กลิ่นหอมกรุ่นของเนยสดแท้ผสมผสานกับกลิ่นอายวานิลลามาดากัสการ์ฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วบริเวณจัดแสดงเบเกอรี่นานาชาติ แสงไฟสปอตไลท์สีนวลส่องกระทบเค้กแต่งงานสามชั้นที่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้น้ำตาลปั้นแฮนด์เมดย่างประณีต ทุกรายละเอียดสะท้อนถึงรสนิยมอันเหนือชั้นและความทุ่มเทของเชฟผู้สร้างสรรค์
นับดาวในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีขาวสะอาดตา ตัดกับเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่รวบไว้เป็นมวยต่ำอย่างเรียบง่าย เธอกำลังยืนตรวจความเรียบร้อยของซุ้มจัดแสดงขนมหวานแบรนด์ "La Luna" ของเธอเอง รอยยิ้มมั่นใจและท่าทีที่สง่างามทำให้หญิงสาวผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงเงาของใครบางคนในอดีต กลายเป็นจุดสนใจของช่างภาพและผู้สื่อข่าวสายไลฟ์สไตล์อย่างเลี่ยงไม่ได้
"เชฟนับดาวคะ ทางนิตยสาร Food & Style ขอสัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับคอนเซปต์ 'Sweet Revenge' ของคอลเลกชันนี้สักห้านาทีได้ไหมคะ?" เสียงทีมงานประชาสัมพันธ์เอ่ยถามด้วยความนอบน้อม
นับดาวหันมาส่งยิ้มสุภาพ ดวงตากลมโตเป็นประกายความภูมิใจ "ยินดีค่ะ ขอเวลาฉันจัดระเบียบตรงนี้นิดเดียวนะคะ"
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของโถงจัดงานนิทรรศการอันโอ่อ่า คณิน ประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่กำลังกวาดสายตาคมกริบมองกราดไปทั่วงานด้วยความเบื่อหน่าย เขามาร่วมงานนี้ตามคำเชิญของพันธมิตรทางธุรกิจโดยปราศจากความสนใจใดๆ เป็นพิเศษ ร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มส่งเสริมให้บุคลิกภาพของเขาน่าเกรงขามและทรงอำนาจเช่นเคย ทว่าแววตาคู่นั้นกลับมีความเหนื่อยล้าเจืออยู่ลึกๆ นับตั้งแต่เขาตัดสินใจหย่าขาดจากอดีตภรรยา ชีวิตของเขาก็เหมือนขาดสมดุลบางอย่างที่แม้แต่เงินทองหรืออำนาจก็ไม่อาจชดเชยได้
"คุณคณินครับ ทางผู้บริหารของงานอยากเรียนเชิญไปเยี่ยมชมโซนพรีเมียมฮอลล์ด้านในครับ" เลขาส่วนตัวกระซิบรายงาน
คณินพยักหน้ารับเรียบๆ "อืม ไปสิ"
เขาก้าวเดินไปตามทางเดินปูพรมหนานุ่ม ท่ามกลางเสียงจอแจของผู้คนในแวดวงสังคมไฮโซ ทว่าจังหวะก้าวของเขากลับต้องสะดุดกຶก เมื่อสายตาคมปลาบเหลือบไปเห็นป้ายชื่อแบรนด์ที่ประดับอยู่เหนือซุ้มจัดแสดงขนมหวานเบื้องหน้า—"La Luna"
หัวใจของคณินกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ภาพความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับมาในหัว สมัยที่อดีตภรรยาของเขามักจะหมกมุ่นอยู่กับเตาอบแป้งและกลิ่นเนยในห้องครัวเล็กๆ เธอเคยเอ่ยปากด้วยดวงตาเป็นประกายว่า สักวันหนึ่งเธออยากจะมีแบรนด์เบเกอรี่เป็นของตัวเอง... แต่เขาในตอนนั้นเลือกที่จะปัดตกคำพูดเหล่านั้นด้วยความเยพยือกเย็นและมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ
คณินหยุดยืนนิ่งโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกวาดมองผ่านกลุ่มคนที่รุมล้อมซุ้มจัดแสดงนั้น จนกระทั่งร่างระหงในชุดสูทสีขาวก้าวออกมาต้อนรับแขกผู้มาร่วมงาน รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและรัศมีเปล่งประกายเจิดจ้าสะกดสายตาเขาไว้จนแทบหยุดหายใจ
นั่น... นับดาวจริงหรือ?
