กลิ่นอายคาวเลือดจาง ๆ ที่ลอยอวลอยู่ภายในตำหนักสวรรค์ชั้นเก้าหาได้ทำให้ผู้ใดสะดุ้งสะเทือนไม่ ณ เบื้องล่างบัลลังก์หยกขาวบริสุทธิ์ แผ่นศิลาจารึกกฎสวรรค์นับหมื่นแผ่นต่างเปล่งแสงเรืองรองกดทับสรรพชีวิต ทว่าเบื้องหลังความสัตย์ซื่อและคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ที่เหล่าทวยเทพพากย์พسงประกาศก้องแก่สามภพ แท้จริงแล้วกลับเน่าเฟะยิ่งกว่าซากศพในหลุมโคลนตม
"เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่า การกวาดล้างสำนักมารโลหิตเมื่อร้อยปีก่อน เป็นไปเพื่อความผาสุกของมวลมนุษย์?"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงลับใต้หอคัมภีร์ดารา เฟิ่งอู่เฉินยืนกอดอกพิงเสามังกรทอง สายตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองม้วนคัมภีร์ลับที่ถูกซ่อนไว้ในกล่องหยกสลักอักขระผนึกวิญญาณ รอบตัวเขาไอร้อนระอุของอัคคีอสูรแผ่ซ่านจนอากาศบิดเบี้ยวเป็นคลื่น
ข้างกายเขา หลินซูเยว่ ยืนสง่านิ่งราวกับรูปสลักหยกน้ำแข็ง นางอยู่ในชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ ปราศจากเครื่องประดับใดนอกจากกระบี่เซียนประจำกายที่สะท้อนแสงเย็นเยียบ ความเย็นชาบนใบหน้านางมิได้เกิดจากความไร้หัวใจอีกต่อไป หากแต่เป็นเกราะกำบังเพื่อซ่อนเร้นประกายตาที่กำลังสั่นไหวเมื่อได้เห็นความจริงอันโสมมในเอกสารเหล่านั้น
"พวกมันไม่ได้ถูกกำจัดเพราะเป็นมาร..." หลินซูเยว่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในฤดูหนาว แต่กลับแฝงไว้ด้วยคลื่นอารมณ์ที่รุนแรง "แต่เพราะพวกมันล่วงรู้ความลับเรื่อง 'น้ำอมฤตวิญญาณมนุษย์' ที่ใช้หล่อเลี้ยงอายุขัยของพวกมันต่างหาก"
เฟิ่งอู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงและการเย้ยหยันฟ้าดิน "ถูกต้อง... เหล่าผู้อาวุโสผู้ทรงศีลแห่งแดนสวรรค์ ที่แท้ก็เป็นเพียงฝูงเหลือบไรที่สูบกินเลือดเนื้อของมนุษย์และเซียนระดับล่างเพื่อค้ำจุนบัลลังก์อมตะของตนเอง ช่างเป็นวิถีเซียนที่น่าสมเพชยิ่งนัก"
ย้อนกลับไปเมื่ออดีต คนรักของเขาต้องดับสูญก็เพราะล่วงรู้ความลับนี้ นางถูกป้ายสีว่าเป็นมารสวรรค์และถูกประหารด้วยทัณฑ์อัคคีเก้าชั้นฟ้าโดยเงื้อมมือของเทพยดาผู้สูงส่ง บาดแผลในใจนั้นไม่เคยจางหาย มีเพียงคมกระบี่วิปลาสในมือเท่านั้นที่รอวันสะบั้นคอของพวกมันให้ร่วงหล่นลงมา
บรรยากาศภายในห้องโถงลับกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทันใดนั้น เงาร่างสีดำสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าอย่างไร้ซุ่มเสียง เป็นองครักษ์เงาแห่งสำนักเทพผู้ทำหน้าที่สอดส่องความเคลื่อนไหว
"นายท่าน... ทางฝั่งหอคัมภีร์สุริยันจันทราเริ่มเคลื่อนไหวแล้วครับ" เสียงรายงานดังลอดไรฟัน "ผู้อาวุโสสูงสุด 'เทียนจุน' ทราบเรื่องที่เราแอบลักลอบเปิดผนึกหอคัมภีร์ลับแล้ว ตอนนี้กำลังนำกองกำลังทหารสวรรค์เจ็ดสองกลุ่มดาวมุ่งหน้ามาที่นี่เพื่อปิดล้อม"
เฟิ่งอู่เฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะ "มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีก... ดูท่าความเน่าเฟะนี้จะทนทานต่อแสงสว่างได้ไม่นานนักสินะ"
