ความหนาวเหน็บระดับนี้... ไม่ใช่ความเย็นยะเยือกของธรรมชาติ หากแต่เป็นความตายที่ถูกกลั่นกรองจนกลายเป็นรูปธรรม
รอยเท้าของเฟิ่งอู่เฉินประทับลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลน ทุกก้าวที่เดินทอดน่องผ่านเขตแดนต้องห้ามของยอดเขาหิมะหมื่นปี ราวกับเหยียบย่างอยู่บนคมกระบี่ที่ไร้ฝัก ไอสีขาวพวยพุ่งออกจากริมฝีปากทุกครั้งที่เขาผ่อนลมหายใจ แม้แต่ปราณกระบี่วิปลาสในตันtian (จุดตันเถียน) ของเขายังต้องสั่นสะเทือนด้วยความระแวดระวัง ราวกับรับรู้ได้ถึงภัยคุกคามอันเก่าแก่และเย่อหยิ่งที่ฝังรากลึกอยู่ ณ จุดสูงสุดของภูเขาแห่งนี้
"ไอ้หนู... ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ" เสียงแหบพร่าดั่งถ่านไฟครุกรุ่นดังขึ้นในห้วงความคิดของเขา มันคือ 'อัคคีทมิฬเก้าสวรรค์' อสูรบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ในร่างของเขา "สตรีผู้นั้นไม่ได้มีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ หัวใจนางถูกแช่แข็งด้วยวิชาเซียนบรรพกาล เจ้าเดินดุ่มๆ เข้ามาในอาณาเขตของนางเช่นนี้ ต่างอันใดกับการเดินเข้าปากราชสีห์เหมันต์"
เฟิ่งอู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายระบายรอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองตรงไปเบื้องหน้า ท่ามกลางพายุหิมะที่เริ่มก่อตัวคำรามราวกับอสูรกายคลั่ง
"ปากราชสีห์แล้วอย่างไรเล่า ข้าผ่านประตูผีมานับครั้งไม่ถ้วน เจ้าอสูรแก่... เจ้ากลัวความหนาวจนสมองฝ่อไปแล้วหรือไง"
"ข้าไม่ได้กลัวความหนาว! แต่ข้ากลัวความน่ารำคาญเวลาที่เจ้าต้องไปตายด้วยน้ำมือของหญิงสาวหน้าตาไร้อารมณ์ต่างหาก!" อสูรเพลิงส่งเสียงคำรามฮึดฮัดในจิตสำนึก แต่เฟิ่งอู่เฉินหาได้ใส่ใจไม่
สายตาของเขาจับจ้องไปยังเบื้องหน้า ณ ที่ซึ่งสถาปัตยกรรมน้ำแข็งโบราณปรากฏรางๆ ท่ามกลางม่านหมอกสีขาว
ที่แห่งนี้คือเขตหวงห้าม—อาณาเขตของหลินซูเยว่ เซียนสาวผู้คุมกฎแห่งยอดเขาหิมะหมื่นปี ผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจ ไร้ความรู้สึก และไร้ความเมตตาต่อผู้ใดที่กล้าล่วงล้ำเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว
ยิ่งเดินลึกเข้าไป ปราณกดดันรอบตัวก็ยิ่งทวีความรุนแรง ราวกับมีภูเขาน้ำแข็งนับหมื่นลูกโถมทับลงมาบนบ่า เฟิ่งอู่เฉินต้องโคจรเคล็ดวิชากระบี่วิปลาสเพื่อขับไล่ไอเย็นที่แทรกซึมเข้าสู่เส้นชีพจร ทว่าความท้าทายนี้กลับจุดประกายความเร่าร้อนในสายเลือดของเขา
*ช่างน่าสนุกยิ่งนัก...*
*ตึง!*
ก้าวสุดท้ายที่เขาวางลงบนลานน้ำแข็งหน้าตำหนักเซียน ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกสีครามกระจายออกเป็นวงกว้าง หิมะรอบบริเวณพลันหยุดนิ่ง ราวกับเวลาถูกแช่แข็งด้วยอำนาจจิตอันน่าสะพรึงกลัว ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขาอย่างไร้ซุ่มเสียง
นางมิได้เดินมา นางเพียงแค่... เคลื่อนย้ายผ่านห้วงมิติแห่งเหมันต์
หลินซูเยว่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาในระยะห่างไม่ถึงสามก้าว เรือนร่างระหงสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะแรกแย้ม เส้นผมยาวสลวยสีดำสนิทตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของเฟิ่งอู่เฉินไว้มิใช่ความงามอันไร้ที่ติจนแทบลืมหายใจนี้ หากแต่เป็น 'ดวงตาคู่นั้น'
ดวงตาที่ว่างเปล่า เย็นชา และไร้ระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ใดๆ ราวกับมองซากศพไร้ค่า
"เจ้าเป็นใคร..."
