หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก•ตอนที่ 8

กลับมาพบกันอีกครั้ง

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้และแป้งอบใหม่ที่ลอยอบอวลอยู่ในพื้นที่ครัวขนาดกะทัดรัดแต่โอ่โถงของ "บ้านพักพิงใจ" คาเฟ่เบเกอรี่สไตล์มินิมอลใจกลางกรุงเทพมหานคร คือสิ่งเดียวในตอนนี้ที่ช่วยดึงสติของนับดาวให้หลุดพ้นจากวังวนความทรงจำอันหนาหนักในอดีตได้บ้าง นิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือผ้ากันความร้อนกำลังบรรจงตกแต่งหน้าเค้กช็อกโกแลตฟัดจ์ด้วยความพิถีพิถัน ทุกสัมผัสที่จรดลงไปบนเนื้อครีมเนียนนุ่มคือการเยียวยาหัวใจตัวเองผ่านศิลปะแห่งรสชาติที่เธอรัก นับตั้งแต่ตัดสินใจหอบลูกชายหนีความใจร้ายและทิฐิอันมืดบอดของอดีตสามีกลับมาตั้งหลักที่เมืองหลวง ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนผ่านจากหญิงสาวผู้ยอมจำนนต่อโชคชะตา กลายมาเป็นเจ้าของร้านเบเกอรี่สาวผู้เด็ดเดี่ยวและเปี่ยมด้วยศักดิ์ศรี "คุณแม่ครับ... น้องนะโมจัดกล่องคุกกี้เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ!" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบเศษดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมกลมในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นที่เดินเตาะแตะเข้ามาหาด้วยความกระตือรือร้น ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับถอดแบบมาจากใครบางคนที่นับดาวพยายามลบเลือนออกจากสารบบความทรงจำ... ทว่าช่างน่าขันเสียเหลือเกิน ที่ยิ่งเวลาผ่านไป ใบหน้านั้นกลับยิ่งชัดเจนขึ้นทุกขณะในตัวลูกชาย นับดาววางสปาตูล่าในมือลง เธอทรุดกายลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอกับลูกน้อย ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อบนหน้าผากมนของน้องนะโมออกอย่างอ่อนโยน หัวใจของคนเป็นแม่พองโตและเจ็บแปลบในเวลาเดียวกันเมื่อนึกถึงสิ่งที่ลูกต้องเผชิญร่วมกับเธอ "เก่งมากเลยค่ะลูกชายของแม่ ไหนให้แม่ดูหน่อยสิคะว่าเรียบร้อยดีไหม" นับดาวเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางสำรวจกล่องคุกกี้เนยสดที่ถูกผูกด้วยริบบิ้นสีชมพูพาสเทลอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยฝีมือเด็กน้อย "นะโมตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะฮะ เพราะคุณแม่บอกว่าพรุ่งนี้เราจะมีลูกค้ากลุ่มใหญ่มาสั่งเค้กวันเกิด... นะโมอยากช่วยคุณแม่ทำงานหาเงินเยอะๆ จะได้ซื้อหุ่นยนต์คันใหญ่ให้ตัวเอง แล้วก็... ซื้อบ้านหลังโตๆ ที่มีสวนดอกไม้ให้คุณแม่ด้วยครับ" คำพูดไร้เดียงสาแต่เปี่ยมด้วยความรักความเข้าใจเกินวัยของลูกชาย ทำให้นับดาวต้องรีบกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่หยาดน้ำใสที่เอ่อคลอขึ้นมาบังทัศนียภาพ เธอดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นแป้งเด็กของน้องนะโม สัมผัสอุ่นๆ นี้คือเครื่องยืนยันว่าการตัดสินใจก้าวเท้าออกจากขุมนรกในคืนนั้น คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของเธอ "แค่มีน้องนะโมอยู่ข้างๆ คุณแม่ แม่ก็มีความสุขที่สุดในโลกแล้วค่ะ... ไม่ต้องเหนื่อยกังวลเรื่องอะไรเลยนะคะ คนเก่งของแม่มีหน้าที่เติบโตเป็นเด็กดีก็พอแล้ว" เสียงถอนหายใจเบาๆ พร้อมรอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม หลังจากจัดเตรียมร้านต้อนรับวันใหม่เสร็จสิ้น นับดาวปล่อยให้ลูกชายวิ่งเล่นต่อเลโก้อยู่ที่มุมเด็กเล่นภายในร้าน