กลิ่นอายจางๆ ของแป้งอบเนยและวานิลลาแท้ที่ลอยอบอวลมาจากเตาอบในครัวหลังร้าน ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดในพื้นที่ต้อนรับด้านหน้าเบาบางลงได้เลยสักนิด
นับดาววางถาดคุกกี้ช็อกโกแลตชิพลงบนเคาน์เตอร์ด้วยจังหวะที่นิ่งสนิท ดวงตากลมโตคู่นั้นมองลอดผ่านกระจกใสออกไปเบื้องนอก ที่ซึ่งร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มของคณินกำลังยืนตระหง่านขวางกั้นแสงไฟยามค่ำคืน ท่าทางของเขาในยามนี้ไม่มีเค้าลางของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและทรงอิทธิพลที่เธอเคยรู้จักแม้แต่น้อย มีเพียงความอ้างว้างและดวงตาที่แดงก่ำราวกับคนไม่ได้นอนมาหลายคืน
"คุณยังกล้ามาที่นี่อีกทำไมคะ คุณคณิน"
เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึกราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำตาล ความเย็นชาในน้ำเสียงของนับดาวทำเอาคนฟังสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ เธอยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ไม้สีอ่อน ดวงตาคู่สวยจับจ้องมองอดีตสามีด้วยความรู้สึกด้านชาที่ผ่านการหล่อหลอมจากหยาดน้ำตามานับครั้งไม่ถ้วน
คณินไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขากลืนก้อนthe lumpในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก รองเท้าหนังราคาแพงก้าวเข้ามาในร้านเบเกอรี่เล็กๆ แห่งนี้อย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าแค่เพียงฝีเท้าที่หนักหน่วงเกินไปจะทำให้ภาพตรงหน้าสลายหายไปราวกับควันไฟ
"พี่... ขอร้องล่ะนับดาว" เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยอำนาจ กลับสั่นพร่าจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ คณินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความอ่อนแอ แต่หยาดน้ำใสๆ กลับรื้นขึ้นที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ "ให้โอกาสพี่ได้พูด ได้แก้ตัวในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไป..."
"แก้ตัว?" นับดาวแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเย้ยหยัน "คุณจะแก้ตัวด้วยอะไรคะ? ด้วยเงินทอง ชื่อเสียง หรือด้วยคำขอร้องที่ไร้ค่าพวกนั้น? คุณลืมไปแล้วหรือไงคะว่าคุณเป็นคนผลักไสฉันกับลูกออกไปเองกับมือ"
คำพูดนั้นกรีดลงบนหัวใจของคณินราวกับถูกคมมีดซ้ำแผลเก่า เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่ตนเองได้ก่อขึ้นนั้นมันมากมายมหาศาลเพียงใด ความเย่อหยิ่งในอดีตทำให้เขาตาบอด มองไม่เห็นค่าของความรักที่บริสุทธิ์ จนกระทั่งวันที่บ้านหลังใหญ่ว่างเปล่า วันที่ไม่มีเสียงหัวใสๆ ของน้องนะโมคิ่งเสียงเรียกป๊ะป๋า วันนั้นเองที่เขาถึงได้ตระหนักว่าหัวใจของเขาได้ตายไปพร้อมกับการจากไปของสองแม่ลูกแล้ว
เพล้ง!
เสียงข้าวของกระทบพื้นดังสนั่นมาจากทางประลองด้านหลัง เมื่อร่างของหญิงวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงสังคมก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดสิทธิ์ขาด คุณหญิงวิภาดา แม่ของคณินนั่นเอง สายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองอดีตลูกสะใภ้ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
"คณิน! แกกำลังทำบ้าอะไรอยู่!" เสียงตวาดกร้าวด้วยความโกรธจัดดังขึ้น "แกเป็นถึงประธานกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ แต่กลับมายืนคุกเข่าอ้อนวอนผู้หญิงขายขนมชั้นต่ำเนี่ยนะ! เสียเกียรติวงศ์ตระกูลหมด!"
"คุณแม่ครับ! พอทีเถอะครับ!" คณินหันไปตวาดกลับเสียงดังลั่น ดวงตาคมดุฉายแววกร้าวระคนเจ็บปวดจนคนเป็นแม่ชะงัก "เพราะคำสั่งและทิฐิของคุณแม่ไม่ใช่หรือไง ที่ทำให้ผมต้องสูญเสียครอบครัวไป! ถ้าวันนี้ผมไม่ทำอะไรสักอย่างเพื่อดึงพวกเขากลับมา ผมก็คงเป็นผู้ชายที่ไร้ค่าที่สุดในโลก!"
นับดาวมองภาพแม่ลูกทะเลาะกันด้วยแววตาว่างเปล่า เธอยกมือขึ้นลูบสร้อยคอเส้นเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า ความรู้สึกเวทนาปะปนกับความเหนื่อยล้าแล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอไม่อยากเป็นสนามอารมณ์ของครอบครัวนี้อีกต่อไปแล้ว
"เชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ คุณหญิงวิภาดา และคุณคณิน" นับดาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "ร้านนี้ไม่มีพื้นที่ต้อนรับคนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันและลูก และที่สำคัญ... พรุ่งนี้ลูกชายของฉันจะมีพ่อใหม่แล้วค่ะ คนที่จะรักและปกป้องพวกเราอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องรอให้สูญเสียก่อน"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงใหญ่ของคณินก็ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นกระเบื้องทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของคุณหญิงวิภาดาและบอดี้การ์ด ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยอมทิ้งศักดิ์ศรีและทิฐิทั้งหมดที่มีลงแทบเท้าของหญิงสาวที่เขาเคยเหยียดหยาม
"พี่ขอร้อง... นับดาว" คณินเอ่ยเสียงสั่นเครือ หยดน้ำตาลูกผู้ชายร่วงหล่นกระทบพื้นทีละหยด ภาพของชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งพังทลายลงไม่เป็นท่า "ตบตีพี่ หรือจะด่าทอพี่อย่างไรก็ได้ ขอแค่... ขอแค่ให้โอกาสพี่ได้พิสูจน์ตัวเองอีกสักครั้ง ได้โปรด..."
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ในร้านชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะอื้นไห้เบาๆ ของประธานหนุ่มที่ยอมจำนนต่อความรักและความเจ็บปวด นับดาวมองก้มลงมองภาพนั้น หัวใจที่เคยแข็งกระด้างค่อยๆ สั่นไหวด้วยความทรงจำเก่าๆ แต่ทว่า... บาดแผลลึกเกินกว่าจะเยียวยาด้วยคำขอโทษเพียงไม่กี่คำ
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงประตูกระจกหน้าร้านก็ถูกผลักเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบที่วิ่งถือตุ๊กตาหมีเข้ามาในร้าน
"มัมมี่ฮะ... เอ๊ะ? คุณลุงคนนั้นมาทำอะไรที่ร้านเราเหรอครับ?"
เสียงใสแจ๋วของน้องนะโมดังขึ้น ทำเอาคณินสะดุ้งสุดตัว เขารีบหันขวับไปมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่หลังขาของนับดาว และในวินาทีนั้นเอง... ลมหายใจของคณินก็แทบหยุดชะงักลงเมื่อดวงตากลมโตคู่นั้นเงยขึ้นสบกับเขา ใบหน้าจิမ်းลิ้มและรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์นั้น... ถอดแบบมาจากตัวเขาเองในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ - เมฆหมอกสีชมพู
หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก•ตอนที่ 22
หยดน้ำตาของคนที่ไม่เคยเสียใจ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีพ่อใหม่ให้ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!