น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้อุณหภูมิ ราวกับสายลมที่พัดมาจากนรกภูมิ แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของผู้ฟังอย่างชัดเจน
เฟิ่งอู่เฉินไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขายืดอกขึ้น ปรอยยิ้มมุมปากปรากฏเด่นชัด นัยน์ตาดำขลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจกดดันระดับเซียน
"ข้ามีนามว่าเฟิ่งอู่เฉิน" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต้มความกวนประสาท "เป็นผู้ชายรูปงามที่หลงทาง... และบังเอิญสะดุดรักความเย็นชาของแม่นางเข้า"
หลินซูเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เป็นปฏิกิริยาเพียงน้อยนิดที่หาได้ยากยิ่งจากเซียนผู้ไร้ใจ นางไม่เคยพบผู้ใดที่กล้าต่อปากต่อคำกับนางเช่นนี้ในรอบพันปี
"รนหาที่ตาย"
สิ้นคำพูดของนาง ไอเย็นยะเยือกมหาศาลก็พวยพุ่งระเบิดออกมาจากร่างของหลินซูเยว่ แผ่นดินใต้เท้าของเฟิ่งอู่เฉินแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ พายุหิมะนับล้านเกล็ดแปรเปลี่ยนเป็นคมดาบน้ำแข็งนับไม่ถ้วน พุ่งเข้าใส่เขาราวกับห่าฝนแห่งความตาย
เฟิ่งอู่เฉินไม่รอช้า มือขวาตวัดขึ้นตบด้ามกระบี่ข้างกาย
*กริ๊ง!*
เสียงกระบี่วิปลาสถูกชักออกจากฝักดังกังวานเสียดแทงฟ้าดิน ประกายแสงสีแดงฉานตัดผ่านความขาวโพลนของหิมะ ราวกับอัคคีที่กำลังแผดเผาสวรรค์ ท่ามกลางกระแสลมปราณที่ปะทะกันอย่างรุนแรงจนมิติรอบข้างบิดเบี้ยว
เขายกย่องรอยยิ้มท้าทายพลางเอ่ยกระซิบเบาๆ ท่ามกลางพายุคมดาบน้ำแข็งที่กำลังโถมเข้ามา
"แม่นาง... อากาศหนาวเยี่ยงนี้ มาหาเรื่องกอดกันอุ่นกว่านะว่าไหมครับ"
หลินซูเยว่ชะงักไปชั่วลมหายใจเมื่อได้ยินคำพูดนั้น นัยน์ตาที่เคยว่างเปล่ากลับปรากฏระลอกคลื่นความแปลกประหลาดขึ้นวูบหนึ่ง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง พื้นน้ำแข็งเบื้องหลังนางก็พลانแตกสลาย เสียงคำรามกึกก้องจากห้วงมิติที่ลึกกว่าเดิมดังขึ้น พร้อมกับร่างเงาปริศนาดำทะมึนที่พุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกมิติ—
—บุคคลที่สามผู้มาเยือน... หาใช่ศัตรูธรรมดาไม่ แต่เป็นเงาอดีตที่หลินซูเยว่พยายามฝังกลบมาตลอดกาล!
ติดตามตอนต่อไปนะครับ — ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 2
ยอดเขาหิมะที่ไร้กลิ่นอายชีวิต
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!