ส่วนเธอกลับมาง่วนอยู่กับการเช็กบัญชีวัตถุดิบและรายการสั่งซื้อล่วงหน้า เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ดังกรุ๊งกริ๊งขึ้นไม่ได้ทำให้เธอละสายจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือทันที เพราะคิดว่าเป็นเพียงพนักงานส่งวัตถุดิบเจ้าประจำ "ยินดีต้อนรับสู่บ้านพักพิงใจค่ะ... รับเครื่องดื่มหรือเบเกอรี่แบบไหนดีคะ?" นับดาวเอ่ยต้อนรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามมาตรฐานการบริการ โดยที่ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน เนื่องจากกำลังงงกับตัวเลขสต็อกแป้งนำเข้าที่ยังมาไม่ถึง ทว่า... ความเงียบงันที่โรยตัวลงมาอย่างกะทันหัน บรรยากาศรอบตัวที่พลันเย็นยะเยือกขึ้นอย่างน่าประหลาด และกลิ่นกายคุ้นเคยที่ลอยปะปนมากับสายลมแอร์ ทำให้สัญชาตญาณดิบของนับดาวกรีดร้องเตือนภัยขึ้นมาทันที กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์หรูที่ผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์... กลิ่นที่เธอจำได้แม่นยำแม้ในยามหลับตา นับดาวเงยหน้าขึ้นช้าๆ ประหนึ่งภาพสโลว์โมชัน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษที่ยืนตระหง่านอยู่หลังเคาน์เตอร์กระจกใส ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาจนน่าหมั่นไส้บัดนี้ดูอิดโรยกว่าเดิมเล็กน้อย ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นกำลังจับจ้องมองมาที่เธอ... สั่นระริก เจ็บปวด และเต็มไปด้วยร่องรอยของการค้นหามาเนิ่นนาน คณิน... อดีตสามีผู้ซึ่งเธอทิ้งใบหย่าไว้ให้ดูต่างหน้าเมื่อหลายเดือนก่อน เวลาภายในร้านราวกับหยุดเดิน ชั่วขณะนั้นไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของคนทั้งคู่ มีเพียงเสียงหัวใจของนับดาวที่เต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนกผสมผสานกับความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่สลายหายไปหากเขาขยับเร็วจนเกินไป ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง สันจมูกโด่งรั้นสะท้อนความเหนื่อยล้าจากการเดินทางตามหาเธอพลิกแผ่นดินตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "นับดาว..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเอ่ยคำพูดตัดรอนความรู้สึกเธออย่างไร้เยื่อใยในอดีต บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครืออย่างน่าสมเพช คณินเอמהชื่อเธอออกมาเบาหวิว ราวกับเกรงว่าเสียงนั้นจะทำให้ภาพภรรยาที่เขาเคยละเลยหลุดลอยหายไปในอากาศ นับดาวสูดลมหายใจเข้าลึก, สลัดความตื่นตระหนกทิ้งไปอย่างไร้ความปรานี เธอยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อยแววตาที่มองกลับไปไร้ซึ่งความอ่อนแอหรือหวาดกลัวอย่างที่เคยเป็นมา มีเพียงความเย็นชาและเกราะกำบังอันแข็งแกร่งที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำตาในอดีต "ที่นี่ร้านขายเบเกอรี่ค่ะคุณคณิน ถ้าคุณไม่ได้มาเพื่อซื้อขนมหรือกาแฟ กรุณาออกไปจากร้านของฉันด้วยค่ะ... ฉันไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับคุณทั้งนั้น" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ คณินชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมเข้มไหวระริกด้วยความเจ็บปวดเมื่อได้รับปฏิกิริยาที่ไร้เยื่อใยจากอดีตภรรยา เขาก้าวเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์อีกนิด มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะวางลงบนขอบไม้ราวกับต้องการหาที่ยึดเหนี่ยว "เธอใจร้ายกับฉันเกินไปแล้วนะนับดาว... เธอหนีฉันมา ซ่อนตัวจากฉัน แถมยังกล้าดียังไงถึง..." "ฉันจะไปอยู่ที่ไหน จะทำอะไร มันก็ไม่ใช่กงการอะไรของคุณอีกแล้ว!" นับดาวสวนกลับทันควัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะ "เราหย่ากันขาดแล้วค่ะคุณคณิน จำไม่ได้หรือไงคะ? ใบหย่าใบนั้นคุณเป็นคนเซ็นอนุมัติด้วยความเต็มใจเองไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ถึงทำตัวเป็นพวกชอบตามตื๊อ น่ารำคาญสิ้นดี" คำพูดเชือดเฉือนที่ออกจากปากหญิงสาวผู้เคยเงียบงันและยอมจำนนมาตลอด ทำให้คณินรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยความจริงอันเจ็บปวด เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทิฐิที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าต่อหน้าความเด็ดเดี่ยวของอดีตภรรยา แต่ก่อนที่คณินจะได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมา เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วก็ดังขึ้นจากมุมห้องเล่นเด็ก "คุณแม่ครับ! นะโมต่อเลโก้เป็นรูปปราสาทเจ้าหญิงเสร็จแล้วนะ... เอ๊ะ? มีแขกเหรอครับ?" ร่างป้อมของเด็กชายนะโมวิ่งถือตัวต่อเลโก้ออกมาด้วยความดีใจ แต่เมื่อเจ้าตัวเล็กวิ่งมาถึงเคาน์เตอร์แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงของชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มสดใสก็พลันชะงักค้างไปทันที คณินนิ่งงันราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาล ร่างกายทั้งร่างแข็งทื่อราวกับหินปูน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นสุดขีดเมื่อก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า... ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นรั้นนั้น และโครงหน้ายามเมื่อเด็กน้อยเอียงคอด้วยความสงสัย มันสะท้อนภาพเงาของตัวเขาเองในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน! หัวใจของประธานหนุ่มหยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกكَะทันหัน ความจริงบางอย่างที่เขาเคยโง่เขลาเกินกว่าจะมองเห็น พรั่งพรูเข้ามาในสมองจนชาดิกไปหมด ในขณะที่นับดาวหน้าซีดเผือด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรีบพุ่งตัวออกไปจากเคาน์เตอร์เพื่อคว้าตัวลูกชายเข้ามากอดไว้แนบอก ป้องกันไม่ให้คณินเข้าใกล้เด็กน้อยไปมากกว่านี้ ทว่า... สายตาของคณินที่มองมายังเด็กชายนะโมในวินาทีนั้น เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นและคำถามนับล้านคำที่จุกแน่นอยู่ในอก "นะโม..." คณินกระซิบชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะต้องตัวเด็กน้อย ทว่าถูกนับดาวปัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย "อย่ามาแตะลูกฉัน!" นับดาวตวาดลั่น เสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ดวงตาแดงก่ำจ้องมองอดีตสามีด้วยความเคียดแค้นระคนหวาดระแวง คณินหันกลับมามองหน้านับดาวด้วยแววตาที่แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี ริมฝีปากหยักขยับเอ่ยถามคำถามที่สั่นสะท้านไปถึงวิญญาณออกมาทีละคำ "นี่... ลูกของเราใช่ไหมนับดาว?" *** *(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)* - เมฆหมอกสีชมพู -
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%