สมองของคณินพยายามประมวลผลภาพหญิงสาวตรงหน้ากับอดีตภรรยาผู้เงียบขรึม เอาแต่ก้มหน้าก้มตาและร้องไห้ในวันที่เขาเซ็นใบหย่าให้ ผู้หญิงที่แต่งตัวเชยๆ และมีกลิ่นแป้งขนมติดตัวตลอดเวลาคนนั้น หายไปไหนเสียแล้ว?
ผู้หญิงเบื้องหน้าเขานี้ ทั้งงดงาม สง่า และเต็มไปด้วยพลังอำนาจดึงดูดใจอย่างประหลาด รอยยิ้มที่เธอยกยิ้มให้แขกผู้มีเกียรติไม่ได้มีความหวาดหวั่นหรือเจียมเนื้อเจียมตัวแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของผู้หญิงที่ยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงาของใครอีกต่อไป
คณินรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอึกจุกอยู่ที่ลำคอ ลมหายใจสะดุดติดขัด เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ซุ้มนั้นทีละก้าวโดยไม่รู้ตัว ราวกับถูกแรงดึงดูดมหาศาลลากจูง เขานึกอยากจะเอמהชื่อเธอ อยากจะเอ่ยทักทายเพื่อพิสูจน์ว่าผู้หญิงคนนี้คืออดีตภรรยาที่เขาเคยทอดทิ้งไว้เบื้องหลังจริงๆ ใช่หรือไม่
"เชฟนับดาวครับ ผลงานชิ้นนี้มีแรงบันดาลใจมาจากอะไรหรือครับ ถึงได้ตั้งชื่อว่า 'The Bitter Sweet'?" เสียงนักข่าวคนหนึ่งดังแทรกขึ้น
นับดาวชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนเรียวปากอิ่มสวยระบายกว้างขึ้น ดวงตาทอประกายลึกล้ำราวกับเก็บซ่อนเรื่องราวมากมายไว้เบื้องหลัง เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ฮอลล์จัดงาน โดยไม่มีทางรู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเธอแทบไม่กะพริบ
"แรงบันดาลใจเหรอคะ..." นับดาวทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังก้องกังวานผ่านไมโครโฟน "มันมาจากบทเรียนราคาแพงในอดีตค่ะ ความเจ็บปวด ความผิดหวัง และการถูกมองข้าม... สิ่งเหล่านี้เคยขมขื่นเหมือนดาร์กช็อกโกแลตแท้ แต่เมื่อเราเรียนรู้ที่จะก้าวผ่านมันมาได้ ความหวานจากการได้รักตัวเองและค้นพบคุณค่าที่แท้จริง มันกลับหอมหวานและงดงามยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดค่ะ"
ทุกคำพูดของเธอเหมือนคมมีดกรีดลงบนกลางใจของคณินอย่างแม่นยำ เลือดในกายของประธานหนุ่มเย็นเฉียบ เขาจำน้ำเสียงนั้นได้แม่นยำ... แต่มันไม่เคยทรงพลังและบาดลึกเท่านี้มาก่อน ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงดอกไม้ประดับบ้านที่ไม่มีวันเฉิดฉายด้วยตัวเอง บัดนี้เธอกำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดด้วยลำแข้งของเธอเอง โดยที่ไม่มีเขา... ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความช่วยเหลือจากตระกูลอัครเดชาโชติกุล
คณินยืนแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางฝูงชน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว มือที่เคยตบโต๊ะไล่เธอออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กำลังสั่นเทาด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน—ความรู้สึกของการสูญเสียสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ไปตลอดกาล
เขากลืนน้ำฝาดเหนียวหนืดลงคอ พยายามก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิดเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด แต่ทว่า ในวินาทีที่นับดาวหันมาสบตากับผู้คนทางฝั่งที่เขายืนอยู่พอดี ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนภาพของเขาผ่านม่านผู้คน... ทว่ามันไม่มีความรัก ความตัดพ้อ หรือแม้แต่ความโกรธเกลียดเหลืออยู่เลย
ในดวงตาคู่นั้น มีเพียงความว่างเปล่า... และสายตาที่มองเขาเป็นเพียง "อากาศธาตุ" คนหนึ่งเท่านั้น
คณินเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตระหนกที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด เมื่อเธอยกยิ้มให้เขาเล็กน้อย—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเวทนาอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะหันไปพูดคุยกับแขกคนสำคัญคนอื่นโดยไม่ชายตามองเขาอีกเลย
โลกใบนี้กลมจนน่าใจหาย... แต่น่าใจหายยิ่งกว่า ที่เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า เขาได้สูญเสียเธอไปแล้วจริงๆ และไม่มีวันมีโอกาสได้เธอกลับคืนมาอีกชั่วชีวิต
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก•ตอนที่ 9
โลกที่กลมจนน่าใจหาย
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!