กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในสายลมราวกับห่าฝนโลหิต หาได้ทำให้ฝีเท้าของบุรุษชุดดำผู้หนึ่งช้าลงแม้แต่น้อย
"เจ้าเด็กโง่... ข้างหน้าคือเขตอาคมแห่งแดนสนธยา มิติที่แม้แต่เงาของดวงอาทิตย์ยังไม่กล้าทอดผ่าน หากก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว วิญญาณของเจ้าจะถูกบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่เศษธุลี!"
เสียงแหบพร่าดั่งอสูรร้ายคำรามก้องอยู่ในห้วงจิตสำนึกของ **เฟิ่งอู่เฉิน** ทว่าเจ้าตัวกลับเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองซากศพของเหล่าผู้ฝึกตนสำนักกระบี่มารที่นอนเกลื่อนกลาดนับร้อยชีวิตเบื้องหลัง ร่างกายของเขายามนี้ชุ่มโชกไปด้วยโลหิต ทั้งโลหิตของศัตรูและโลหิตของตนเอง ทว่าไอกระบี่ที่แผ่ออกมาจากร่างกลับยิ่งทวีความดุร้ายและบริสุทธิ์ขึ้นทุกขณะ
"หุบปากเสีย เจ้าอีกาแก่ หากข้ากลัวตายคงไม่เลือกเดินบนเส้นทางสายนี้ตั้งแต่แรก" เฟิ่งอู่เฉินส่งกระแสจิตตอบกลับอสูรเพลิงในร่างอย่างไม่ี่ใส่ใจนัก ขณะที่มือขวายังคงกุมด้ามกระบี่วิปลาสแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
เบื้องหน้าของเขาคือม่านหมอกสีดำทมิฬที่หนาทึบราวกับกำแพงเหล็กไหล แดนสนธยา... ดินแดนต้องห้ามที่เชื่อมต่อระหว่างปรภพและโลกมนุษย์ ที่ซึ่งกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ไม่อาจเอื้อมมือไปถึง การจะฝ่าวงล้อมของค่ายกลหมื่นวิญญาณเพื่อเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้ จำเป็นต้องใช้ทั้งพลังปราณอันมหาศาลและความเด็ดเดี่ยวระดับที่กล้าเอาชีวิตเข้าแลก
*ตูม! ตูม! ตูม!*
เสียงระเบิดกึกก้องสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากเบื้องหลัง คลื่นพลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณนับสิบสายกำลังพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูงสุด ผู้นำทัพคือ "เจี้ยนอู๋ Jiàn Wú" ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่มาร ผู้มีฉายานามว่า 'กระบี่โลหิตไร้เงา' ดวงตาของมันเต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว
"เฟิ่งอู่เฉิน! วันนี้ต่อให้เจ้ามีปีกบินได้ ก็ไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือของสำนักกระบี่มารเราไปได้หรอก คายกระบี่วิปลาสและเคล็ดวิชาสะบั้นสวรรค์ออกมาเสีย มิฉะนั้นข้าจะควักวิญญาณเจ้ามาทรมานในไฟกัลป์หมื่นปี!" เสียงคำรามของเจี้ยนอู๋ดังสะท้านป่าเขา แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจนพื้นดินรอบตัวเฟิ่งอู่เฉินยุบตัวลงเป็นหลุมลึก
เฟิ่งอู่เฉินไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขายังคงจ้องมองม่านหมอกสีดำเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและว่างเปล่า ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อครั้งที่คนรักของเขาถูกเงื้อมมือเทพสวรรค์ทำลายร่างและวิญญาณจนแตกสลายแวบเข้ามาในหัว ราวกับเชื้อเพลิงที่เติมเต็มไฟแค้นในอกให้โหมกระหน่ำยิ่งขึ้น
"พวกมัน... สมควรตาย" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกหลุดออกมาจากริมฝีปากของเขา
ทันใดนั้นเอง แสงสีขาวนวลบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะจากยอดเขาหมื่นปีก็สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า แหวกม่านเมฆสีดำทมิฬลงมาขวางกั้นระหว่างเฟิ่งอู่เฉินและกองทัพสำนักกระบี่มารเอาไว้ ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างเงียบเชียบ ท่วงท่าสง่างามราวกับเทพเซียนผู้สูงส่งเหนือโลกียวิสัย ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับหนתยะเยือกจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา
**หลินซูเยว่**
นางเซียนผู้คุมกฎแห่งยอดเขาหิมะหมื่นปี ผู้มีดวงตางดงามแต่ไร้ซึ่งประกายอารมณ์ใดๆ นางยืนอยู่เบื้องหน้าเฟิ่งอู่เฉิน ปลายกระบี่ในมือชี้ลงพื้นอย่างไร้ความลังเล
