รณภพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย ซึ่งเป็นโทนเสียงที่หาฟังได้ยากยิ่งจากเชฟหนุ่มคนนี้
กันต์กวีวางชิ้นเนื้อลงบนจานช้าๆ สายตาที่มองรณภพเปลี่ยนไปจากเดิมมีความระแวงผสมผสานกับความทึ่งและความลุ่มหลงบางอย่างที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ "คุณ... ทำให้ผมแปลกใจอยู่เรื่อยเลยนะรณภพ คนที่ทำอาหารอร่อยขนาดนี้ได้ ทำไมถึงต้องมาซ่อนตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ลับที่เต็มไปด้วยกระสุนปืนและคดีฆาตกรรมด้วยล่ะครับ"
รณภพเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มมองลึกเข้ามาในดวงตานักสืบหนุ่ม แสงเทียนไหววูบตามสายลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง ทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งทวีความอบอุ่นและเย้ายวนใจอย่างประหลาด ความตึงเครียดก่อนหน้านี้ละลายหายไป เหลือเพียงเคมีที่ดึงดูดเข้าหากันราวกับแรงโน้มถ่วง
"บางที... การได้อยู่กับวัตถุดิบที่ซื่อสัตย์ มันอาจจะง่ายกว่าการอยู่กับคนที่ชอบโกหกคำโตแบบคุณก็ได้นะครับ" รณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาพราวระยิบระยับในความมืด
กันต์กวีหัวเราะในลำคอเบาๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลายขึ้น ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่เขาจะทันได้สวนคำพูดคมคายกลับไป—
*แอ๊ด—*
เสียงเปิดประตูไม้หนักอึ้งจากห้องโถงใหญ่ชั้นล่างดังขึ้นทำลายความเงียบงัน พร้อมกับฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่กำลังก้าวขึ้นบันไดมาอย่างเร่งรีบ!
รณภพและกันต์กวีหันขวับไปมองที่ประตูห้องครัวพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ มือของกันต์กวีพุ่งกลับไปแตะด้ามปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวทันทีในความมืด
เงาร่างสูงใหญ่ของบุคคลปริศนาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อรณภพด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อยและร้อนรน "เชฟครับ! แย่แล้ว... ทางเราเพิ่งได้รับรายงานว่าคนที่คุณตามหา กำลังมุ่งหน้ามาที่เซฟเฮาส์นี้แล้ว!"
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ•ตอนที่ 3
รสมือที่ทำให้ใจเต้นผิดจังหวะ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!