“ฉันไม่ได้อนุญาตให้ใครเอาเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลคณินไปเลี้ยงแบบตามมีตามเกิดแบบนี้หรอกนะ นับดาว!”
เสียงประกาศกร้าวของ ‘คุณหญิงมณีรัตน์’ มารดาของคณินดังลั่นไปทั่วห้องรับแขกของร้านเบเกอรี่เล็กๆ ที่นับดาวอุตส่าห์สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อ กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและแป้งอบที่เคยอบอวลกลับกลายเป็นความอึดอัดเย็นเยียบในบัดดล
นับดาววางถาดคุกกี้ในมือลงช้าๆ เธอไม่ได้ลนลาน แต่ดวงตาคู่สวยกลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม เธอเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสูงศักดิ์ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางร้านด้วยท่าทีที่แฝงไปด้วยความรังเกียจ
“ดิฉันคิดว่าเราคุยกันชัดเจนแล้วนะคะคุณหญิง” นับดาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลัง “นะโมเป็นลูกของดิฉัน ส่วนคุณคณิน... เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับลูกดิฉันมาตั้งแต่ตอนที่เซ็นใบหย่านั่นแล้ว”
“คนอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาตัดสิน!” คุณหญิงมณีรัตน์ก้าวเข้ามาใกล้ กระแสความกดดันพุ่งเข้าใส่นับดาวราวกับคลื่นยักษ์ “หลานชายของฉันต้องได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด อยู่ในคฤหาสน์ที่มีระดับ ไม่ใช่มานั่งคลุกฝุ่นขายขนมแบบนี้! ถ้าเธอต้องการเงินเท่าไหร่ก็บอกมา ฉันจะจ่ายให้ แล้วส่งเด็กนั่นมาให้ทางเราดูแลซะ”
คำว่า ‘เด็กนั่น’ กระตุกเส้นประสาทความอดทนของนับดาวให้ขาดผึง มือของเธอสั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความเดือดดาลที่ใครบางคนกล้ามาดูถูกหัวใจของเธอ
“ลูกไม่ใช่สินค้าที่อยากจะซื้อก็ซื้อไปนะคะ” นับดาวก้าวเข้าไปประจันหน้า ความสง่างามที่สั่งสมมาจากการผ่านมรสุมชีวิตทำให้เธอไม่ได้ดูด้อยกว่าเลยแม้แต่น้อย “ถ้าคุณหญิงจำไม่ได้ ดิฉันขอเตือนความจำให้ค่ะว่า ตอนที่ลูกดิฉันป่วยหนัก หรือตอนที่ดิฉันต้องลำบากเพื่อหาเงินมาเลี้ยงเขาตามลำพัง... ตระกูลของคุณอยู่ที่ไหนคะ?”
คุณหญิงมณีรัตน์ชะงัก สายตาที่เคยมั่นคงเริ่มวูบไหวเพียงครู่เดียวก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว “นั่นมันเป็นเพราะความผิดพลาดของคณิน! แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะพรากพ่อพรากลูก หรือพรากหลานไปจากย่าได้”
“พราก?” นับดาวแค่นยิ้ม “คำนี้น่าจะใช้กับตอนที่ดิฉันถูกทอดทิ้งให้เผชิญความเจ็บปวดเพียงลำพังมากกว่านะคะ”
ในขณะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น คณินก้าวเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขาเพิ่งทราบข่าวว่ามารดาของเขามาที่นี่ เขาไม่สนใจใครทั้งนั้น สายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างเพรียวบางของอดีตภรรยาที่ยืนเผชิญหน้ากับมารดาของเขาด้วยความหวั่นใจ
“แม่ครับ! ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับพวกเขา!” คณินแทรกตัวเข้ามาขวางระหว่างมารดากับนับดาว
“คณิน! นี่แกยังจะปกป้องผู้หญิงที่เอาหลานฉันไปซ่อนไว้แบบนี้เหรอ!”
