กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 9

เดินทางสู่หุบเขาลับแล

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
"หากเจ้ายังกล้าส่งเสียงน่ารำคาญเช่นนี้อีกแม้แต่คำเดียว ข้าจะตัดลิ้นอสูรโง่เง่าของเจ้าโยนให้สุนัขป่ากินเสีย" เสียงกังวานดั่งหยกกระทบกันแต่เย็นเยียบจนกระดูกสันหลังชาหนึบดังขึ้น หลินซูเยว่ปรายตามองบุรุษเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่าดุจน้ำแข็งพันปี นางยืนอยู่บนยอดผาสูงชัน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะบัดพลิ้วตามแรงลมปราณกระบี่ที่แผ่พุ่งออกมาโดยไม่รู้ตัว รัศมีเซียนรอบกายกดดันจนหมู่พฤกษาในรัศมีร้อยลี้ต่างโน้มกิ่งลงคารวะ "ฮ่าๆๆๆ แม่นางน้อยผู้นี้ช่างใจร้ายใจดำยิ่งนัก! เจ้าคิดว่าข้า 'เพลิงนิลบรรพกาล' อยากจะสิงสู่อยู่ในร่างไอ้หนุ่มหน้าโง่นี่นักหรือ? หากไม่ใช่เพราะพันธะโลหิตสวรรค์บ้าคลั่งนั่น ข้าคงไปเสวยสุขในแดนบรรพกาลนานแล้ว!" เสียงหัวเราะกวนประสาทดังสะท้อนออกมาจากหว่างอกของเฟิ่งอู่เฉิน ปราณสีดำทมิฬแลบเลียออกมาจากผิวหนังของเขาเป็นระลอกคล้ายเปลวเพลิงที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่ง เฟิ่งอู่เฉินแย้มยิ้มเยาะหยัน ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่ทอดมองไปยังเบื้องล่าง—หุบเขาลับแล ดินแดนต้องห้ามที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณยังต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นั่น เขายกมือขึ้นลูบสันกระบี่วิปลาสในฝักอย่างแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงไอสังหารที่อัดแน่นอยู่ภายในจนตัวกระบี่สั่นระริก "เจ้าก็เพลาๆ ปากลงบ้างเถอะเจ้าอสูรบ้า หากนางลงมือขึ้นมาจริงๆ ข้าคงต้องเสียเวลาเก็บกวาดซากวิญญาณของเจ้าอีกรอบ" เฟิ่งอู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความระ2คายเคืองอยู่ไม่น้อย การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจแม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะคัมภีร์วิปลาสสะบั้นสวรรค์ที่อยู่ในมือเขา กำลังส่งเสียงเรียกหา "แก่นแท้โลหิตเซียน" ที่หลับใหลอยู่ ณ ก้นบึ้งของหุบเขาลับแล และเงื่อนไขเดียวที่จะฝ่าค่ายกลมรณะเบื้องล่างไปได้ คือการต้องร่วมมือกับสตรีผู้ไร้ใจนามหลินซูเยว่ผู้นี้ หลินซูเยว่แค่นเสียงทางจมูกเบาๆ นางก้าวเท้าเพียงหนึ่งก้าว ร่างระหงก็ลอยละลิ่วลงสู่เบื้องล่างดั่งขนนกที่ต้องลม ไร้ซึ่งเสียงแหวกอากาศ ไร้ซึ่งร่องรอยการโคจรพลัง "ตามมา หากเจ้าไม่อยากตายอยู่ปากทางเข้า" เสียงของนางลอยตามลมมาอย่างเลือนราง เฟิ่งอู่เฉินส่ายหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏแววท้าทาย เขาทะยานร่างตามลงไปทันที สายลมรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นคมกระบี่นับพันสายที่คอยปัดป่าม่านพลังธรรมชาติที่คอยขัดขวาง การเดินทางที่ไม่เต็มใจแต่ต้องพึ่งพากันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ท่ามกลางหมอกหนาทึบที่ปกคลุมหุบเขาลับแล ซึ่งซ่อนความลับอันน่าสะพรึงกลัวและอดีตอันดำมืดที่กำลังรอวันปะทุ เบื้องล่างของหุบเขา หาใช่พฤกษาหรือโตรกผาธรรมดา หากแต่เป็นโครงกระดูกมหึมาของสัตว์อสูรบรรพกาลที่เรียงรายสลับซับซ้อนราวกับเขาวงกตแห่งความตาย กลิ่นอายความตายและกลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ ทันใดนั้น ฝีเท้าของหลินซูเยว่ก็หยุดชะงักกะทันหัน ร่างบางยืนนิ่งราวกับรูปสลักหยก ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองตรงไปยังเบื้องหน้า "มีบางอย่างผิดปกติ..." หลินซูเยว่เอ่ยเสียงแผ่วเบา นิ้วเรียวดั่งลำเทียนยกขึ้นชี้ไปที่ม่านหมอกสีดำสนิทที่กำลังหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น เฟิ่งอู่เฉินลงยืนเคียงข้างนาง กลิ่นอายกระบี่วิปลาสในมือพลุ่งพล่านขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ ราวกับมันกำลังตื่นเต้นกับบางสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านหมอกนั้น เสียงคำรามต่ำๆ จากอสูรเพลิงในร่างดังขึ้นเตือนสติ *"ไอ้หนุ่ม ระวังตัวด้วย... สิ่งที่อยู่ข้างหน้านั้นไม่ใช่สัตว์อสูรเดรัจฉาน แต่มันคือ 'เงาอดีต' ที่พวกเราต่างก็ไม่อยากพบเจอ..."* หมอกสีดำค่อยๆ แตกออก เผยให้เห็นเงาร่างมหึมาของบุคคลผู้หนึ่งที่ถือกระบี่ซึ่งแผ่ไอสังหารสีโลหิตไม่แพ้เฟิ่งอู่เฉิน และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ใบหน้านั้น... กลับมีเค้าโครงที่คล้ายคลึงกับเฟิ่งอู่เฉินถึงแปดส่วน! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและร่วมเป็นพยานในค่ำคืนอันแปรปรวนนี้ ขอให้ทุกท่านจงรักษากระบี่ในมือให้มั่น แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%