กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 17

เสียงเรียกจากเบื้องลึก

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นหิมะขาวโพลน ส่งเสียงดุจเข็มเงินตกกระทบผืนน้ำแข็ง หลินซูเยว่ทรุดกายลงคุกเข่า มือเรียวดุจหยกสลักกำเศษหิมะแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับกระดูกทุกข้อในร่างกำลังถูกบดขยี้ด้วยค้อนทัณฑ์สวรรค์ ความเย็นยะเยือกของยอดเขาหิมะหมื่นปีที่เคยคุ้นชิน บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงอัคนีอเวจีที่แผดเผาจากภายในสู่ภายนอก "ซูเยว่!" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับร่างของเฟิ่งอู่เฉินที่พุ่งทะยานเข้ามาประคอง ไหล่กว้างของเขารับน้ำหนักร่างที่สั่นเทาของนางไว้อย่างมั่นคง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองสำรวจร่องรอยความผิดปกติบนร่างนางด้วยความร้อนรนที่ซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ "ถอยไป..." หลินซูเยว่เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีฟ้าครามที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับมีรอยร้าวปรากฏขึ้น คล้ายกระจกแก้วที่กำลังจะแตกสลาย หยาดน้ำตาอุ่นร้อนสายหนึ่งไหลรินออกจากดวงตาข้างซ้าย—หยดน้ำตาแรกในรอบสามร้อยปีของเซียนสาวผู้ไร้ใจ "เจ้าคิดว่าข้า เฟิ่งอู่เฉิน ผู้นี้จะปล่อยให้สตรีของตนต้องเผชิญหน้ากับความตายลำพังหรืออย่างไร?" ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกแฝงไว้ด้วยความดุดันและอ่อนโยนในคราเดียวกัน มือข้างหนึ่งจับกระบี่วิปลาสในฝักแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ขณะที่มืออีกข้างโอบประคองเอวบางของนางไว้แนบกาย ปราณกระบี่คุ้มกันร่างถูกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง เพื่อต้านทานแรงกดดันมหาศาลที่กำลังกดทับลงมาจากมิติเบื้องบน ภายในห้วงจิตวิญญาณ เสียงหัวเราะเยาะหยันของเจ้าอสูรเพลิงอัคนีบรรพกาลที่สิงสู่ในร่างข้าก็ดังแทรกขึ้นมาในหัว *[ฮ่าๆๆๆ เจ้านาย ตัวน้อย เจ้านัปดาห์นี้ดูท่าจะไม่ดีเอาเสียเลยนะ ประตูมิติแห่งอดีตชาติเปิดออกแล้ว แรงอาฆาตพยาบาทจากห้วงเวลาเก่าก่อนกำลังกัดกินวิญญาณนาง เซียนสาวผู้ไร้ใจผู้นี้... ช่างน่าเวทนาและน่าหลงใหลเสียจริง!]* "หุบปากของเจ้าเสียไอ้อสูรสารเลว หากนางเป็นอะไรไป ข้าจะแผดเผาห้วงจิตของเจ้าให้มอดไหม้เป็นจุล!" ข้าส่งกระแสจิตตวาดกลับไปอย่างดุเดือด ทันใดนั้น ท้องน้ายามวิกาลที่เคยปรากฏดาราประกายพรึก กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากันราวกับพายุคลั่ง เสียงคำรามกึกก้องสะท้อนสะเทือนไปทั่วทั้งเก้าชั้นฟ้าและดิน ความทรงจำที่ถูกผนึกไว้ด้วยค่ายกลมหาเทพกำลังทะลักล้นออกมาจากห้วงจิตใต้สำนึกของหลินซูเยว่ ภาพเบื้องหน้าของข้าและนางเริ่มบิดเบี้ยว กลายเป็นภาพลวงตาของอดีตกาลอันยาวนาน ในห้วงนิมิตนั้น... ทุ่งราบกว้างใหญ่ที่ถูกย้อมด้วยสีเลือด ซากศพของเหล่าเทพเซียนและมารร้ายเกลื่อนกลาด หลินซูเยว่ในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์เปื้อนคราบโลหิต นางมิใช่เซียนสาวผู้เย็นชาไร้ความรู้สึกดังเช่นปัจจุบัน แต่นางคือ 'เทพธิดาโลหิต' ผู้ถือครองกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ที่สังหารล้างผลาญแม้กระทั่งอาจารย์และสหายร่วมสำนัก เพื่อปกป้องบุรุษผู้หนึ่ง... บุรุษที่มีใบหน้าและแววตาเช่นเดียวกับข้าในชาตินี้! "อึก..." หลินซูเยว่สำลักโลหิตออกมาคำโต เลิอดสีสดหยดลงบนพื้นหิมะจนกลายเป็นดอกเหมยแดงฉาน นางเงยหน้าขึ้นมองข้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความทรงจำที่ไหลย้อนกลับเข้ามา ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาถูกกรีดแทงจนพรุน "อู่เฉิน..." เสียงของนางสั่นเครือ แหบพร่า และเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน "ข้า... ข้าเป็นคนฆ่าพวกเขา... ข้าคือปีศาจที่ทำลายทุกสิ่ง..." "เจ้าไม่ใช่ปีศาจ!" ข้าตะโกนก้อง มือหนาทั้งสองข้างประคองใบหน้าอันซีดเซียวของนางบังคับให้สบตาข้า บังคับให้นางรับรู้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของข้า "ไม่ว่าอดีตชาติเจ้าจะเคยทำลายล้างสวรรค์หรือสังหารผู้คนนับหมื่น แต่วันนี้... เจ้าคือหลินซูเยว่ของข้า! อดีตบ้าบอพวกนั้น ข้าจะเป็นคนแบกรับมันไว้เอง!" "เจ้าไม่เข้าใจ..." หลินซูเยว่ส่ายหน้าช้าๆ หยดน้ำตาของนางไหลรินไม่ขาดสาย "คำสาปแห่งเทพเซียน... มันตามมาทวงคืนแล้ว... พวกมัน... กำลังมา..." *เปรี้ยงงงงง!* สายฟ้าสีทองคำม่วงผ่าฟาดลงมาจากท้องน้าอย่างไร้ที่มา แรงระเบิดมหาศาลกวาดเอาภูเขาหิมะรอบด้านพังทลายลงมาในพริบตา เศษหิมะและก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาปลิวว่อนดุจพายุห่าฝน ข้าตวัดกระบี่วิปลาสในมือออกไปสามกระบวนท่าติดต่อกัน 'วิชากระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์ - เพลงที่หนึ่ง: คลื่นอสูรผ่าปฐพี!' คลื่นพลังกระบี่สีดำสนิทแฝงด้วยเปลวเพลิงสีชาดพุ่งทะยานขึ้นไปปะทะกับสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์จนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงสะท้อนทำให้แขนเสื้อของข้าขาดวิ่น และมีโลหิตซึมออกมาจากมุมปาก แต่วิถีกระบี่ของข้ายังคงตึงไว้ไม่ให้พลังทำลายล้างเบื้องบนแตะต้องตัวนางได้แม้แต่น้อย ทว่า ในวินาทีที่ควันขาวจากการระเบิดเริ่มจางลง ท้องฟ้าเบื้องบนกลับแยกออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท ร่างของเงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิตินั้นอย่างเชื่องช้า กลิ่นอายกดดันระดับมหาเทพเซียนแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ กดทับจนร่างกายของข้าและหลินซูเยว่แทบจมดิ่งลงสู่พื้นดิน เงาร่างนั้นสวมชุดเกราะทองคำอร่าม ใบหน้าสลักเสลาด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา ดวงตาสีทองคู่นั้นจ้องมองลงมายังพวกเรา ราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่ง "หลินซูเยว่... เจ้าหลบหนีโทษทัณฑ์แห่งสวรรค์มาสามร้อยปี ถึงเวลาต้องกลับไปรับโทษทัณฑ์สลายวิญญาณแล้ว" เสียงก้องกังวานดุจประกาศิตจากสวรรค์ดังขึ้น หลินซูเยว่ตัวสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม นางพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่วิชาผนึกสวรรค์ในร่างกำลังบีบรัดหัวใจนางให้หยุดเต้น ข้ากัดฟันกรอด แววตาฉายแววดุดันอำมหิตดุจสัตว์ร้ายจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ข้าค่อยๆ พยุงร่างของนางให้ลุกขึ้นยืนเคียงข้างข้า แม้ว่าร่างกายจะสะินสะท้านจากแรงกดดันระดับเทพเซียน แต่กระบี่วิปลาสในมือข้ากลับส่งเสียงครางฮือด้วยความกระหายเลือด ข้าก้าวออกไปยืนบังร่างของนางไว้ครึ่งหนึ่ง เงยหน้าขึ้นสบตากับเทพเซียนผู้นั้นด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก น้ำเสียงของข้าทรงพลังและเย่อหยิ่งจนก้องกังวานไปทั่วหุบเขา "โทษทัณฑ์สลายวิญญาณงั้นรึ? หึ... สวรรค์ชั้นไหน บังอาจนักที่จะมาพรากสตรีของเฟิ่งอู่เฉินผู้นี้ไป!" ข้าตวัดกระบี่ชี้ขึ้นฟ้า ประกาศกร้าวด้วยจิตวิญญาณแห่งวิถีกระบี่ที่ไร้ผู้ต่อต้าน! และในวินาทีนั้นเอง... ที่ปลายดาบของเทพเซียนเบื้องบนเริ่มส่องประกายแสงสีทองอำพัน พร้อมกับเสียงกระซิบอันเย็นเยียบที่ดังขึ้นข้างหูของข้าและหลินซูเยว่—เสียงที่ทำให้วิญญาณในร่างแทบแตกดับ เป็นเสียงของบุคคลที่พวกเราไม่มีวันคาดคิดว่าจะได้ยิน ณ ที่แห่งนี้... ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันอันตรายนี้ไปด้วยกัน ขอให้ทุกท่านจงรักษากระบี่ในมือให้มั่น แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%