“นะโมไม่ใช่สิ่งของที่ใครจะมาแย่งชิงไปได้ทั้งนั้น และผมก็จะไม่ยอมให้ใครทำลายชีวิตที่เขากำลังมีความสุขแบบนี้ด้วย” คณินหันไปมองนับดาว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูดได้
นับดาวไม่รอฟังคำแก้ตัว เธอหันไปหยิบผ้ากันเปื้อนออกแล้วเดินผ่านคณินไปตรงไปยังหลังร้าน ก่อนจะก้าวออกมาพร้อมกับเด็กชายวัยห้าขวบคนหนึ่ง... น้องนะโม
เด็กน้อยมีใบหน้าที่ถอดแบบมาจากคณินอย่างกับแกะ โดยเฉพาะแววตาที่ดื้อรั้นและคมกริบ แต่ในวันนี้แววตานั้นกลับฉายความหวาดกลัวเมื่อเห็นคนแปลกหน้ากลุ่มใหญ่
“แม่ครับ... คนพวกนี้เป็นใครเหรอครับ?” เสียงใสๆ ของนะโมเรียกให้น้ำตาที่เคยพยายามกลั้นไว้ของคณินคลอเบ้า
คุณหญิงมณีรัตน์เมื่อเห็นหน้าหลานชายชัดๆ ก็ถึงกับนิ่งอึ้ง ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ถูกปลุกขึ้นมาอย่างรุนแรง “นะโม... ย่า... ย่ามาหาแล้วนะลูก”
“อย่าเข้ามาใกล้ลูกดิฉัน!” นับดาวกอดร่างน้อยไว้แน่น สัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งพล่าน “ถ้าใครคิดจะใช้สิทธิ์ทางกฎหมาย หรือใช้อำนาจเงินมาพรากเขไปจากอ้อมอกดิฉัน... บอกไว้ตรงนี้เลยค่ะว่าดิฉันพร้อมจะสู้จนตัวตาย ต่อให้ต้องเปิดโปงความโสมมของตระกูลคุณให้สังคมได้รับรู้ดิฉันก็ทำได้!”
คณินหน้าซีดเผือด เขารู้ดีว่านับดาวไม่ได้ขู่ เธอทำจริงแน่ และหากเรื่องราวในอดีตถูกขุดคุ้ยขึ้นมา ชื่อเสียงของตระกูลคณินที่เขารักษาไว้แทบตายคงพังพินาศในพริบตา
“แม่ครับ... กลับไปเถอะครับ” คณินพยายามประคองมารดา “ถ้าแม่ยังรักผมและอยากให้ผมมีความสุข อย่าทำลายโอกาสสุดท้ายที่ผมจะได้กู้คืนความรู้สึกของเขา”
คุณหญิงมณีรัตน์มองหน้าลูกชาย สลับกับใบหน้าของหลานชายที่ยืนกอดแม่แน่น เธอถอนหายใจออกมาอย่างพ่ายแพ้ก่อนจะหันหลังกลับ แต่ก่อนจะพ้นประตูน้าน เธอหยุดกึกแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้นับดาวใจสั่น
“เธออาจจะชนะในวันนี้ แต่นับดาว... เธอคิดเหรอว่าความลับเรื่องที่ใครเป็นคน ‘วางยา’ ทำให้เธอต้องคลอดลูกก่อนกำหนดในวันนั้น... มันจะถูกฝังอยู่ตลอดไป?”
นับดาวตัวแข็งทื่อ คณินชะงักกึก สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีหน้าแห่งความสับสนและหวาดหวั่นที่ถูกเปิดโปง
“คุณหญิงหมายความว่ายังไงคะ?” นับดาวถามเสียงสั่น
คุณหญิงไม่ตอบ เธอเพียงแค่มองไปที่คณินด้วยสายตาที่ลึกลับ ก่อนจะก้าวออกไปจากร้าน ทิ้งความเงียบงันและความระแวงไว้เบื้องหลัง
คณินหันกลับมามองนับดาวด้วยดวงตาที่วูบไหว “ดาว... สิ่งที่แม่พูด... ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนจริงๆ นะ”
นับดาวมองอดีตสามีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย เธอเพิ่งจะเข้าใจว่าอุปสรรคที่เธอกำลังเผชิญไม่ใช่แค่ความเย่อหยิ่งของครอบครัวเขา แต่มันมีเบื้องหลังที่ดำมืดซ่อนอยู่ ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำลายชีวิตเธอในอดีต
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะเปิดปากถามข้อมูลเพิ่ม เสียงโทรศัพท์ของคณินก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วหน้าถอดสีทันทีที่เห็นเบอร์ที่โทรเข้ามา
“คณิน... สายนี้จากโรงพยาบาลที่แม่เคยรักษาอยู่” คณินพึมพำ ก่อนจะเปิดลำโพงด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง
“คุณคณินคะ... ดิฉันได้ผลตรวจ DNA ลับที่คุณสั่งให้ตรวจเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้วค่ะ ผลออกมาแล้ว... เด็กคนนั้น... เขาไม่ใช่...”
นับดาวเบิกตากว้าง หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นเมื่อได้ยินประโยคนั้น
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมบีบคั้นหัวใจไปกับนับดาวในตอนนี้นะคะ - เมฆหมอกสีชมพู
หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก•ตอนที่ 24
อุปสรรคจากคนรอบข้าง
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!