"เจ้าจะทำอย่างไร?" หลินซูเยว่หันมาสบตาเขา แววตาคู่สวยฉายประกายความเป็นห่วง แม้ภายนอกจะยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ แต่นิ้วมือเรียวงามที่กุมด้ามกระบี่กลับกำแน่นจนข้อต่อขาวซีด
"จะทำอย่างไรได้เล่า?" เฟิ่งอู่เฉินก้าวเข้าไปประชิดตัวนาง กลิ่นอายบุรุษและไออัคคีอสูรอบอวลเข้าปะทะความเย็นเยือกจากกายเซียนของนางอย่างแนบชิด มือหนายื่นไปกุมมือเรียวที่กำด้ามกระบี่ไว้เบา ๆ "ในเมื่อพวกมันอยากเห็นวิชากระบี่วิปลาสของข้าอีกครั้งนัก ข้าก็จักจัดให้มันสะท้านไปถึงสรวงสวรรค์ชั้นสามสิบหกเลยทีเดียว"
หัวใจที่ถูกผนึกด้วยวิชาเซียนของหลินซูเยว่กระตุกวูบหนึ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อเข้าสู่กลางอก นางแหงนมองบุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวฟ้าดินผู้นี้ด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยวาจา
"ระวังตัวด้วย..." นางพึมพำเบา ๆ ยอมปล่อยให้เขาจูงมือก้าวออกไปเผชิญหน้ากับพายุแห่งโชคชะตา
เบื้องนอกหอคัมภีร์ลับ ท้องนภาสีครามแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆมืดครึ้มม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีทอง ทหารสวรรค์นับหมื่นนายในชุดเกราะทองคำอร่ามยืนเรียงรายแน่นขนัดจนมองไม่เห็นพื้นดิน ด้านหน้าสุดคือเงาร่างชราในชุดคลุมยาวปักลายดาราจักร ดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายแสงสีขาวโพลนไร้แววตาของผู้มีจิตใจ
"เฟิ่งอู่เฉิน... เจ้ากล้าอาจหาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ บุกรุกเขตต้องห้ามแห่งแดนสวรรค์ โทษของเจ้าคือการดับสูญชั่วนิรันดร์!" เสียงทรงอำนาจของเทียนจุนกึกก้องสะท้อนไปทั่วสามภพ กดดันจนกระบี่ในมือของเหล่าจอมยุทธ์ภพเบื้องล่างถึงกับสั่นสะท้าน
เฟิ่งอู่เฉินแย้มยิ้ม ทะยานร่างขึ้นสู่กลางอากาศอย่างไม่เกรงกลัว กระบี่วิปลาสในมือถูกชักออกจากฝักช้า ๆ เสียงโลหิตกระทบอากาศดังกังวานราวกับเสียงคำรามของอสูรบรรพกาล
"ดับสูญชั่วนิรันดร์งั้นรึ?" เขากวาดตามองกองทัพนับหมื่นด้วยแววตาเหยียดหยาม "เกรงว่า... วันนี้ฟ้าดินต่างหากที่จะต้องเปลี่ยนผู้กุมอำนาจ!"
เพลานั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของเหล่าทหารสวรรค์ก็เกิดรอยแยกขนาดมหึมาพร้อมกับเสียงคำรามลึกล้ำที่ดังขึ้นจากใจกลางนรกภูมิ ร่างเงาสีดำทมิฬขนาดมหึมานับพันตนผุดขึ้นมาจากรอยแยก พร้อมกับไอสังหารที่รุนแรงจนทำให้เหล่าทหารสวรรค์หน้าถอดสี และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนยอดเขาเทพสูงสุดหาใช่กองกำลังเสริมของฝ่ายสวรรค์ไม่ หากแต่เป็น... ศิลาผนึกมารโบราณที่กำลังแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เผยให้เห็นดวงตาสสีแดงฉานคู่มหึมาที่จ้องมองมายังพวกเขาจากห้วงมิติที่ถูกลืม!
- ลั่วอสูรหมื่นภูผา -
กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 18
แผนการณ์ลับของสำนักเทพ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!