"ซูเยว่... เหตุใดเจ้าจึงตามมา ที่นี่อันตรายเกินไป" เฟิ่งอู่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเอ่ยกับนาง
หลินซูเยว่ไม่หันกลับมามอง เขายังคงมองตรงไปยังกองทัพของเจี้ยนอู๋ น้ำเสียงใสราวกระดิ่งเงินเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย ไร้ซึ่งความหวาดกลัว "ข้าบอกท่านแล้วว่า... ไม่ว่าท่านจะเดินไปสู่ปรภพหรือแดนสวรรค์ ข้าจักก้าวเดินไปเคียงข้างท่าน... แม้กระทั่งความตาย ก็ไม่มีสิทธิ์พรากเราจากกัน"
คำพูดเพียงไม่กี่คำ ทว่ากลับหนักแน่นราวน้ำหนักของขุนเขา ทะลุทะลวงเข้าไปในหัวใจที่ด้านชาและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของเฟิ่งอู่เฉิน รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นและคราบเลือดของเขา
"ฮ่าๆๆ ดี! ในเมื่อเจ้าอยากร่วมทางกับไอ้สารเลวผู้นี้ เช่นนั้นก็จงตายไปพร้อมกันเสียเถอะ!" เจี้ยนอู๋คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นว่าตนถูกเมินเฉย มันตวัดกระบี่ในมือส่งคลื่นกระบี่โลหิตมหึมาราวกับคลื่นยักษ์สึนามิพุ่งเข้าใส่คนทั้งสองในคราวเดียว
หลินซูเยว่ยกมือขึ้นวาดเป็นวงกลมกลางอากาศ อักขระเซียนโบราณนับพันตัวเปล่งแสงเจิดจ้ากลายเป็นโล่โปร่งใสปกป้องเบื้องหน้า ทว่าแรงกระแทกจากวิชาของยอดฝีมือระดับหลอมรวมวิญญาณนั้นรุนแรงเกินกว่าจะต้านทานได้ง่ายๆ ร่างของหลินซูเยว่สั่นสะท้านเล็กน้อย มุมปากของนางมีโลหิตสีแดงสดไหลรินออกมาตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ
"ซูเยว่!" เฟิ่งอู่เฉินแผדเสียงคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด พลังปราณทั้งหมดในร่างระเบิดออกราวกับภูเขาไฟระเบิด อสูรเพลิงในร่างคำรามก้องจนเปลวไฟสีดำพวยพุ่งออกมาจากดวงตาและท่อลมหายใจของเขา
เขาไม่อาจทนเห็นหญิงสาวผู้เดียวที่ยอมมอบหัวใจให้เขาต้องมาบาดเจ็บเพราะปกป้องเขาได้อีกต่อไปแล้ว!
เฟิ่งอู่เฉินก้าวออกไปยืนเบื้องหน้านาง มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่วิปลาสที่สั่นระริกส่งเสียงร้องคำรามราวกับกระหายเลือด ชั่วพริบตานั้น ท้องฟ้าเหนือแดนสนธยาก็เปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆหมอกม้วนตัวเป็นพายุหมุนขนาดมหึมา สายฟ้าสีดำฟาดผ่าลงมากลางวงล้อมราวกับพิโรธของทัณฑ์สวรรค์
"วันนี้... ข้าจะใช้กระบี่เล่มนี้ ตัดขาดทั้งฟ้าดินและโชคชะตา!"
เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งขุนเขา แรงกดดันระดับที่ทำให้มิติรอบข้างปริร้าวแผ่ขยายออกไปจนเหล่าผู้อาวุโสสำนักกระบี่มารถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังกรูด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง
ทว่า ในวินาทีที่นิ้วเรียวยาวของเขากำลังจะออกแรง... ชักกระบี่ออกจากฝักเพื่อสะบั้นสวรรค์
*ติ๊ด...*
เสียงประหลาดคล้ายหยดน้ำกระทบผิวน้ำดังขึ้นจากความว่างเปล่าเบื้องหลังหลินซูเยว่ พร้อมกับมิติที่ฉีกขาดออกเป็นช่องว่างสีทองอร่าม ร่างเงาของบุคคลผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างเชื่องช้า
บุคคลผู้นั้นสวมชุดคลุมลายแผนที่ดารา ใบหน้าสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเฟิ่งอู่เฉินหยุดเต้นไปชั่วขณะ คือกระบี่ในมือของอีกฝ่าย... มันคือกระบี่เล่มเดียวกับที่ควรจะสูญหายไปพร้อมกับคนรักของเขาเมื่อร้อยปีก่อน!
"เจ้าเด็กโง่... ระวัง!" เสียงตะโกนของอสูรเพลิงดังลั่นในหัว แต่ทุกอย่างสายเกินไปเสียแล้ว
---
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านค่ำคืนอันอันตรายนี้ไปด้วยกัน ขอให้ทุกท่านจงรักษากระบี่ในมือให้มั่น แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 16
สนามรบหมื่นศพ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!