กลิ่นอเนกประสงค์ของเนยแท้ผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นเยียบของห้องกระจกใสในร้านเบเกอรี่ ‘Mourning Star’ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวในเวลานี้ที่ช่วยบรรเทาความอึดอัดในอากาศลงได้บ้าง นับดาวก้มหน้าก้มตาใช้พายยางปาดเนื้อครีมไวท์ช็อกโกแลตลงบนเค้กชิ้นเล็กอย่างประณีต มือเรียวที่เคยสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวในอดีต บัดนี้มั่นคงและเด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า ทุกรอยปาดคือเครื่องยืนยันว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมก้มหัวให้ความเย็นชาของคณินอีกต่อไปแล้ว
ทว่า... สายตาของเธอกลับเหลือบมองผ่านกระจกไปยังมุมเด็กเล่นเล็กๆ ภายในร้าน ที่ซึ่งร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพรมปูพื้นอย่างไม่ถือตัว เสื้อสูทราคาแพงถูกถอดพาดไว้บนพนักเก้าอี้ แขนเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมชายชาตรี ขณะที่เบื้องหน้าของเขาคือเด็กชายตัวน้อยที่กำลังกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรดแน่นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวง
“คุณ... คุณลุงออกไปเถอะครับ แม่บอกว่าห้ามคุยกับคนแปลกหน้า”
เสียงใสเอ่ยขึ้นด้วยความกล้าๆ กลัวๆ น้องนะโมถอยหลังก้นจ้ำเบ้าลงบนพรมเมื่อคณินขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบมาจากนับดาวฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เด็กน้อยไม่คุ้นชินกับการได้รับความใส่ใจจากผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่เคยเดินผ่านเขาไปอย่างไร้เยื่อใยในวันที่เขาป่วยไข้ ผู้ชายที่ในความทรงจำอันเลือนรางของเด็กวัยสามขวบ มีแต่ความเงียบงันและความเย็นชา
คณินชะงักมือที่ยื่นออกไป หัวใจของเขาถูกบีบอัดจนเจ็บแปลบราวกับมีใครเอามือมาขยำมันเล่น ความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณมาตลอดหลายเดือนยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น เมื่อได้เห็นความหวาดกลัวในดวงตาคู่เล็กนั้น... ดวงตาที่เขามีสิทธิ์เต็มเปี่ยมแต่กลับเป็นคนทำลายมันด้วยมือของตัวเอง
“ลุง... ลุงไม่ได้จะมาทำร้ายนะครับ นะโม” คณินพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น เขาพยายามส่งยิ้มที่คิดว่าอ่อนโยนที่สุดในชีวิตออกไป แม้ว่ามันจะดูเก้ๆ กังๆ สำหรับผู้ชายที่ใช้ชีวิตอยู่บนจุดสูงสุดของความเย่อหยิ่งมาตลอด “ลุงแค่อยาก... อยากเอานี่ให้หนู”
กล่องขนมปังทรงสามเหลี่ยมชิ้นเล็กที่ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รี่สดสีแดงฉ่ำถูกยื่นออกไปอย่างระมัดระวัง มันคือ ‘มิลล์เฟย’ ขนมอบฝรั่งเศสที่ขึ้นชื่อเรื่องความกรอบร่วนและไส้คัสตาร์ดหอมหวานละมุน ซึ่งคณินจำได้แม่นยำจากปากคำของลูกน้องว่า... นี่คือขนมที่เด็กชายตัวน้อยแวะมองผ่านตู้กระจกทุกครั้งที่เดินผ่านร้านนี้
น้องนะโมมองขนมชิ้นนั้นสลับกับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความสำนึกผิดของชายแปลกหน้า จมูกโด่งรั้นสูดกลิ่นหอมหวานที่ลอยเตะจมูกเบาๆ ความเป็นเด็กทำให้ต่อมรับรสส่งสัญญาณเรียกร้อง แต่สัญชาตญาณการป้องกันตัวที่ผู้เป็นแม่พร่ำสอนมาตลอดกลับดึงรั้งเขาไว้
“แม่บอกว่า... ของกินจากคนแปลกหน้า อาจจะมีเวทมนตร์ร้ายกาจที่ทำให้เราไม่อยากเจอแม่” นะโมพูดเสียงเบาหวิวแต่กลับแทงลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง คณินแทบอยากจะยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองแรงๆ สักครั้ง คำพูดประโยคนั้นมันสะท้อนว่าเขาสร้างบาดแผลในใจของแม่ลูกคู่นี้ไว้มากแค่ไหน
“มันไม่ใช่เวทมนตร์ร้ายหรอกครับคนเก่ง” คณินกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมเข้มที่เคยราบเรียบไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับมีรื้นไปด้วยละอองน้ำใสๆ อย่างน่าตกใจ “มันคือ... ความตั้งใจของลุง ที่อยากจะขอโทษ... ที่ผ่านมาลุงเคยใจร้ายกับหนูและแม่”
นับดาวที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านเคาน์เตอร์บาร์ หัวใจของเธอกระตุกวูบ ภาพของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยแคร์ใครหน้าไหน กำลังนั่งคุกเข่าขอความเห็นใจจากลูกชายในไส้ มันช่างเป็นภาพที่ทั้งสะใจและบีบคั้นหัวใจในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกอัดอั้นตันใจแล่นพล่านขึ้นมาจนเธอต้องกำมือเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ
เธอรู้ดีว่าคณินกำลังพยายาม... พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไถ่บาป พยายามทำตัวเป็นพ่อที่ดีในวันที่มันสายเกินไป แต่ความเจ็บปวดที่เขาเคยฝังรากลึกลงในใจเธอกับลูก มันไม่ได้ถูกลบล้างได้ง่ายๆ ด้วยขนมเพียงชิ้นเดียวหรือแววตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดแค่นั้น
“คุณลุง... ร้องไห้ทำไมครับ?”
