เสียงลากกระเป๋าเดินทางใบล้อบนพื้นหินอ่อนราคาแพงดังก้องไปทั่วโถงทางเดินกว้างขวางของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดโช มันเป็นเสียงที่แห้งแล้งและเย็นเยียบพอๆ กับแววตาของผู้ชายที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องโถงใหญ่ คณินไม่ได้ห้ามปราม ไม่ได้แม้แต่จะเดินเข้ามาขวางทาง เขาเพียงแค่ปรายตามองกองสัมภาระที่นับดาวบรรจงจัดใส่กระเป๋าด้วยความรู้สึกสมเพช
"คิดว่าการหอบผ้าหอบผ่อนหนีออกไปแบบนี้ จะทำให้ผมวิ่งตามงั้นเหรอ นับดาว?" น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความดูแคลนที่บาดลึกถึงกระดูกดำ "หรือหวังจะเรียกร้องความสนใจให้ผมกลับไปสนใจคุณเหมือนเมื่อก่อน... บอกไว้ก่อนนะ ว่าวิธีเดิมๆ มันน่าเบื่อ"
นับดาวหยุดชะงัก เธอไม่ได้หันไปมองหน้าอดีตสามีที่กำลังจะกลายเป็นคนแปลกหน้าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เธอเพียงแค่กระชับมือที่จับหูหิ้วกระเป๋าแน่นขึ้น จนข้อนิ้วขาวซีด ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินหัวใจตลอดสามปีที่ผ่านมา บัดนี้มันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นน้ำแข็งที่เกาะตัวหนาอยู่ข้างใน
"คุณคณินคะ... ความเข้าใจผิดของคุณคือสิ่งที่น่าสมเพชที่สุดในชีวิตฉัน" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของหยดน้ำตาที่เคยหลั่งรินให้เขา "ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณตาม ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณหันมามอง และที่สำคัญที่สุด... ฉันไม่เหลือความรักให้คุณอีกต่อไปแล้ว"
"กล้าพูดคำนี้กับฉันเชียวหรือ?" เขาแค่นหัวเราะ ก้าวเท้าเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดที่เธอเคยหลงใหลบัดนี้กลับทำให้เธอรู้สึกสะอิดสะเอียน "คุณมันก็แค่กาฝากที่เกาะกินความรวยของฉันมาตลอดสามปี พอไม่มีปัญญาจะรั้งตำแหน่ง 'ภรรยา' ไว้ได้ ก็ทำตัวเป็นนางเอกผู้ถูกกระทำงั้นสินะ"
นับดาวหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนแสงบัดนี้กลับมีความเด็ดเดี่ยวราวกับแววตาของนักล่าที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกชายคนเดียวของเธอไว้ ในใจของเธอนึกถึง 'น้องนะโม' เด็กน้อยที่กำลังรอคอยแม่ของเขาอยู่ในรถแท็กซี่หน้าคฤหาสน์ ลูกคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอยังมีชีวิตอยู่ และลูกคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอต้องตัดใจจากความพ่ายแพ้ในอดีตนี้
"ถ้าการที่ฉันทนอยู่กับคุณคือความผิด ฉันก็จะยอมรับมัน แต่วันนี้... ฉันขอคืนอิสระให้ตัวเอง และขอยืนยันว่าต่อจากนี้ไป ต่อให้คุณเอาทองคำทั้งคฤหาสน์มาวางแทบเท้า ฉันก็จะไม่มีวันหันกลับมา"
เธอเดินผ่านเขาไปอย่างไม่ลังเล กระเป๋าเดินทางใบสุดท้ายถูกลากออกไปพ้นธรณีประตูคฤหาสน์ที่เปรียบเสมือนกรงทองของเธอมาแสนนาน ไม่มีเสียงรั้งจากแม่บ้านที่เคยได้รับคำสั่งให้คอยกดขี่เธอ ไม่มีเสียงทักท้วงจากคนในบ้าน เพราะในสายตาของทุกคน เธอคือคนที่พ่ายแพ้และถูกขับไสอย่างสมบูรณ์แบบ
คณินยืนมองแผ่นหลังที่ห่างออกไปเรื่อยๆ ความรู้สึกโหวงเหวงที่ก่อตัวขึ้นในอกลึกๆ ทำให้เขาขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจังหวะการเดินที่มั่นคงของนับดาวถึงได้กระตุ้นความรู้สึกรุ่มร้อนในใจเขาได้ขนาดนี้
ขณะที่นับดาวก้าวขึ้นรถแท็กซี่ เธอโอบกอดร่างเล็กของน้องนะโมไว้แนบอก ลูกชายของเธอมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยดวงตากลมโตที่เหมือนกับคณินราวกับแกะ แต่นั่นคือสิ่งที่นับดาวต้องทำลายทิ้ง เธอจะไม่มีวันให้ลูกรู้ว่าพ่อของเขาคือชายผู้ไร้หัวใจคนนั้น
"แม่ครับ... เราจะไปหาพ่อใหม่ที่แม่เคยบอกใช่ไหมครับ?" เสียงใสซื่อของเด็กน้อยถามขึ้น ทำให้นับดาวชะงัก
"ใช่ค่ะคนดี เรากำลังจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่... ชีวิตที่ไม่มีคำว่าอัครเดโชอีกต่อไป"
รถเคลื่อนตัวออกไป ทิ้งไว้เพียงเงาของคฤหาสน์ที่ค่อยๆ เล็กลง คณินก้าวออกมาที่ชานบ้าน เขาเห็นรถแท็กซี่คันนั้นชะลอตัวลงเล็กน้อยก่อนจะพุ่งตัวออกไปบนถนนใหญ่ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่มหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่การจากไปของนับดาว
มันคือชิ้นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ตกอยู่บริเวณจุดที่นับดาวลากกระเป๋าผ่านเมื่อครู่ ลมพัดแรงจนมันปลิวมาแทบเท้าของเขา คณินก้มลงเก็บมันขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณ ก่อนจะคลี่ออกดู
สีหน้าของคณินเปลี่ยนไปทันทีที่สายตาจับจ้องลงบนหัวกระดาษ ผลตรวจพันธุกรรม... รายชื่อของบุคคลในผลตรวจนั้นทำให้ลมหายใจเขาสะดุดกึก ภาพใบหน้าเด็กน้อยในรถแท็กซี่เมื่อครู่ซ้อนทับกับหลักฐานในมืออย่างชัดเจน
เขามือสั่นเทาขณะอ่านบรรทัดสุดท้ายของเอกสารสำคัญนั้น—สิ่งที่นับดาวซ่อนเอาไว้มาตลอดสามปี—ความลับที่กำลังจะสั่นคลอนอาณาจักรของเขาทั้งหมดให้พังทลายลง!
เมฆหมอกสีชมพูขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดที่แสนงดงามนี้ด้วยกันนะคะ
หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก•ตอนที่ 3
ก้าวแรกของคนไร้ค่า
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!