เสียงใสของน้องนะโมเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ เมื่อเด็กน้อยสังเกตเห็นหยดน้ำตาที่ไหลรินลงมาตามโครงหน้าคมคายของชายหนุ่ม คณินรีบยกหลังมือขึ้นปาดมันออกอย่างลวกๆ รอยยิ้มฝื่อนๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยักที่สั่นระริก
“ลุง... ลุงไม่ได้ร้องไห้ครับ แค่ฝุ่นมันเข้าตา” ข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด แต่นะโมกลับเอียงคอมองด้วยความสงสัย ก่อนที่มือเล็กๆ จะลังเลอยู่ชั่วครู่ แล้วตัดสินใจยื่นนิ้วชี้ป้อมๆ ไปแตะที่หลังมือของคณินเบาๆ เป็นการปลอบโยนตามประสาเด็กไร้เดียงสา
“ถ้าฝุ่นเข้าตา... ต้องเป่าลมใส่ครับ แม่บอกว่าทำแบบนี้แล้วจะหายเจ็บ”
สิ้นคำพูดนั้น คณินก็แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขารวบอร์ดี้เข้าหาเด็กน้อยแล้วดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอดไว้แนบอกอย่างระมัดระวัง กลัวเหลือเกินว่าอ้อมแขนนี้จะทำให้เด็กน้อยตกใจกลัวอีก แต่น่าแปลก... น้องนะโมไม่ได้ผลักไส ร่างเล็กๆ นั้นนิ่งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่มือเล็กจะค่อยๆ ยกขึ้นโอบรอบคอแกร่งของชายหนุ่มไว้หลวมๆ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านจากร่างหนึ่งสู่อีกร่างหนึ่ง ทำให้กำแพงความเย็นชาของคณินพังทลายลงราบคาบ เขากอดลูกชายแน่นราวกับกลัวว่าเด็กน้อยคนนี้จะหายวับไปกับตา
นับดาวเบือนหน้าหนี ภาพตรงหน้าช่างพร่ามัวด้วยม่านน้ำตาที่เอ่อล้น เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ความใจอ่อนที่เธอพยายามขgดเกลื่อนไว้ด้วยความแข็งกระด้างกำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง
แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศภายในร้านกำลังอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่เปราะบางและลึกซึ้ง เสียงกระดิ่งลมเหนือประตูร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามา
“นับดาว... ผมมารับคุณกับหลานไปทานมื้อเที่ยงตามนัดครับ”
เสียงทุ้มอันคุ้นเคยดังขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน คณินผละออกจากร่างของลูกชายช้าๆ เขารีบหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่วาวโรจน์ขึ้นมาทันที เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของคำพูดนั้น... ศัตรูหัวใจคนสำคัญที่คอยวนเวียนอยู่ข้างกายนับดาวมาตลอดในช่วงเวลาที่เขาตกต่ำที่สุด!
คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รังสีความเย็นชาและอำนาจมืดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอีกครั้ง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มผู้มาใหม่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ขณะที่นับดาวกลับนิ่งงันไป เมื่อหางตาของเธอเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลลึกลับที่โผล่อออกมาจากกระเป๋าเสื้อของชายหนุ่มผู้มาเยือน... ซองเอกสารที่เธอมั่นใจว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่จะทำให้ชีวิตของพวกเขาทั้งสามคนไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ - เมฆหมอกสีชมพู
หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก•ตอนที่ 23
พายุอารมณ์
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!